สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือเรื่องการปฏิรูปสื่อโดยเห็นด้วยในหลักการ แต่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการ โดยเน้นความสำคัญของสื่อในฐานะองค์กรวิชาชีพที่มีบทบาทต่อสังคม พร้อมยกตัวอย่างบุคคลและองค์กรที่ยึดมั่นเสรีภาพและจริยธรรม เพื่อผลักดันให้การปฏิรูปสื่อเป็นไปด้วยเหตุผล ความสามัคคี และประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปท. ที่รักเคารพทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ผมคิดว่าเราอยู่ร่วมกันที่นี่มาเกือบ ๒ ปี ไม่มีเรื่องไหนที่ฮอต (Hot) มากเท่ากับเรื่องนี้ ภาษาไทยเรียกว่าร้อนแรง มีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้าน แต่ผมฟังเสียงแล้วตั้งแต่ ๒ ท่าน ที่อภิปราย ก็คือเห็นด้วยที่จะมีการปฏิรูปสื่อ แต่การปฏิรูปแบบไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง พอเรื่องนี้ กำหนดจะเข้า ผมก็ไปศึกษาเรื่องของนักหนังสือพิมพ์ นักเขียนเก่า ๆ ว่าเขาทำกันอย่างไร ไปดูประวัติของท่านมาลัย ชูพินิจ แล้วท่านจะทึ่ง เมื่อเกือบ ๑๐๐ ปีที่แล้ว ท่านก็ต่อสู้เรื่องนี้มา หรือท่านกุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็เช่นเดียวกัน ถ้ามายุคใหม่ ๆ ใกล้เคียงเท่าที่ผมมีชีวิต และเคยสัมผัสท่าน อย่างท่านสนิท เอกชัย เสริมศรี เอกชัย สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช โกวิท สีตลายัน สมชาย ฤกษ์ดี สันติ วิริยะรังสฤษฏ์ เปลว สีเงิน ชัย ราชวัตร และสุดท้าย ซึ่งผมไปงานฌาปนกิจท่านมาคือท่านยุวดีนะครับ ซึ่งรู้จักกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ผมก็ทึ่ง ทึ่งว่าการต่อสู้ก็ดี การเสนอข่าวก็ดี เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง แล้วทำให้สังคมโดยรวม เดินมาถึงวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมก็มีความเห็นต่างมุมไปบางประการ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ก่อนที่จะเข้าเนื้อหา ผมอยากยกกาลามสูตรของ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ท่านดูสักนิดหนึ่งว่ากาลามสูตรว่าไว้อย่างไร ข้อ ๑ กาลามสูตร พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าอย่าไปเชื่ออะไรโดยงมงาย ให้เชื่ออยู่บนเหตุและผล ท่านบอกว่า ๑๐ ข้อ ๑๐ ข้อนี้ท่านลองไปอ่านดูเถอะครับ สุดยอดเลย อย่าเชื่อตามที่บอกมา อย่าเชื่อตามที่ตำราว่า ๒ ข้อที่ผมคิดว่าตรงกับเรื่องนี้ ข้อ ๘ บอกว่าอย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากับทฤษฎีที่ว่ากันมาแล้ว ทฤษฎีคืออะไร สิทธิเสรีภาพ อันนี้เป็นความเชื่อตั้งแต่โน่นเลย ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี ๑๗๘๙ ในฝรั่งเศสก็เชื่อต่อมา ก็อย่าเชื่อ ต้องเชื่อจากสิ่งที่เห็น ข้อ ๑๐ บอกว่าอย่าปลงใจเชื่อว่าผู้พูดเป็นสมณะ สมณะท่านก็คงทราบแล้ว นักบวช เป็นครูของเรา ให้เชื่อเหตุและผล พระพุทธเจ้าสอนไว้ ๒๕๖๐ ปีนะครับ แล้ววันนี้ผมอยากจะ น้อมนำ ยกพุทธภาษิตอีกข้อหนึ่งก็คือ สุขา สังฆัสสะ สามัคคี เราจะเห็นอย่างไรก็ตามในวันนี้ ก็ต้องมีข้อสรุป ด้วยความสามัคคี เราจะต้องคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน กับประเทศชาติของเรา เพราะเราอยู่ในยุคปฏิรูป เราก็จะต้องปฏิรูปร่วมกันไปรวมทั้งจะต้องปฏิรูปสื่อด้วย จะปฏิรูปอย่างไรเราก็ว่ากันอีกที ไม่จบวันนี้ก็ได้ และผมขอน้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๐ นานแล้วนะครับ ตอนนั้นผมอายุ ๒๐ ปี บรรลุนิติภาวะพอดี ผมอ่านให้ท่านฟังนิดก็ได้เพราะว่าบนจอค่อนข้างจะไม่ชัด ผู้มีหน้าที่สื่อข่าวควรสำนึกอยู่เสมอว่า ที่ทำเป็นงานสำคัญและมีเกียรติสูง การแพร่ข่าวโดยขาดความระมัดระวัง หรือแม้แต่คำพูดง่าย ๆ เพียงนิดเดียวก็สามารถจะทำลายงานที่มีผู้มีความปรารถนาดีทั้งหลายพยายามสร้างไว้ ด้วยความยากลำบากเป็นเวลาแรมปี เหมือนฟองอากาศนิดเดียวถ้าเข้าไปในเส้นเลือด ก็สามารถปลิดชีวิตคนได้ ชัดไหมครับ ถ้าท่านฉีดยามีฟองอากาศนิดเดียวตายทันที ท่านมีพระราชดำรัสไว้กับนักธุรกิจและนักหนังสือพิมพ์ ณ พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทัน นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ผมไปค้นแล้วผมต้องใช้คำว่าก้มลงกราบเลยครับ ท่านมีพระราชดำรัสแบบลึกซึ้ง ทีนี้สิ่งที่เรากำลังจะพูดผมคิดว่าการมีสภาวิชาชีพ เป็นหลักการสำคัญที่จะทำหน้าที่ปกป้อง คุ้มครองผู้บริโภค และขณะเดียวกันก็ต้องหวงแหน ของวิชาชีพนั้น ๆ นี่ผมพูดโดยรวมนะครับว่าสภาวิชาชีพที่มีอยู่ในประเทศไทย ๑๔ สมาคม วิชาชีพเขามีไว้เพื่ออันนี้ ท่านจะลงข่าว ท่านจะฉีดยาคนตาย ท่านจะสร้างบ้านสร้างเรือน ไม่เรียบร้อยจนเกิดพัง ถามว่าประชาชนเขาอ่อนแอมากไม่สามารถที่จะมาเรียกร้องอะไรได้มาก ก็จะต้องมีสมาคมวิชาชีพดูแลคุณภาพให้กับประชาชน ผมจึงมองว่าการมีสภาวิชาชีพที่ผ่านมาแล้ว ๑๔ สมาคมผมก็เห็นด้วย และที่จะมีอีกผมก็เห็นด้วยว่าควรจะมี ผมจะยกตัวอย่างสภาวิชาชีพ ๑๔ สาขา ท่านไปดูได้เลยอันนี้เป็นเรื่องวิชาการ ตั้งแต่วิชาชีพแรกเลยของประเทศไทย ก็คือแพทยสภา แม้แต่มัคคุเทศก์ ครูบาอาจารย์มีวิชาชีพหมด มีกฎหมายรองรับทุกวิชาชีพ แล้วก็มีสภา จะเลือกอะไรก็ตาม แล้วก็มีตั้งแต่เริ่มต้น พ.ศ. ๒๕๓๕ สมาคมวิชาชีพมัคคุเทศก์ ข้าราชการทั้งนั้นเลย แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ ๕-๖ ท่าน แล้วก็พัฒนามาเรื่อย เมื่อสักครู่ ผมพูดถึงแพทยสภา มีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๖ นานไหมครับ ผมยังไม่เกิดเลยนะครับ มีมานาน เพื่อคุ้มครองประชาชนที่จะถูกหมอรักษา ไม่ว่าจะผ่าตัดหรือให้ยาต่าง ๆ ก็ต้องเป็นไปตามกฎ กติกา ทีนี้ไปดูโครงสร้างของแพทยสภา ท่านไปดูได้เลยครับ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ทุกมหาวิทยาลัยเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นนายกพิเศษ มีเจ้ากรมแพทย์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และเจ้ากรมแพทย์ตำรวจ เป็นกรรมการ แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิร้อยแปดจิปาถะตามกฎ กติกา อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีว่า มีทั้งราชการ มีทั้งหมอ มีทั้งผู้เชี่ยวชาญ เป็นองค์ประกอบของสภา อันนี้ผมยกตัวอย่างให้เห็น เป็นประจักษ์ว่าสิ่งที่มีอยู่แล้วก็มีได้ ทีนี้ท่านไปดูสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับมนุษย์ ๑๔ วิชาชีพ เกือบ ๑๐ วิชาชีพเป็นเรื่องของการกระทำต่อมนุษย์ทั้งนั้นเลย กายภาพบำบัดก็ใช่ พยาบาลก็ใช่ พอไปดูพระราชบัญญัติมัคคุเทศก์หรือว่าพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๓๕ เริ่มต้นใหม่ ๆ ราชการทั้งนั้นเป็นผู้ดูแล และต่อมาเมื่อแก้ไข พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็มีภาคเอกชนเข้ามามากขึ้น ภาคราชการก็ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป อันนี้ก็เป็นวิวัฒนาการ ทุกอย่างเป็นบริบทของสังคม อะไรที่ดีเมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องดีถึงตอนนี้ แต่คำสอนของพระพุทธเจ้ายังเป็นอกาลิโกนะครับ มัคคุเทศก์เขาจะมีบัตรประจำตัวว่ามีความรู้จริงไหม พูดรู้เรื่องไหม รู้จักอารยธรรม รู้จักการรักชาติไหม รู้จักอะไรสมควรหรือไม่สมควรเขาก็ต้องมีการฝึกอบรมกัน ต่อไป เรื่องที่พวกเรากำลังจะพูดคือสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กำเนิดเมื่อ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐ ใคร ๆ ก็รู้ว่ามีมานาน และเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๐ ผมไปงานสวดพระอภิธรรมของท่านยุวดี ผมพบหมดเลย ท่านพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ประธานมูลนิธิอิศรา อมันตกุล คุณวันชัย วงศ์มีชัย รองประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คุณชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ คุณปรเมศวร์ เหล็กเพชร นายกสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คุณสุเมธ สมคะเน ประธานสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ท่านมานิจ สุขสมจิตร ประธานมูลนิธิพัฒนาสื่อสารมวลชนประเทศไทย คุณบัณฑิต รัชวัฒนะธานินทร์ ประธานชมรมนักข่าวหนังสือพิมพ์อาวุโส คุณพิเชษฐ์ ชูรักษ์ ที่ปรึกษา ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม คุณพีระวัฒน์ โชติธรรมโม เลขาธิการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย คุณสุวรรณา สมบัติรักษาสุข ตัวแทนสภาวิชาชีพนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สุดท้าย ท่านอรรถพล เลิศล้ำ ประธานชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ เขาไม่รู้จักผมเลยครับ ผมรู้จักแค่ ๒ คนที่รู้จักผมคืออาจารย์พงษ์ศักดิ์กับท่านมานิจ ผมก็แอบถามอันนี้คิดอย่างไร ทุกคนใส่ไม่ยั้ง แต่ก็ถือว่าผมได้ลองถามดูว่าเป็นอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ทุกวิชาชีพต้องมีการพัฒนา จากเริ่มต้นค่อย ๆ พัฒนาให้ดีขึ้น นักหนังสือพิมพ์รุ่นแรก ๆ ที่ผมกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่พูดกันถึงเรื่องจริยธรรม จริยธรรมหรือคุณธรรม มันเกิดจากสายเลือดหรือดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวหรือนักหนังสือพิมพ์ โดยกำเนิด แล้วต่อมาเมื่อมีการขยายตัวจากหนังสือพิมพ์ มีโทรทัศน์จากอนาล็อก (Analog) ปัจจุบันเป็นดิจิทัลเป็น ๑๐๐ ช่องก็จะมีผู้เข้ามาอยู่ในวงเล่นมากขึ้น เมื่อมากขึ้นการจะดูแล ควบคุมกันหรือโดยจิตวิญญาณก็เริ่มแผ่วเบาลง เพราะฉะนั้นการที่จะกำหนดให้มีสภา ที่ดูแลเกี่ยวกับสื่อมวลชน ถ้าถามผมโดยส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ส่วนจะมี องค์ประกอบอย่างไรผมคิดว่าอันนั้นก็เป็นเรื่องที่เราคุยกันได้ แล้วขณะนี้สภาที่ท่านเสนอมา มี ๑๕ ท่าน มีปลัดกระทรวง ๒ ท่าน ก็อาจจะบอกว่ามีปลัดกระทรวงแล้วพยายามจะลงข่าว ถ้าสมมุติ ขอประทานโทษ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำมิดีมิชอบจะลงอย่างไร สิทธิครับ ต้องเสนอข่าวเลย ถ้าผมเป็นผู้สื่อข่าวรวมทั้งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์หัวสีอะไรก็ได้ผมก็ต้องลง แล้วเมื่อจะมีการลงมติก็ต้องเชิญท่านออกจากห้องประชุมเพราะท่านมีส่วนได้เสีย และผมเชื่อนะครับ ไม่ว่าจะ ๒ ท่านปลัดกระทรวงนี้หรือกี่ปลัดกระทรวงก็ตามใจเถอะ ต้องระมัดระวังตัวในการปฏิบัติหน้าที่ราชการมากยิ่งขึ้นกว่าคนอื่น ๆ เพราะตัวเอง อยู่ในสภาวิชาชีพนี้ด้วย ผมถึงกราบเรียนท่านประธานไปยังกรรมาธิการว่าเรื่องนี้ถ้าคิดให้ดี ๆ แล้วคิดถึงกาลามสูตร คิดถึงสุขา สังฆัสสะ สามัคคี แล้วผมคิดว่าเราคุยกันแล้วก็สร้างสรรค์ สิ่งที่ดี ๆ ให้กับสังคม ผมอยากกราบเรียนว่าผมเห็นว่าการมีสภาวิชาชีพนี้เป็นเรื่องสมควร เป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนให้สูงส่งยิ่งขึ้นซึ่งมีอยู่แล้ว แล้วผมเชื่อเลยว่า พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำหน้าที่อยู่นี้แม้แต่ฟังผมอยู่ก็ทำดีแล้ว ถ้าไม่ทำดีผมถามว่าผมจะรู้ เรื่องโรลส์รอยซ์ (Rolls-Royce) ไหม ทั้ง ๆ ที่ผมเป็นข้าราชการ ไม่รู้หรอกครับ อันนี้ก็เป็นข้อดี และมีอีกหลาย ๆ เรื่องในอดีต หรือยายไฮ ท่านคงทราบนะครับ ไม่ได้รับ ค่าชดเชยในการทำเขื่อนก็ได้สื่อมวลชน และมีอีกร้อยเรื่องพันเรื่องที่ดี ๆ ของสื่อมวลชน ที่ทำให้สังคมหยิบยกขึ้นมาและติดตาม แต่อย่างไรก็ตาม วันอาทิตย์ผมฟังรายการของครูหยุย สถานีวิทยุกระจายแห่งประเทศไทย แล้วก็มีผู้พิพากษาสุภาพสตรีคนหนึ่งเป็นผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พูดถึงเรื่องการดูแลเยาวชนที่กระทำผิดโดยไม่เจตนา ท่านพูดอย่างนี้เลยนะครับ ท่านบอกว่าทุกครั้งที่เห็นหนังสือพิมพ์พาดหัวเด็กหญิงถูกโทรม หรือเด็กชายไปกระทำผิดโดยประมาทหรืออะไรก็ตามเขาเรียกว่าคลุมโม่ง ท่าน สปท. ทราบไหม รู้จักคลุมโม่งไหมครับ ผมต้องโทรศัพท์ไปถามท่านผู้พิพากษาว่าแปลว่าอะไร คลุมโม่งก็คือว่า เอามาออกหนังสือพิมพ์หน้า ๑ แล้วก็คลุมศีรษะ แล้วก็บอกเลยว่าอันนี้ทำผิดคิดร้ายอะไร โดนข่มขืนเมื่อไร ขณะเดียวกันถ่ายรูปไว้เลย คุณพ่อคุณแม่เขายืนอยู่ข้างหลังถามว่าอย่างไร นามสมมุติ เด็กหญิงแดง อายุ ๑๓ ขวบ ถูกรุมโทรมโดยชายกลัดมัน ๕ คน อะไรก็ว่าไป แล้วก็มีคุณแม่ยืนอยู่ข้างหลัง ถามว่าคุณแม่กลับบ้านได้ไหมครับ ลำบากครับ ถ้าเป็นท่านบ้าง จะทำอย่างไร อันนี้ผมก็ฝากไว้ ผมฟังจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยที่ผ่านมา ผมกราบเรียนว่าบางเรื่องข้อเสนอดี บางเรื่องก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของการเสนอข่าวเหล่านี้ ให้กับประชาชน เพราะว่าเป็นเรื่องของความเสียหายระยะยาว แล้วเด็กเขาบอกกับผู้พิพากษา ว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เขาเสียใจอย่างยิ่งเลยที่เขากระทำผิดคิดร้ายไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เขายอมรับผิดพร้อมที่จะไปติดคุกติดตารางแล้วเขาก็จะออกมาปฏิบัติหน้าที่เป็นพลเมืองดี แต่สิ่งที่เขาเสียใจที่สุดคือว่าชีวิตนี้เขาถูกตราบาปไปตลอดชีวิต ไม่มีทางกลับมาได้ดีเลย ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อนามสกุลไปแล้วกี่ครั้ง เพราะการนำเสนอของข่าวบางประเภทที่ออกไป ในหน้า ๑ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าผมชื่นชมในเรื่องของการเสนอข่าวที่ดี ที่เป็นประโยชน์กับสังคม โดยเฉพาะเรื่องของการทุจริต หรือการทำไม่ดี ไปขุดคุ้ยเป็นเรื่องที่ดี แล้วผมก็ชื่นชมพี่ ๆ น้อง ๆ ในสื่อมวลชนทุกคนที่ผมเคยสัมผัสแล้วก็ยังสัมผัสอยู่ในบางท่าน เรามาร่วมกันคิดว่ามันควรจะดี ดีอย่างไร ผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมสนับสนุน ให้มีการปฏิรูปสื่อ ส่วนปฏิรูปอย่างไรผมคิดว่าการมีสภาเพื่อดูแลจริยธรรม คุณธรรมเป็นสิ่งที่ดี และการที่ผมจะหล่อหรือไม่หล่อ ผมแต่งตัวใส่สูทอย่างนี้หล่อหรือไม่หล่อผมต้องไปดูกระจก ว่าหวีผมดีไหม ถ้าผมดูเองแล้วก็ไปบอกแฟนผมว่าหล่อแล้วใช่ไหม มันไม่ใช่ ก็ต้องค่อย ๆ ร่วมกันดู ดูแล้วสังคมไทยก็จะดีขึ้น ช่วยกันติช่วยกันชมนะครับ ผมจึงกราบเรียนเป็นเรื่องสุดท้าย ผมเห็นด้วยว่าสมควรที่จะมีการปฏิรูปสื่อมวลชนในเวลานี้ แล้วก็คิดว่าเหมาะสมที่จะทำ ตอนนี้ เพราะเป็นยุคของการปฏิรูป ผมไปถามชาวบ้าน ผมเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด เกือบทุกวันเสาร์วันอาทิตย์ ชาวบ้านเขาบอกว่าปฏิรูปดีมากเลย เขาก็เอาเฉพาะที่เขาทำมาหากิน กระผมคิดว่าการปฏิรูปเป็นสิ่งที่ดี ทำให้มาตรฐานวิชาชีพได้รับการยกย่องมากขึ้น ผมคิดว่า จะเป็นสิ่งดีและเป็นสิ่งที่ควรทำในปัจจุบัน กราบขอบคุณครับ