ฐิติวัจน์ ยันกรรมาธิการเสนอปฏิรูปสอดคล้องข้อเท็จจริง ไม่น่ากังวล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐

ฐิติวัจน์ กำลังเอก สนับสนุนการปฏิรูปสื่อเพื่อยกระดียบจริยธรรมและรักษาความมั่นคงของชาติ โดยเน้นความจำเป็นในการเคารพสถาบันและลดอิทธิพลของสื่อที่บิดเบือนข้อมูล

พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อน สมาชิกทุกท่าน ผม พลเอก ฐิติวัจน์ กำลังเอก สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๔๗ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าก่อนการเข้าประชุม ผมได้ติดตามข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ (Online) ก็ค่อนข้างที่จะมีความกังวล และลังเลใจพอสมควรว่ากรรมาธิการจะเสนอเรื่องที่ขัดต่อความคิดความเห็นของสาธารณชน หรือไม่ แต่ต่อมาเมื่อผมได้ฟังคำอภิปรายของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จนกระทั่งถึงผมเป็นคนสุดท้าย ผมก็ไม่เห็นว่ามีอะไรน่ากังวลใจเลย สิ่งที่ท่านกรรมาธิการ ได้เสนอมาเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง แล้วก็เป็นสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ถ้าเราสามารถ จะดำเนินการได้ เราอย่าพูดเลยครับว่าจะถูกใจไปทั้งหมด ผมคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ แต่ผมอยากจะขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้เปิดโลกทัศน์ในวันนี้ทั้งท่านที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทำให้เรามีตรรกะ สมาชิกที่เหลือที่นั่งฟังอยู่ท่านใช้วิจารณญาณแล้วก็คิดว่าจะลงความเห็น อย่างไร ซึ่งสุดแล้วแต่เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ผมยังขอขอบคุณไปถึงองค์กรระหว่างประเทศ ที่ยังให้ข้อคิดเห็นในประเด็นนี้ เป็นห่วงประเทศไทย แต่ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาของ ประเทศไทยคนไทยเท่านั้นที่จะรู้จะเข้าใจ ถึงเราจะยืนต่างที่กันแต่เราใช้ภาษาเดียวกัน เราอยู่ในสังคมเดียวกัน และผมไม่เชื่อว่าเราทำความเข้าใจกันไม่ได้ ดังนั้นกรุณาอย่าใช้ ความรุนแรง กรุณาอย่าใช้คำพูดที่ทำให้ฟังแล้วช้ำใจต่อกันเลยครับ เพราะผมเห็นว่าเราก็ต่าง เข้ามาช่วยทำให้ประเทศของเราดีขึ้น ที่ผมพูดหมายถึงสภาพของสังคมไทยนะครับ ผมไม่ได้ว่ากล่าวสมาชิกท่านใดในสภาแห่งนี้ ในเมื่อผมมีตรรกะแค่เป็นผู้ที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ท่านประธานทินพันธุ์ท่านก็ได้กล่าวไว้แล้วเมื่อเช้านี้ว่ายังมีอีกหลายขั้นตอน เราเป็นขั้นตอนหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่เริ่มเดินจะถึงจุดหมายหรือครับ ก็ลำบากที่จะถึงจุดหมาย พอกลับมาเรื่องสื่อผมพยายามอ่าน ผมเอาไปอ่านที่บ้าน อ่านแล้วก็คงจะอภิปรายได้ไม่ดี เท่ากับท่านที่ได้อภิปรายมาแล้ว เพราะหลายท่านมีความรู้ความชำนาญ มีความสามารถ ที่เหนือกว่าผม ผมก็เห็นท่านแม่ทัพธวัชชัยท่านพูดแบบทหารที่ท่านมีความรับผิดชอบต่อความเป็นความตาย ของลูกน้องของท่านที่เสียสละชีวิตป้องกันประเทศชาติ ผมก็เป็นทหารครับ ผมก็อยากจะใช้ ความเป็นทหารของผมคือปิดตำราทั้งหมดและใช้ตรรกะใช้จุดยืนของผมเพื่อจะ แสดงความเห็น เพื่อจะแสดงข้อคิดเห็นและอภิปรายในประเด็นนี้ถึงแม้ผมจะเป็นทหาร แต่บังเอิญผมได้รู้จักปูชนียบุคคลในวงการหนังสือพิมพ์ ๒ ท่าน ท่านแรก เป็นผู้ก่อกำเนิด หนังสือพิมพ์สยามรัฐคือท่านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านที่ ๒ คือท่านประพันธ์ เหตระกูล ผู้ซึ่งบุกเบิกหนังสือพิมพ์เดลินิวส์แล้วก็เป็นพี่ชายของดอกเตอร์ประภาซึ่งเป็น ประธานอนุกรรมาธิการซึ่งท่านไม่ได้ขึ้นมานั่งบนบัลลังก์นี้ ที่ผมพูดถึงปูชนียบุคคลทั้ง ๒ ท่านนี้ เพราะว่าท่านเป็นสื่อครับ เป็นสื่อประเภทไหน ประเภทที่อยู่ท่ามกลางความผันผวน ทางการเมืองทั้งในประเทศและนอกประเทศอย่างไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ ท่านมีสันติบาล ท่านมีกระทรวงมหาดไทยควบคุมอยู่ในขณะนั้นแต่ท่านก็ยังเป็นเสาหลักของประชาธิปไตยได้ เพราะอะไรครับ ผมอยากจะถามตัวเองและส่งคำถามนี้ถึงท่านประธานไปยังท่านสมาชิกต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะว่าจริยธรรมความสำนึกในการเป็นสื่อ ความสำนึกในความเที่ยงตรงในการเสนอข่าว และคุณธรรมประจำใจที่ท่านมี ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ขณะนี้โชคชะตาของ ประเทศชาติอยู่ในกำมือของท่านเราจะต้องฝากชื่อของเราให้ลูกหลานได้ทราบไว้ ผมเป็นนักความมั่นคง ผมเชื่อว่าถ้าประเทศชาติมั่นคงแล้วเรื่องอื่น ๆ ก็จะตามมา เมื่อมีความมั่นคงแล้วผมก็มีจุดยืนของผม จุดยืนของผมง่าย ๆ ผมเชื่อว่าถ้าคนไทยทุกคน มีจุดยืนเช่นนี้ประเทศไปรอดครับ จุดยืนดังกล่าวก็คือพิทักษ์องค์ราชันสานฝันเพื่อปวงชน พิทักษ์องค์ราชันท่านจะทำได้อย่างไร เมื่อสื่อริมโขงก็ยังละเมิดมาตรา ๑๑๒ อยู่ ท่านสาวมือไปได้อย่างไรถ้าท่านไม่ปฏิรูป ส่วนสานฝันเพื่อปวงชนนั้นผมคิดว่าพวกเราทำมาเยอะ จะทำสักอีกเรื่องก็ไม่ใช่เป็นเรื่องยากลำบากประการใด ทั้งนี้เพราะว่าการปรับแก้นั้น เราก็ปรับปรุงไปตามที่สมาชิกสภาท่านได้อภิปราย ผมถึงเห็นว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะ ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ถ้าเราสามารถจัดการเรื่องพวกนี้ได้พาร์ทิซานมีเดีย (Partisan Media) ก็จะหมดไป เมื่อสักครู่นี้ท่านวรวิทย์ได้พูดถึง ท่านได้ให้ความรู้มากเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริงนะครับ ๑๐ ปีที่ผ่านมาท่านเห็นว่ากลุ่มผลประโยชน์มีข่าวใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งกันและกัน ใครชอบฝ่ายไหนก็ฟังแต่ฝ่ายนั้น ฟังทั้งวันทั้งคืน เรื่องพวกนี้ต่างหากที่เรา จำเป็นจะต้องมีจริยธรรม ต้องมีการปฏิรูป ดังนั้นผมอยากจะขอสรุปว่าผมเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนที่เสนอเรื่องราวเข้ามา ในวันนี้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ