สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๕ เมษายน ๒๕๖๐

ชูศิลป์ คุณาไทย พูดเรื่องการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเรียกร้องให้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ที่วิกฤต

พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย

เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กระผม พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ ก่อนอื่น ผมต้องขอชื่นชมกับผลงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้าน การบริหารราชการแผ่นดินที่นําเสนอการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในหมวดการปฏิรูปและนโยบายของรัฐบาลไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ที่ให้มีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ ในการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดทําบริการสาธารณะเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับ ประชาชน ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มาก แต่ยังมีเรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่อยู่ในเรื่องนี้ก็คือการคุ้มครองความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นเครื่องมือหลักในการดําเนินงาน ซึ่งผมขออภิปรายเสริมในเรื่องนี้ครับ ท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ สิทธิพื้นฐานของมนุษย์ที่จะได้รับความช่วยเหลือ เมื่อตนเองและครอบครัวอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยหรืออยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤต ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็นบริการที่รัฐต้องจัดให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ทันต่อเวลา และมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ที่วิกฤตต่อชีวิต มีรายงาน การศึกษาจากใบมรณบัตรพบว่าผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินที่ต้องเสียชีวิตอยู่ภายนอกโรงพยาบาล มีจํานวนประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนต่อปี เป็นผู้เสียชีวิตอยู่ที่บ้านรวมกับเสียชีวิตระหว่างนําส่ง โรงพยาบาล ถ้าระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินมีประสิทธิภาพสามารถรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จากประชาชนเชื่อมต่อให้ศูนย์รับแจ้งและสั่งงานของหน่วยปฏิบัติงานช่วยฉุกเฉินได้ทุกด้าน ทําให้มีหน่วยปฏิบัติการออกปฏิบัติงานช่วยประชาชนในที่เกิดเหตุได้ทั่วถึง ทันต่อเวลา และมีประสิทธิภาพ จะช่วยชีวิตประชาชนได้ถึงร้อยละ ๕๐ เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีการช่วยฉุกเฉินที่ดีที่สุด สามารถช่วยชีวิตได้ร้อยละ ๕๐ ของประชาชน ที่เสียชีวิตอยู่ภายนอกโรงพยาบาลปีละ ๖๐,๐๐๐ คน เป็นการช่วยชีวิตได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน ต่อปี เป็นเรื่องที่สําคัญแล้วก็คุ้มค่ามากที่สุดครับ ข้อเท็จจริงสําหรับประเทศไทยในปัจจุบัน ระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากสาเหตุต่าง ๆ มาจากทางโทรศัพท์ที่มีหมายเลขของหน่วยงาน ที่ออกปฏิบัติการช่วยฉุกเฉินที่มีจํานวนมากกว่า ๓๐ หมายเลข จากปัญหาของหลายเบอร์ หลายหน่วยงานไม่อยู่ในภาวะฉุกเฉินทําให้ประชาชนเกิดการสับสนจําเบอร์ไม่ได้ เสียเวลา หรือล่าช้าในการที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือ สรุปแล้วระบบรับแจ้งเหตุฉุกเฉินในปัจจุบัน ยังมีปัญหาอีกหลายประการ เช่น การขาดประสิทธิภาพจากเครื่องมือในระบบสารสนเทศ และการสื่อสารไม่ทันสมัย ไม่สามารถบอกตําแหน่งของที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่มีข้อมูลของผู้แจ้ง และข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล ไม่มีเครื่องมือที่จะมาช่วยในระบบการประสานงานการปฏิบัติการ ช่วยเหลือจากหน่วยปฏิบัติการด้านต่าง ๆ เพื่อบูรณาการงานช่วยเหลือร่วมกันและยังไม่เป็น มาตรฐานสากล ไม่มีระบบเชื่อมโยงกับระบบรับแจ้งเหตุฉุกเฉินระหว่างประเทศ ทําให้คนไทย ไปต่างประเทศมีปัญหาแจ้งเหตุฉุกเฉินลําบาก ชาวต่างประเทศมาประเทศไทยก็แจ้งเหตุฉุกเฉิน ลําบากด้วยเช่นกัน นอกนั้นก็ยังไม่มีระบบเครื่องมือที่จะมาช่วยติดตามการปฏิบัติงานการ ช่วยฉุกเฉิน ไม่มีระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนางานและการประชาสัมพันธ์งาน ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติเป็นคําตอบที่จะตอบสนองการช่วยเหลือประชาชน จากเหตุฉุกเฉิน เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในปัจจุบันมีความพร้อมที่จะ นํามาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและทันต่อเวลา ขาดอย่างเดียวเท่านั้นคือการบริหารจัดการ ผมเห็นว่าแนวทางการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัลที่จะทําให้มีผลคุ้มครอง ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ที่มีกระทรวงดิจิทัลเป็นหลักในการดําเนินงาน อยากจะเสนอให้คณะกรรมาธิการ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินได้พิจารณาเรื่องนี้เพื่อประชาชน บรรจุเรื่องนี้อยู่ใน แผนยุทธศาสตร์และในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล ที่จะให้มีผลในการจัดตั้ง ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินให้เป็นผลสําเร็จ ขอบคุณครับ