คณิต สุวรรณเนตร นำเสนอผลการศึกษาการควบคุมสื่อมวลชนของสิงคโปร์และมาเลเซีย ชี้ถึงความเข้มงวดในการกำกับดูแลสื่อออนไลน์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางสังคม พร้อมเสนอให้รวมประเด็นการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลไว้ในพิจารณาของคณะกรรมการระดับชาติเพื่อรองรับอนาคตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ส่วนการใช้เงินกองทุน กสทช. ตามมาตรา 52 ได้ชี้แจงแนวทางสนับสนุนโครงการโทรคมนาคมเพื่อสาธารณะ และขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการปรับปรุงร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อผลักดันสู่การพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
กราบขอบพระคุณ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ กระผมขออนุญาตใช้เวลา สักนิดหนึ่ง มีเอกสารเปิดจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศสิงคโปร์ ผมขออนุญาต อ่านนิดหนึ่งแค่หน้ากว่า ๆ เป็นการตอบกลับที่คณะกรรมาธิการของกระผมได้ถามไปยัง ประเทศต่าง ๆ เพราะว่ามีดำริของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ว่าขอให้ศึกษาดู การบริหารจัดการด้านสื่อสารมวลชนของประเทศต่าง ๆ ด้วยจะได้รู้แนวทางของเขา ของประเทศสิงคโปร์เขาอย่างนี้ครับ การบริหารจัดการสื่อมวลชนของรัฐบาลสิงคโปร์ มีความเข้มงวด โดยหน่วยงานต่าง ๆ เช่น องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน และองค์การสหประชาชาติ ต่างจัดอันดับให้สิงคโปร์มีเสรีภาพในการแสดงออกในระดับต่ำ โดยเมื่อปี ๒๕๕๘ องค์กรนักข่าวไร้พรมแดนได้จัดให้ดัชนีเสรีภาพของสื่อมวลชน ประเทศสิงคโปร์จัดอยู่ในลำดับที่ ๑๕๓ จาก ๑๕๘ ประเทศทั่วโลก ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศ ที่พัฒนาแล้ว ๒. รัฐธรรมนูญประเทศสิงคโปร์กำหนดให้รัฐบาลมีอำนาจในการกำกับดูแล การทำงานของสื่อมวลชนค่อนข้างมาก แม้ว่าในส่วนแรกของอาร์ทิเคิล ๑๔ (Article 14) ในพาร์ต ๔ (Part 4) ของรัฐธรรมนูญจะให้สิทธิและเสรีภาพพื้นฐานในการแสดงความเห็น ของพลเมืองเช่นเดียวกันกับรัฐธรรมนูญของประเทศในแถบตะวันตก แต่เมื่อพิจารณา ในรายละเอียดจะพบว่าคอร์ส (Course) ที่ ๒ และ ๓ ได้ให้อำนาจรัฐบาลในการควบคุม การแสดงความคิดเห็นหากมีความจำเป็นด้วยเหตุผลทางด้านการรักษาความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม การผดุงสถาบันนิติบัญญัติ และตุลาการ ๔-๕ ข้อ และการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายโดยหมิ่นประมาท และปลุกปั่นมวลชน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลสิงคโปร์ยอมไม่ได้ ข้อ ๓ รัฐบาลสิงคโปร์ออกกฎหมาย อาญาพีนัล โค้ด เซกชัน ๔๙๙ (Penal Code Section 499) และกฎหมายแพ่ง เพื่อควบคุม การแสดงความเห็นที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทภายใต้กฎหมายอาญา หากการเขียนหรือกล่าวถึง บุคคลใดด้วยเจตนาสร้างความเสื่อมเสียจะมีบทลงโทษปรับและจำคุกไม่เกิน ๒ ปี และภายใต้กฎหมายแพ่ง แม้ไม่มีเจตนาแต่หากข้อเขียนหรือคำกล่าวถึงบุคคลอื่น ได้สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงก็จะมีโอกาสถูกปรับเป็นเงินจำนวนมากเช่นกัน อนึ่ง การหมิ่นประมาท หมายถึงเฉพาะการกล่าวถึงบุคคลด้วยข้อความที่เป็นเท็จเท่านั้น ข้อ ๔ รัฐบาลสิงคโปร์มีระบบควบคุมการทำงานที่อาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทของสื่อมวลชน เป็นการเฉพาะ ภายใต้นิวส์เปเปอร์ แอนด์ ปรินติง เพรสเซส แอกต์ (Newspaper and Printing Presses Act) รัฐบาลมีอำนาจปฏิเสธการออกใบอนุญาตให้แก่สื่อสิ่งพิมพ์ และภายใต้บรอดแคสติงแอกต์ (Broadcasting Act) สื่อโทรทัศน์ไม่มีสิทธิปฏิเสธคำสั่ง ของรัฐบาลในการจำกัดขอบเขตของเนื้อหาที่จะออกอากาศ และเมื่อปี ๒๕๕๖ เอ็มดีเอ (MDA) คือมีเดีย ดีเวลอปเมนต์ ออโทริตี (Media Development Authority) ภายใต้ กระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของสิงคโปร์ ได้กำหนดให้แหล่งข่าวออนไลน์ (Online) บล็อกเกอร์ (Blogger) วางเงินประกัน ๕๐,๐๐๐ เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ ๑.๒๕ ล้านบาท ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้รายงานข่าวออนไลน์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณี ที่ละเมิดระเบียบหลักเกณฑ์ใด ๆ และไม่นำข้อความดังกล่าวลงจากเว็บไซต์ (Web Site) ภายใน ๑ วัน ทั้งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ เอ็มดีเอ (MDA) ได้ควบรวมกับอินโฟคอม ดีเวลอปเมนต์ ออโทริตี (Infocomm Development Authority) หรือไอดีเอ (IDA) แล้วกลายเป็นอินโฟคอม (Infocomm) กล่าวโดยสรุปก็คือแม้ว่ามาตรฐานการควบคุมการทำงานของสื่อมวลชนของ สิงคโปร์ โดยเฉพาะการรายงานข่าวที่อาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทจะไม่แตกต่างจากประเทศ ตะวันตกมากนัก แต่ในทางปฏิบัติพบว่ามีการประยุกต์ใช้กฎหมายสิงคโปร์ที่เข้มงวด โดยเฉพาะเพื่อการปกป้องชื่อเสียงของบุคคลในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อรักษาความสมานฉันท์ ภายในสังคมที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม ศาสนา และเชื้อชาติ แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ของสื่อมวลชน และเป็นช่องทางในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามที่มีความเห็นทางการเมือง แตกต่างจากพรรครัฐบาล แต่ในภาพรวมแล้วกล่าวได้ว่าการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดนี้ มีส่วนช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองและสังคมสิงคโปร์มีเสถียรภาพสูง อันนี้เป็นเอกสารเปิด จากท่านเอกอัครราชทูตได้ตอบกลับมายังคณะกรรมาธิการของกระผม นิดเดียวครับ ของเอ็มซีเอ็มซี (MCMC) คือมาเลเซียน คอมมูนิเคชันส์ แอนด์ มัลติมีเดีย คอมมิสชัน (Malaysian Communications and Multimedia Commission) ถ้ามาเลเซียเขาพบว่า เว็บไซต์ (Web Site) ใดที่ลงข้อความแล้วก่อให้เกิดการแตกแยกทางศาสนา ทางวัฒนธรรม ละเมิดสิทธิของคนอื่น เอ็มซีเอ็มซี (MCMC) จะปิดเว็บไซต์ (Web Site) นั้นทันทีโดยไม่ต้องมี คำสั่งศาล แล้วก็ไปเจอกันที่ศาล ของประเทศไทยนั้นจะต้องมีคำสั่งศาลแล้วจึงให้ ผู้ประกอบการคืออินเทอร์เน็ต เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Internet Service Provider) เป็นคนปิด กราบเรียนเพิ่มอีกนิดหนึ่งครับ ภาครัฐกับภาคประชาชน ในเจตนารมณ์ของ คณะกรรมาธิการดูว่าภาครัฐกับเอกชนต้องไปด้วยกัน ไม่มีประเทศใดในโลกหรอกครับ ท่านประธาน ท่านสมาชิก ที่ประเทศนั้นมีแต่ภาคเอกชน แล้วก็ไม่มีประเทศใดในโลก ที่มีแต่รัฐบาล เพราะฉะนั้นรัฐบาลกับเอกชนต้องเดินไปด้วยกัน ในสิ่งใดที่เป็นการลงทุน ในระดับสูง เช่น การป้องกันประเทศ การสร้างถนน รัฐบาลรับหมด แต่ในสิ่งใดที่เอกชนเก่ง เรื่องของการติดต่อสื่อสารก็จะมีเอกชนมาลงทุน แล้วก็ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะฉะนั้นรัฐจึงต้องไปกับเอกชน ในอดีตกระผมอาจจะเห็นว่าสื่อมวลชนท่านก็ตั้ง เป็นสมาคม เป็นสมาพันธ์ ท่านก็เดินไปของท่านเอง ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ ดังนั้น ปรัชญาการออกแบบโครงสร้างของเราในครั้งนี้จึงมีทั้งผู้ประกอบวิชาชีพในอัตราส่วนหนึ่ง ภาครัฐในอัตราส่วนหนึ่ง แล้วก็นักวิชาการในอัตราส่วนหนึ่ง กระผมเป็นเด็กวัดครับ ผมเกิดที่วัดพระศรีมหาธาตุ ผมจบโรงเรียนวัด พอจบแล้วผมก็เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร แล้วก็ไปเป็นทหารอากาศ ตอนที่กระผมเป็นนักเรียนนายเรืออากาศชั้นปีที่ ๑ ปีที่ ๒ กระผมได้พบกับอาจารย์ ผู้บรรยายท่านหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม พลอากาศตรี เจอด เตชะเสน ลูกชายของท่าน เรียนกับผมเป็นนักเรียนด้วยกัน ลูกชายของท่านที่เรียนอยู่กับผมนั้นก็บอกว่าช้าง รถคันนี้ เป็นรถราชการ พ่ออั๊วใช้เฉพาะมาราชการเท่านั้น พอกลับบ้านท่านก็จอดไว้ที่บ้าน นี่คือสิ่งที่ ผมได้เห็นเป็นภาพความประทับใจสมัยที่ผมเป็นนักเรียนนายเรืออากาศ พอโตขึ้นมา รับราชการผมก็ใช้หลักคิดของ พลอากาศตรี เจอด เตชะเสน นี่ละครับ ผมรับราชการ ในกองทัพอากาศเรื่อยมาตั้งแต่เป็นนักบินเด็ก ๆ จนกระทั่งมาเกษียณอายุราชการ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ผมเห็นความซื่อสัตย์สุจริตของ พลอากาศตรี เจอด เตชะเสน ที่ท่านไม่ใช้รถส่วนตัวมาที่บ้าน จากสิ่งที่ผมเห็นนะครับ ผมเป็นเด็กวัดผมจึงเลียนแบบท่าน โดยที่กระผมปฏิบัติตนเองโดยไม่เคยนำน้ำมันเชื้อเพลิงของทางราชการเติมรถส่วนตัว ของกระผมเลยแม้แต่หยดเดียว ตั้งแต่ผมรับราชการเป็นเรืออากาศตรีจนถึงเกษียณ อายุราชการ นี่คือภาพที่กระผมอยากเห็นองค์กรสื่อมวลชนท่านได้มีอาคารสถานที่ มีตำแหน่งแห่งที่ มีจำนวนชั้นของอาคาร มีโครงสร้าง มีกฎ ระเบียบ สร้างให้เด็ก ให้อนุชน รุ่นหลังได้เห็น ท่านมาปรากฏบนสื่อที่เป็นภาพ ท่านมีเสียงที่ได้ยินทางวิทยุ และมีสื่อออนไลน์ (Online) อีกเยอะแยะ เราอยากจะมีไอดอล (Idol) เราอยากจะมีสิ่งซึ่งเป็นภาพที่จะให้กับ อนุชนรุ่นหลังได้เห็นแล้วก็ปฏิบัติตาม เพราะฉะนั้นในเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการ ของกระผมเราจึงเสนอให้ภาครัฐเข้าไป เสนอปลัดกระทรวงการคลังไป ซึ่งตอนนี้ก็น่าเสียดาย ไม่อยู่แล้ว จะต้องมีการจัดซื้อที่ดินก่อสร้างอาคารแล้วก็ออกแบบ กระผมเป็นนักบินขับไล่นะครับ ผมเป็นนักบินเอฟ ๕ (F5) นักบินเอฟ ๑๖ (F16) ผมไม่เคยถอยมากครั้งแบบนี้ ถอยครั้งแรก ของกระผมคือการปรับ ๒ ปลัดกระทรวงออก ถอยครั้งที่ ๒ ของกระผมคือไปเพิ่มสัดส่วนอีก ๒ จาก ๕ เป็น ๗ ของด้านสื่อมวลชน และถอยครั้งที่ ๓ ของกระผมคือเมื่อเช้านี้ เมื่อเวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา เพราะอะไรครับ เพราะผมต้องการให้งานชิ้นนี้เดินไปได้ อย่างที่ท่านประธานทินพันธุ์ได้กราบเรียนแล้วนะครับ งานชิ้นนี้เราเพียงแต่ศึกษา และเสนอแนะ มันยังอีกยาวไกล ไปถึงรัฐบาล รัฐบาลจะรับหรือไม่ ไปถึง สนช. จะอะไรหรือไม่ มาตรา ๗๗ ที่จะไปเฮียริง (Hearing) จะอะไรหรือไม่ มันยังอีกเยอะครับ กราบเรียนนะครับ
ในเรื่องของโอทีที (OTT) โอเวอร์ เดอะ ท็อป (Over-the-Top) คณะกรรมาธิการ ของกระผมเราคิดอยู่แล้วว่าการใส่ในวรรคท้ายของมาตรา ๓ คงจะถกกันเยอะ แต่เรา ก็ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไป แพลตฟอร์ม (Platform) เยอะขึ้น มีการดูภาพและเสียงได้ทางข่ายมือถือซึ่งเป็นเรื่องของโทรคมนาคม เพราะฉะนั้น เมื่อวันอังคารที่ ๑๘ เมษายน เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา จึงมีการประชุมของ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจที่ประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี (DE) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ประธาน กสทช. และอธิบดีกรมศุลกากร ทำอย่างไรที่จะให้เนชันนัล ซิงเกิล วินโดว์ (National Single Window) เดินต่อไปได้ เพราะฉะนั้นเราจึงนำเรื่องของสื่อออนไลน์ (Online) เข้ามาใส่ด้วย ในอนาคตกระทรวงต่าง ๆ ก็ต้องหากรรมวิธีในการทำทรานแซกชัน (Transaction) ข้ามชาติ ทำอย่างไรเราจะ ไม่เสียประโยชน์ในเรื่องของภาษี เพราะเงินจะออกไปเราจะเก็บได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งจะต้องเกิดขึ้นกับท่านแน่ เพราะฉะนั้นเราจึงเอาเวิร์ดดิง (Wording) ตรงนี้มาใส่ และเรารู้ว่าต้องมีการถกกันตรงนี้เยอะ
สุดท้ายครับ ในมือของกระผมคือ พ.ร.บ. กสทช. ปี ๒๕๕๓ ซึ่งได้รับการแก้ไขแล้ว เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ก่อนที่จะประกาศรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๕๒ มีอยู่ทั้งหมด ๕ วงเล็บ แล้วก็เพิ่ม (๖) โดย คสช. ใน (๒) ผมกราบเรียนนิดหนึ่งครับ ท่านผู้จัดการกองทุนอยู่ด้วยครับ เพื่อให้เกิดความสบายใจ (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร การวิจัย และพัฒนาด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้ง ความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นขอใช้ได้ (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนดำเนินการขององค์กรซึ่งทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ นี่เป็นมาตรา ๕๒ ของ พ.ร.บ. กสทช. และ กทปส. ก็สามารถสนับสนุนได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยขอใช้เงินจาก กสทช. ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นโครงการ ๕ ปี คณะกรรมาธิการ ของกระผมลองดูแล้วว่าใน ๒ ปีแรกสัก ๓๐-๕๐ ล้านบาท อยู่ในวิสัยที่จะกระทำได้ ทางขวามือของผมคือคู่มือและคำแนะนำในการขอ เพราะฉะนั้นนิติบุคคลทั่วประเทศ ดูตามวงเล็บต่าง ๆ มาตรา ๕๒ (๑) ถึง (๕) ถ้าท่านเขียนให้เข้าวัตถุประสงค์ขอใช้เงิน กสทช. ได้ครับ
กระผมในนามของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อสิ่งพิมพ์ งานชิ้นนี้เป็นงานของท่าน กระผมเป็นแต่เพียงมานำเสนอ ท่านมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เพราะในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วในข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ทั้ง ๒๐ ท่านได้กรุณาเสนอ คณะกรรมาธิการต้องขอกราบขอบพระคุณข้อเสนอที่ดี ๆ เหล่านี้ เราก็จะนำมาปรับแต่ง แก้ไขอะไรต่ออะไรทั้งหมด เพื่อให้งานชิ้นนี้เดินต่อไปได้ แล้วก็ยังอีกยาวไกลครับ ยังอยู่ที่ ครม. อยู่ที่ สนช. จะมีการเพิ่มอะไรต่ออะไร แล้วก็ตัดอะไรต่ออะไรอีกพอสมควร ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อคิดเห็น และกราบขอบคุณท่านประธานครับ