วลัยรัตน์ ศรีอรุณ หารือปัญหาการจัดทำระบบฐานข้อมูลแบบบูรณาการที่ยังขาดความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน ทั้งในด้านไอที บุคลากร และกรอบอัตรากำลัง โดยเฉพาะในการจัดการข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล เช่น ลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ พร้อมเสนอให้พัฒนาศักยภาพผู้ใช้ข้อมูล กำหนดนโยบายการเข้าถึงอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ซอฟต์แวร์ภายในประเทศ รวมถึงการจัดตั้งระบบฐานข้อมูลกลางแบบบิ๊กดาต้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคามและบริหารจัดการข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณค่ะ ลําดับต่อไปเชิญคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อํานวยการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ค่ะ
คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ : เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ท่านกรรมาธิการ และสมาชิกทุกท่าน แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกหมายเลข ๑๐๖ ขออนุญาตขึ้นต้นที่ตัวอย่างนะคะ เพราะว่า จากการทํางานใน ๒ บทบาท ประเทศไทยควรจะมีเรื่องนี้มานานแล้ว ก็เป็นลักษณะ ของการเติมเต็มมากกว่า เรื่องแรกก็จะเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าจากการทํางานเรื่องนิรนาม เราพบเรื่องของคนต่างชาติที่เสียชีวิต หมายความว่าไม่ใช่คนไทยที่เป็นแรงงาน แต่เรา สามารถวิเคราะห์ได้ว่าไม่ใช่คนที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย แต่การแชร์ข้อมูลนั้นประกอบไปด้วย อะไรบ้าง ฐานลายพิมพ์นิ้วมือไปแชร์ที่ไหน ที่ไม่ได้อภิปรายในหัวข้อที่แล้วก็เพราะว่า ไม่ได้อยู่เฉพาะเรื่องของแรงงาน สําคัญที่สุดก็คือเรามักพบว่าเขาเป็นแรงงานที่เสียชีวิต ขณะปฏิบัติงาน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าจะสงสัยในข้อมูลว่าบริษัทอะไรที่ชอบใช้แรงงานประเภทนี้ ต่อไปตึกเหล่านี้จะเป็นเช่นไร อันนี้เป็นหนึ่งตัวอย่างที่จะเป็นข้อเสนอในท่อนสรุป ในส่วนที่ ๒ ที่เป็นตัวอย่างอีก ๑ เรื่องที่คิดว่าสนับสนุนการจัดทําระบบฐานข้อมูลในเชิงบูรณาการแล้วก็ ให้ใช้ประโยชน์สูงสุด ยกตัวอย่างของกรณีคาร์บอมบ์ (Car Bomb) เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าสิ่งที่ได้ก็คือดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ประกอบไปตรงกับบุคคลที่เคยถูกจับกุมในปี ๒๕๕๑ สิ่งที่เราได้จากในปี ๒๕๕๑ ก็คือเขามีทีมประกอบระเบิดประกอบไปด้วยใครบ้าง สไตล์ (Style) ประกอบระเบิดเป็นอย่างไร ทําในพื้นที่ใดบ้าง แต่สิ่งที่เราไม่รู้เลยก็คือเขาไม่ถูกฟ้อง และเมื่อเขาถูกจับกุมในครั้งนี้เมื่อไม่มีระบบฐานข้อมูลเราจะไม่รู้ว่าเขาพัฒนาการทําระเบิด ไปเป็นแบบใด ในข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเพียงเพื่อจะนําเข้าสู่สิ่งที่ให้สมบูรณ์ ก็จะเห็นได้ว่า ข้อแรกเลยก็คือประเภทของข้อมูล ส่วนใหญ่เราจะพูดเรื่องเศรษฐกิจ มีผู้เพิ่มเติมเรื่องสุขภาพ อย่างน้อยวันนี้ก็มี ๒ ท่านแล้ว หมอ ๑ ท่าน และไม่ใช่หมอ ๓ ท่าน มีข้อมูลอีกหลาย ๆ เรื่อง แต่บางทีข้อมูลเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่ที่หน่วยนั้นค่ะ จากตัวอย่างยกให้ฟังก็คือนิรนาม อาจฟังว่า เป็นเรื่องนิติวิทยาศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้วอาจจะไปอิงเรื่องอื่นซึ่งยกมาเพียงเรื่องเดียวนะคะ จริง ๆ แล้วอีก ๑ เรื่องที่เราเห็นว่าเป็นภาพสะท้อนสังคมไทยเพียงแต่ไม่ได้รวมข้อมูลก็คือ ทารกที่ถูกฆ่าตั้งแต่กําเนิด ซึ่งประเทศไทยไม่มีวันจับได้เพราะว่าไม่มีใครบอก ทางเดียว ที่จะจับเขาได้คือฐานข้อมูลดีเอ็นเอ (DNA) อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ ๑ อยากฝากก็คือขอให้ท่านคํานึงถึงประเภทของข้อมูล ขอให้มีความหลากหลายเพื่อจะให้เกิด การใช้ได้มีประโยชน์กับประเทศ สิ่งที่จะเป็นประเด็นในเรื่องประเภทของข้อมูลนอกจาก ไปติดที่เรื่องการหวงข้อมูลมากกว่า
ประเด็นที่ ๒ อยากจะฝากก็คงเป็นเรื่องของระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการ ในภาพใหญ่ หลายท่านพูดไปแล้วคือระบบไอที (IT) เราจะเห็นได้ว่าความล้มเหลวของไอที (IT) ที่พยายามจะผลักดันมาเป็นเรื่องง่าย ๆ ก็คือที่อยู่ใน ๑ ประเด็นของพีเอ็มคิวเอ (PMQA) ก็คือข้อที่ให้ใช้ระบบไอที (IT) บริหารข้อมูลบุคคลที่เป็นโนว์เลดจ์แมเนจเมนต์ (Knowledge Management) ปรากฏว่าทุกหน่วยงานพยายามขอซอฟต์แวร์ (Software) จาก ก.พ. ที่จะเป็นซอฟต์แวร์ (Software) กลาง ไม่ต้องไปนั่งจ้างทําใหม่เพื่อจะบันทึกข้อมูลรายบุคคล ที่ไม่ใช่ดีพลีต (Deplete) ปรากฏว่าก็ไม่มีซอฟต์แวร์ (Software) ตัวนี้ เพราะฉะนั้นระบบ ที่ว่านั้นเป็นเรื่องของซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซึ่งต้องคํานึงให้กว้าง และที่พูดถึงยังไม่รวมถึงระบบข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือนะคะ ในกระทรวงยุติธรรมมี ๔ หน่วยงาน สตช. มีอีก ๒ หน่วยงาน นอก สตช. ก็ยังมีอีกที่กระทรวงมหาดไทย ทั้ง ๓ กระทรวงคุยกัน ไม่ได้ด้วยซอฟต์แวร์ (Software) ทําอย่างไรที่จะให้ทํางานคู่กันได้ เพราะนั่นเป็นเรื่องระบบ ในเรื่องแรก แต่สิ่งที่เป็นเรื่องระบบก็คือการป้อนข้อมูลเข้า การแชร์ข้อมูลว่าจะทําอย่างไร ยังไม่รวมถึงการใช้ข้อมูล แชร์กับใช้ไม่เหมือนกันนะคะ เราพูดถึงการป้อนค่ะ เรื่องป้อน ก็เป็นเรื่องยากเพราะว่าต้องใช้ระบบไอที (IT) ขณะนี้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ต้องทํา เรื่องระบบนิรนามทั้งประเทศก็ต้องไปจัดจ้างทําระบบเอง ซึ่งถ้าว่าไปแล้วควรจะไปแพ็กเกจ (Package) นี้ค่ะ เพราะว่าควรจะเป็นเรื่องระบบข้อมูลใหญ่ของประเทศ รวมทั้งการแชร์ ซึ่งมักจะติดที่บอกว่าอันนี้แชร์ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้จะต้องข้ามปัญหานี้ให้ได้ ซึ่งจะเป็นข้อเสนอ ในข้อ ๔ แต่สิ่งสําคัญที่สุดที่ไม่ค่อยได้พูดถึงคือเรามีระบบฐานข้อมูลกลาง แต่เราขาดซึ่งคน ที่วิเคราะห์เป็น คนที่วิเคราะห์และใช้ข้อมูลเป็นไม่ง่ายค่ะ เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ได้เห็น คณะกรรมาธิการนําเข้าก็ได้ฟังว่าต่อไป ก.พ. จะกําหนดคุณสมบัติของผู้บริหารที่เป็นข้าราชการ ที่จะต้องสามารถใช้ข้อมูลที่เราถือเป็นหัวข้อหนึ่งในไอดีพี (IDP) คือแผนพัฒนารายบุคคล ที่เรียกว่าประมวลผล ถ้าข้าราชการหรือผู้ใช้ไม่มีคุณสมบัติในการประมวลผลข้อมูลก็จะนิ่ง เป็นตะกอนไม่สามารถแปลมาเป็นประโยชน์ได้สูงสุด แต่สิ่งสําคัญที่สุดก็คือในเรื่องของ การกําหนดการเข้าถึงซึ่งข้อมูล ซึ่งตรงนี้คาดว่าคณะทํางานคงทราบอยู่แล้ว
ประเด็นที่ ๓ ก็คงจะตรงกับท่านเบญจวรรณพอดี ก็คือพอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็จะไปพูดถึงเรื่องกระทรวงดิจิทัล แล้วก็จะไปพูดถึงหน่วยงาน กรอบอัตรากําลังนี่ยากค่ะ ประเทศไทยเป็นอะไรที่นักอะไรก็เป็นนักอันนั้น วิศวกรมาบรรจุเป็นนักนิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แปลกมากค่ะ แต่จบวัสดุศาสตร์มาเป็นนักนิติวิทยาศาสตร์ได้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น คนที่ทําหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลยากมากที่จะกําหนดว่าเขาคือใคร อีก ๑ ในส่วนที่เป็น กรอบอัตรากําลังก็คือเราจะเห็นได้ว่าบางข้อมูลจําเป็นต้องมีอัตรากําลังของบุคลากร ทางเทคนิค โดยเฉพาะก็คือที่เรียกว่าข้อมูลเอกลักษณ์บุคคลหรืออัตลักษณ์บุคคล ซึ่งเป็น เรื่องฟิงเกอร์ปรินต์ (Fingerprint) หรือเป็นเรื่องของดีเอ็นเอ (DNA) ผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๒ อันนี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้เป็นตําแหน่งข้าราชการธรรมดาก็เป็นเรื่องกรอบอัตรากําลัง
ประเด็นที่ ๔ ซึ่งเป็นข้อสุดท้ายที่อยากจะฝากก็คือเห็นองค์ประกอบ เรื่องคณะกรรมการ ทราบว่ามันติดค่ะ ไม่ว่าจะตั้งนายกรัฐมนตรี ตั้งปลัดกระทรวง ตั้งรัฐมนตรี ก็มอบทั้งนั้น พอมอบแล้วก็ไม่ต่อเนื่อง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องยากมากสําหรับการขับเคลื่อนงาน ทุก ๆ เรื่อง แต่มีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเราอยากเห็น ซึ่งอาจจะไม่ต้องอยู่ใน พ.ร.บ. คณะทํางาน ที่สามารถทําให้ขับเคลื่อนได้จริงจัง เพราะระบบฐานข้อมูลกลางน่าจะเป็นประโยชน์ที่ดีมาก ๆ สําหรับประเทศไทย ล่าสุดได้ฟังมาจากของประเทศออสเตรเลียเขาเอาฐานข้อมูลอาชญากรรม และข้อมูลทุก ๆ อย่างไปเป็นเนชันนัลดาต้าเบส (National Database) เป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) เลย ซึ่งเอามารวมกันไว้ ประเทศจีนเองก็เอาเป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) ยกตัวอย่าง ดีเอ็นเอ (DNA) ของจีน อาจจะยกไปเป็นเรื่องแคบ เพียงแต่ให้เห็นว่าใช้ประโยชน์ได้สูงสุด เขาได้ทําการเก็บแล้วก็เอาไปติดตามในเรื่องของการเข้าตรวจค้นการค้าประเวณี สามารถ แก้ปัญหาเรื่องการขโมยเด็ก หรือค้าแรงงานมนุษย์ ค้าเด็กได้ อะไรอีกหลาย ๆ เรื่องเลย ซึ่งอยู่ที่ระบบการมองข้อมูลใหญ่ ซึ่งข้อสุดท้ายนี่คือคณะกรรมการ หรือคณะทํางาน หรือการเตรียมงาน คือไม่มีความเห็น เพราะว่าถ้าไม่ตั้งคนสูงสุดมันก็เรียกประชุมยาก เพราะระบบราชการไทยเป็นอย่างนั้น แต่ตั้งทีไรก็ไม่เคยมาเอง คือมอบ เมื่อมอบก็มักจะไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็คงจะฝากไว้ว่าเพื่อให้การดําเนินการนี้ มีอุปสรรค ให้น้อยที่สุด ในส่วนที่ได้ปฏิบัติงานด้านการบริหารฐานข้อมูลความมั่นคง ๑๐ ปีในภาคใต้ จริง ๆ แล้วประเทศไทยนําในเรื่องนี้ อยากจะเรียนให้ทราบว่าเนคเทค (NECTEC) สวทช. ได้มีคณะวิจัยคณะหนึ่งคิดซอฟต์แวร์ (Software) ที่จะบูรณาการข้อมูลทั้งหมด ๓ ฐาน ๔ ฐาน ข้อมูลดีเอ็นเอ (DNA) ข้อมูลซักถาม ข้อมูลสถานที่ก่อเหตุ อย่างน้อยก็เป็นต้นกําเนิด ซึ่งคิดว่าท่านอนุสิษฐก็คงจะได้ทราบในเรื่องนี้ดีไม่จําเป็นต้องซื้อซอฟต์แวร์ (Software) ต่างประเทศ ก็คงเป็นข้อเสนอแนะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดค่ะ