อำนวย ชี้ถ่วงดุลสิทธิ-หน้าที่ ชูบทบาทสภาวิชาชีพสื่อควบคุมอย่างมีจริยธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐

อำนวย นิ่มมะโน หารือถึงความจำเป็นในการถ่วงดุลระหว่างสิทธิเสรีภาพกับหน้าที่ของประชาชนและสื่อ โดยยกตัวอย่างการชุมนุมที่อาจกระทบสิทธิของผู้อื่น และเสนอให้สภาวิชาชีพสื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการใช้สิทธิอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมเน้นย้ำบทบาทของข้าราชการและองค์ประกอบภาครัฐภายใต้กรอบกฎหมายเพื่อรักษาความมั่นคง ศีลธรรม และความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างมีเหตุผล

พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน

กราบขอบพระคุณท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน สมาชิกลำดับ ๑๙๗ ผมไม่แน่ใจว่าข้างหน้า จะเย็นหรือร้อน แต่ด้านหลัง อ. อ่างร้อนครับ โดยเฉพาะเมื่อสักครู่ท่านธวัชชัยอภิปราย ร้อนฉ่าเลยครับ ผมคงไม่เยิ่นเย้อนะครับ เพราะว่าสมาชิกอภิปรายกันมาเยอะแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ำ ขอสั้น ๆ นิดเดียวครับว่าบ้านเราเรียกร้องแต่สิทธิ แต่ไม่เคยคำนึงถึงหน้าที่ ผมให้ดูในวิกฤตที่ผ่านมา ออกมาชุมนุมประท้วงบอกว่าเป็นสิทธิ จริง ๆ มากกว่าสิทธิครับ เป็นเสรีภาพ ประชาชนมีเสรีภาพที่จะชุมนุมได้อย่างสงบ โดยปราศจากอาวุธ เพราะถ้าลงมานั่งขวางถนน การมานั่งขวางถนนบอกว่าใช้สิทธิในการชุมนุม แต่ขณะเดียวกันไปรอนสิทธิ ไปละเมิดสิทธิของประชาชนที่ใช้ถนน การใช้สิทธิของทุกคน จะต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นด้วย คณะกรรมการที่ให้ชื่อว่าสภาวิชาชีพสื่อสารมวลชนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติที่นำเสนอ คือคณะที่จะมาดูเรื่องสิทธิและหน้าที่ของสื่อ เราเรียนกันมาครับ เวลาเรียนกฎหมายเรื่องสิทธิ หน้าที่ อธิบายยากมาก ผมเรียนหลายครั้งอาจารย์ก็จะสอนอย่างนั้น ผมไปสอนเขาผมก็สอนอย่างนั้นมันถึงจะเข้าใจ ทุกคนมีสิทธิที่จะกางแขนกางขาออกไป ยาวเท่าไรก็ได้ เพราะเป็นแขนขาของตัวเอง แต่เมื่อใดที่นิ้วไปจิ้มจมูกเขาคุณมีหน้าที่จะต้อง หดแขนกลับมา สภาวิชาชีพกำลังจะมาทำหน้าที่ตรงนี้ กำลังจะมาดูว่าสื่อกำลังละเมิดสิทธิ เขาไหม สื่อกำลังทำอะไรออกนอกลู่หรือเปล่า ต้องยอมครับ เปิดใจกว้าง ต้องให้กำลังใจ คณะกรรมาธิการคณะนี้แม้ว่าจะสู้พลางถอยพลางก็ตามเป็นเรื่องที่ต้องทำแล้วละครับ ผมให้ดูตัวอย่างเล็ก ๆ ตัวอย่างหนึ่ง ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ไม่ใช่เอาเรื่องส่วนตัวมาบรรยายนะครับ ท่านสมาชิกดูตัวอย่างในจอ ท่านอาจจะนึกไม่ออก ผมเองครับ เนื้อข่าวเป็นการให้สัมภาษณ์ ในขณะที่เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวง ไม่ให้มีผู้ค้าผู้ขายกับเรื่องการปรับสภาพแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร เรื่องธรรมดาครับ แต่ไม่ธรรมดาอยู่ในนั้นท่านดูว่ามีอะไร ผมรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ผมให้สัมภาษณ์วันที่ ๑๙ ธันวาคม ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สวรรคตแล้ว ทุกคนไว้ทุกข์ครับ ผมผูกเนกไท (Necktie) สีชมพูหรือครับ แสดงว่า ผมไม่รู้จักกาลเทศะเลยหรือครับ ผมจะไม่บอกว่าฉบับไหน ท่านหาดูเอาเอง นี่คือจรรยาบรรณ นี่คือจริยธรรม เพื่อนผมโทรศัพท์มาต่อว่าผม อำนวยไม่รู้จักกาลเทศะเลยหรือ ผมไม่เคยผูกเนกไท (Necktie) สีอื่นนอกจากสีดำจนกระทั่งทุกวันนี้ นี่เป็นเรื่องพื้น ๆ ที่จะเอามาพูดเพราะเป็นเรื่องข้างตัวหยิบได้เมื่อสักครู่นี้ วันนี้ผมไม่ได้เตรียมตัวมาอภิปรายเลย อภิปรายโดยธรรมชาตินะครับ ให้ดูตัวอย่าง พระราชบัญญัติชุมนุมในที่สาธารณะ ปี ๒๕๕๐ มีองค์ประกอบของข้าราชการเข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วยเพราะเป็นเรื่องของ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เอาลึกไปกว่านั้นครับ พระสงฆ์มีศีล ๒๒๗ ข้อ มี พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นกติกา มีมหาเถรสมาคมคล้าย ๆ สภาวิชาชีพ ของสื่อ ในมหาเถรสมาคมมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าไปนั่งอยู่ ขณะนี้เรากำลัง พูดถึงเรื่องสภาวิชาชีพสื่อสารมวลชนแห่งชาติ เถียงกันอยู่แค่นี้ว่าไม่ควรหรือควรมี องค์ประกอบของข้าราชการประจำเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเดี๋ยวข้าราชการประจำเขาจะเข้ามาแทรกแซง แล้วคิดต่อไปในอนาคตว่าเมื่อการเมือง มาแล้วถ้าข้าราชการประจำถูกแทรกแซงโดยการเมือง ข้าราชการประจำนั้นก็จะมาแทรกแซง สื่อต่อไปอีก ถ้าคิดอย่างนี้ไม่จบครับ ผมไม่ได้โลกสวย เราต้องคิดว่าข้าราชการดีก่อน อย่าไปคิดว่าทุกคนไม่ดีข้างหน้าผมทั้งหมดเป็นคนชั่วไปหมด ทำกันไม่ได้ เดินต่อไม่ได้ ข้าราชการมาจากราชะแปลว่าพระราชา ข้าราชการคือผู้ถวายงานพระราชา ให้เกียรติเขาครับ คิดว่าเขาดีก่อน ถ้าเขาไม่ดีค่อยลงโทษเขา ในมิติที่มีความจำเป็นจะต้องเอา ๒ ปลัดกระทรวง เข้ามาอยู่ในสภาวิชาชีพอธิบายได้ด้วยหลักการและเหตุผลต่อไปนี้ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๓๔ ขออนุญาตอ่านครับ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน พิมพ์ การโฆษณา การสื่อสาร หมายรวมวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าว จะกระทำมิได้ ห้ามก่อนนะครับ มีข้อยกเว้นดังต่อไปนี้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของบุคคล หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน ที่จริงยังมาไม่ครบ ๒ ปลัดกระทรวงนี้ ใครรับผิดชอบ เรื่องความมั่นคง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ความสงบเรียบร้อยของประเทศ ความมั่นคงแห่งรัฐ จะฝากไว้กับประชาชนหรือครับ ศีลธรรมอันดีของประชาชนล่ะครับ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มาดูเรื่องศีลธรรมอันดีของประชาชน มีความจำเป็นเขามีหน้าที่ รัฐจะต้องรับผิดชอบในเรื่อง ความมั่นคงของรัฐแล้วเอาไปฝากไว้กับนาย ก นาย ข หรือครับ ขนบธรรมเนียมศีลธรรมอันดี ของประชาชนกระทรวงวัฒนธรรมรับผิดชอบเต็ม ๆ ไปดูในโครงสร้าง ไปดูในภารกิจ ไปดูใน หน้าที่ อำนาจ แล้วจะไปฝากไว้กับนาย ค นาย ง หรือครับ ชอบด้วยหลักการและเหตุผลครับ ไม่มีอย่างอื่น ท่านหลัง ๆ ไม่ต้องอภิปรายหรอกครับ ชัดเจนอย่างนี้แล้ว กฎหมายเขียนอย่างนี้ หน้าที่บอกอย่างนี้แล้วจะไปอย่างโน้นได้อย่างไร แล้วต้องคิดก่อนว่าทุกคนต้องดีก่อน ต้องไว้ใจกันก่อน จะไปบอกว่า ๒ ปลัดกระทรวงนี้ไม่ดี วันนี้อาจจะดีอนาคตไม่ดี อย่ามโน ผมนิ่มมะโน ผมยังไม่มโนเลยครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณา ผมให้กำลังใจเต็มที่กับ คณะกรรมาธิการ และผมเชื่อว่าสมาชิกสภาคงเข้าใจในเรื่องของหลักการและเหตุผล ผมแก้นิดเดียว ในเรื่องของหลักการและเหตุผลในการเขียนกฎหมายท่านอาจจะเขียนแรงไป ท่านไปแก้ให้มันซอฟต์ (Soft) ท่านต้องมองสื่อในแง่ดีก่อน ท่านอย่าไปบอกว่าเขาไม่ดี เราบอกแล้วว่าเราต้องมองทุกอย่างดีก่อน สื่อเองก็เหมือนกันต้องยอมรับความจริงในทุกวันนี้ ท่านจะได้รับคะแนนนิยมสูงถ้าท่านยอมรับการตรวจสอบ ผมเองก็ยินดีให้ตรวจสอบ ผมอยู่กับสื่อมานานตั้งแต่ผมจบมาใหม่ ๆ ปี ๒๕๒๒ ผมอยู่โรงพักนางเลิ้งสื่อต้องไปนอนอยู่ที่นั่น ผมเข้าเวรสื่อต้องไปอยู่กับผมเพราะนางเลิ้งเป็นโรงพักใจกลางเกิดเหตุตรงไหนก็ไปตรงนั้น จรรยาบรรณ จริยธรรมของสื่อในยุคนั้นกับยุคนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมไม่ได้ว่านะครับ เพราะอาศัยประสบการณ์ตรง ตัวอย่างที่ผมยกมาเมื่อสักครู่ ไปสัมภาษณ์ผม แล้วผมบอกว่า ให้สัมภาษณ์ไปแล้วผมจะไม่พูดซ้ำ ก็เลยไปเอาข่าวจากสำนักอื่นแล้วเอารูปผมผูกเนกไท (Necktie) สีชมพูไปลง ถามว่าเขารู้ไหมตอนที่ลง ผมว่าถ้าเขาไม่รู้เขาไปอยู่ดาวอังคารเถอะ ขอบคุณครับ