วลัยรัตน์ ชี้สื่อเป็นซอฟต์เพาเวอร์ ต้องควบคุมจริยธรรมอย่างเข้มงวด

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ หารือถึงความจำเป็นในการควบคุมสื่ออย่างเข้มงวดภายใต้กฎหมายและสภาวิชาชีพ โดยเน้นย้ำบทบาทของสื่อในฐานะซอฟต์เพาเวอร์ที่อาจส่งผลต่อสังคมได้ทั้งในทางสร้างสรรค์และทำลายหากขาดจริยธรรมและอิสระภาพ พร้อมขอบคุณและเชิญชวนผู้มีประสบการณ์จากหลากหลายสาขา เช่น คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ และกษิต ภิรมย์ มาร่วมให้ความเห็นและร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างมุมมองที่รอบด้าน

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เรียนเชิญค่ะ

คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ : เรียนท่านประธาน สปท. เรียนท่านกรรมาธิการ แล้วก็เรียนท่านสมาชิกค่ะ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกหมายเลข ๑๐๖ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะว่าได้มีโอกาสรับฟังในเรื่องประเภทของสื่อ ก็ยืนยันว่าเห็นด้วยที่จะต้อง รีบมี พ.ร.บ. ในการดำเนินการเรื่องนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือตั้งแต่สมัยก่อน การทำสงคราม เราเรียกอาวุธทั้งหลายที่เป็นอาวุธที่มีพลานุภาพที่เรียกว่ามีฮาร์ดเพาเวอร์ (Hard Power) คือพวกอาวุธปรมาณูทั้งหลาย แต่ว่าในระยะหลังตั้งแต่เรามีคอมพิวเตอร์ มีระบบทั้งหลาย เรามีอาวุธตัวใหม่ที่มีอันตรายอย่างยิ่ง ก็คือสิ่งที่เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสื่อ เขาเรียกมันว่า ซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เห็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี การควบคุมค่ะ แต่ว่าสิ่งที่ออกในรายละเอียดเห็นใจพวกเขียนกฎหมายเพราะสื่อมีเยอะมาก หลายประเภท จนกระทั่งไม่ทราบว่ากฎหมายจะควบคุมได้ในทุกสื่อไหม ในส่วนที่สำคัญก็คือ วัตถุประสงค์ของการควบคุมหรือการคุ้มครองสิทธิ ทั้ง ๒ อันพออยู่ด้วยกันแล้วเขียนออกมา อาจจะทำให้ตีความแล้วก็เหมือนอย่างที่ท่านคำนูณอธิบายเมื่อเช้า ส่วนที่เคยทำงาน ในแพทยสภาและเป็นส่วนของแพทย์ แพทย์กับสื่อไม่เหมือนกันแน่นอน เราเหมือนกันอยู่ ๑ อย่าง คือเราควรถูกเรียกว่าเป็นวิชาชีพ คำว่า เป็นวิชาชีพ หมายความว่าต้องทำงาน ด้วยคุณภาพมาตรฐาน แต่ที่สำคัญคือเราต้องมีจริยธรรมแล้วเราต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง อันนั้นเหมือนกันค่ะ แต่ว่าตรรกะของแพทย์คือการรักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นการคุมแพทย์ จึงกลายเป็นการคุมเพื่อไม่ให้ทำงานผิดพลาดหรือทำให้ประชาชนเสียโอกาส แต่พอมาถึงสื่อ บทบาทของสื่อมากเหลือเกินกับคำว่า สื่อสาร มีทั้งการสื่อให้เขาเข้าใจความจริง มีทั้งการชักชวน ให้มาเป็นพรรคพวกหรือว่าเป็นการที่จะใช้ประโยชน์ไปในการกล่าวหาให้โทษผู้อื่น บทลงโทษ หรือข้อกำหนดในเชิงจริยธรรมจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยาก อาจจะไม่มีความเห็นค่ะ แต่ว่าในส่วนที่ อ่านดูแล้วนึกถึงในฐานะที่ถ้าตัวเองเป็นกรรมการคงจะยาก ของแพทยสภาเขาเอาตัวใหญ่ไปเลย เป็นอนุกรรมการจริยธรรมเรื่องโฆษณา พอเป็นเรื่องโฆษณาจับง่าย แต่ว่าพอเป็นของสื่อ กรณีที่สื่อทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคมเขียนคำจำกัดความยากมาก ยกตัวอย่าง ทุกวันนี้ สื่อหลายช่อง อย่าเรียกว่าทำข่าวเลย เอาคลิป (Clip) มาต่อ ๆ กันแล้วก็ขายข่าว แล้วสิ่งที่สื่อ เอาคลิป (Clip) มาแล้วก็ด่าสิ่งที่อยู่ในคลิป (Clip) แต่จริง ๆ แล้วก็คือตั้งใจเหมือนกับจะขาย อีกอย่างหนึ่ง เช่นกรณีคลิป (Clip) ลามกทั้งหลาย พูดวนแล้ววนอีก ๆ และปากก็ด่า ว่าคนทำอันนี้ผิด สิ่งแบบนี้คุมยากมาก คือเห็นใจการเขียนข้อกำหนด แต่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าเป็นซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) ที่ทำลายสังคมอย่างยิ่งนะคะ เพราะฉะนั้น ในการเขียนนี้จะเขียนอย่างไร ก็คงเป็นเพียงแสดงความเห็นว่าอ่านแล้วดูจะทำงานยาก แต่อันใหญ่ที่สุดน่าจะเป็นเรื่องสภาวิชาชีพค่ะ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นสภาวิชาชีพ หน้าที่คือคุ้มครอง ประชาชนและสังคม เมื่อหน้าที่นั้นคุ้มครองประชาชนและสังคม สิ่งที่พูดถึงคงไม่ได้พูดถึง ประโยชน์ของตัวผู้ประกอบวิชาชีพเท่านั้น สิ่งที่เป็นข้อกำหนดควรจะอิสระ เหมือนอย่าง แพทยสภาก็อิสระแล้วก็ให้เลือกกันเข้ามาแต่ไม่ทราบว่าจะทำได้สักแค่ไหนนะคะ เพราะฉะนั้นองค์ประกอบของคณะกรรมการในนี้ค่อนข้างยาก และที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าลองศึกษากรรมการของสภาวิชาชีพอื่น ๆ ก็อาจจะมีสิ่งที่เป็นบทเรียนว่าอิสระขนาด ให้พวกเดียวกันเองก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปจากวัตถุประสงค์เดิมได้ ถ้าหากคณะกรรมการ ที่อยู่ในสภาวิชาชีพนั้นต่างมาจากแหล่งของผลประโยชน์ทั้งหลาย ซึ่งตัวนี้ก็ไม่อาจจะควบคุม เรื่องการทำหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ตัวเอง กรรมการแพทยสภากำลังเป็นตัวอย่าง ส่วนหนึ่ง เนื่องจากธุรกิจของการรักษาพยาบาลกำลังกลายเป็นสิ่งที่ทำรายได้ให้ประเทศไทย ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปตามดูว่าการที่ให้แพทย์เท่านั้นที่เป็นกรรมการแพทยสภา หลักยังถูกหรือไม่ ที่พูดนี้ไม่ได้หมายความว่ากรรมการแพทยสภาผิดหรือถูก แต่บอกให้เห็นว่าเป็นตัวอย่าง ของการที่ไม่มีคนอื่นเข้ามา แต่พอมาดูในตัวนี้ก็เหมือนกับว่าผิดหลักในเรื่องของการเป็นองค์กร ที่ควรจะมีอิสระ ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปควบคุม ก็คงมีส่วนที่อยากจะฝากไว้ว่าถ้าไม่รีบปฏิรูป และไม่รีบผลักดัน สื่อจะกลายเป็นซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) ถ้าจะว่าไปก็มีคุณพอ ๆ กับสิ่งที่มีอันตราย เพราะว่าสิ่งที่มีคุณบริโภคไม่ได้มาก เช่นการที่เป็นตัวแทนในการตรวจสอบ การทำหน้าที่ของรัฐที่ไม่ถูกต้อง คิดพื้นที่ในเนื้อที่แล้วดูจะน้อยกว่าการที่ใช้ในการมอมเมา ขอบพระคุณค่ะ

ขอบคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่านกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตประจำ หลายประเทศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ เรียนเชิญค่ะ