ดุสิต เครืองาม แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยต่อร่าง พ.ร.บ. รัฐบาลดิจิทัล แม้สนับสนุนเป้าหมายการบริการประชาชนแบบดิจิทัล แต่เสนอให้เน้นการปฏิบัติจริงโดยกำหนดให้หน่วยงานระดับกรมจัดทำแผนการให้บริการดิจิทัลอย่างชัดเจนแทนการตั้งโครงสร้างคณะกรรมการใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ดุสิต เครืองาม สปท. ลําดับที่ ๕๓ ครับ กระผมเห็นด้วยกับข้อเสนอการปฏิรูปการบริหาร ราชการแผ่นดินและการบริการประชาชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. .... แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็นครั้งแรกที่ผมจะคิดอะไร ประหลาด ๆ ผมเห็นด้วย แต่สักครู่เดี๋ยวเวลาลงมติผมจะกดว่า ไม่เห็นด้วย เพื่อให้บันทึกเป็น ประวัติศาสตร์เอาไว้ เห็นด้วย กับรายงานนี้แต่จะกดว่า ไม่เห็นด้วย ขอเชิญทุกท่านรับฟังว่า ผมคิดอะไรประหลาด ๆ ผมคิดว่า สปท. เราไม่มีหน้าที่ที่จะต้องไปเสนอคําว่า รัฐบาลดิจิทัล ไม่จําเป็นเลยครับ รัฐบาลเขาทําอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเรียกร้องมาทั้งหมด ก็คืออยู่ในหน้าปกรายงานฉบับนี้อยู่แล้ว การบริการประชาชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือการบริการประชาชนด้วยดิจิทัล ความจริงผมมีประชุมคณะอนุกรรมาธิการคณะอื่น ผมไม่ไปประชุม ผมต้องการอภิปรายเรื่องนี้ให้ได้ ถ้าผมหิวข้าวผมก็อยากจะรับประทานข้าว ไม่ใช่ผมหิวข้าวแล้วท่านเอาก๋วยเตี๋ยวมาให้ผมก็รับประทานไม่ลง ต้องพูดตรง ๆ แบบนี้ พอผมอ่านเข้าไปในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องรัฐบาลดิจิทัลแล้วผมบอกว่าไม่จําเป็นเลย คล้ายกับที่ท่านกษิต ภิรมย์ อภิปรายไปนี้ ผมผิดหวังครับ ผิดหวังเลยเพราะพออ่านไปปุ๊บ บอกว่าต้องบริหารราชการแผ่นดินด้วยระบบดิจิทัล ต้องมีรัฐบาลดิจิทัล ต้องมีคณะกรรมการ รัฐบาลดิจิทัล ผมไม่สนใจครับ ผมสนใจปากท้องของการบริการประชาชน เมื่อดูในร่าง พ.ร.บ. นี้ โครงสร้างการบริหาร ตามร่าง พ.ร.บ. นี้มีอะไรบ้าง บอกว่านายกรัฐมนตรีรักษาการ แต่พอไปดูในคณะกรรมการ รัฐบาลดิจิทัล รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ผมว่าวิธีการยกร่างกฎหมายมาตรา ๔ อาจจะมีปัญหานิดหนึ่ง ปกติเขาก็จะเขียนว่าให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการตามพระราชบัญญัติ มีครับ มีหลาย พ.ร.บ. ที่เขาเขียนกันแบบนี้ ท่านเขียนว่า เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ว่าข้างในไม่มีชื่อนายกรัฐมนตรีอยู่เลย มีแต่รองนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นไร มาดูเรื่องของโครงสร้างรัฐบาลดิจิทัล ผมบอกว่าผมไม่สนใจว่าจะมีรัฐบาลดิจิทัล เขามีของเขามีอยู่แล้ว แต่ผมต้องการการบริการประชาชนแบบดิจิทัล ผมไม่ต้องการให้มี คณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัล แล้วพอลองเปิดไปดูอีกมีอะไร มีคณะกรรมการสํานักงานรัฐบาล ดิจิทัล ผมก็ไม่สนใจครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าคณะกรรมการสํานักงานรัฐบาลดิจิทัลไปนั่งอยู่ที่ สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วรัฐมนตรีในมาตรา ๒๔ หมายถึงรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ แต่ว่าท่านหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เอาละ ไม่ว่าอะไรกัน แต่ผมเปิดไปเปิดแล้วลงมาไม่ถึงพี่น้องประชาชนหรอก มีแต่รองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานสั่งการ มีผู้เชี่ยวชาญในการบริหารราชการแผ่นดิน ผมไม่เห็นว่ามีความจําเป็นเลย ผมไปเปิดดูพระราชบัญญัติอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ เทียบเคียงนะครับ พอดีท่านเป็นคนก๊อบปี้มาให้เอง พระราชบัญญัติ อํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ เปิดไปเลยครับ ไม่มีคณะกรรมการเลย ไม่มีใครเป็นประธานเลย แต่เขายังทําได้ แล้วก็ชงทุกเป้าเลย อํานวยความสะดวก ทุกวันนี้เข้าไปติดต่องานราชการที่เคยรอ ๑ ปี เคยรอ ๖ เดือน ตอนนี้ เขาปิดประกาศขึ้นป้ายว่าเรื่องนี้ไม่เกิน ๑๐ วัน เรื่องนี้ไม่เกิน ๑๕ วัน เรื่องนี้ไม่เกิน ๓๐ วัน ชอบครับ รู้แล้วว่าถ้าเราจะไปขอเรื่องนี้เขาต้องทําให้เราไม่เกิน ๓๐ วัน แบบนั้นชอบครับ แต่ทีนี้ถามว่าไหน ๆ ท่านจะยกร่างพระราชบัญญัติอํานวยความสะดวกประชาชนแบบดิจิทัล ต้องชกให้ตรงเป้าเลยนะครับ อย่าไปสนใจว่าจะมีรัฐบาลดิจิทัลหรือไม่ เพราะเขาบอกแล้วว่า เขามีของเขาอยู่แล้ว อย่าไปสนใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะต้องมานั่งทํางานตรงนี้ ของเขามีอยู่แล้ว แต่ทีนี้ผมอยากจะให้ชกตรงเป้าเลยก็คือบอกไปว่า ตามพระราชบัญญัตินี้หน่วยงานระดับกรม อย่างน้อยที่สุดราชการก็คือระดับกรมจะต้องมีแผน จะต้องมีขั้นตอนในการดําเนินการประกาศใช้การบริการประชาชนด้วยระบบดิจิทัลภายในกี่ปี ภายในกี่เดือน และต้องติดประกาศอะไรและนํามาใช้ให้เป็นรูปธรรม นี่คือสิ่งที่ต้องการนะครับ ไม่ต้องไปสนใจหรอกว่ารัฐบาลเขาจะมีปัญหาเรื่องเน็ตเวิร์ก (Network) เรื่องเซฟตี (Safety) เรื่องซีเคียวริตี (Security) เขาทําของเขาอยู่แล้วสุดยอดเก่งด้วย ส่ง พ.ร.บ. แบบนี้เข้าไป เชยเปล่า ๆ ครับ นั่นคือเราจะช่วยรัฐบาล ช่วยกันออก พ.ร.บ. เหมือนกับจะเป็นคู่แฝดก็ได้ พ.ร.บ. อํานวยความสะดวกบริการประชาชนแบบดิจิทัลคู่แฝดกับ พ.ร.บ. พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ร.บ. การอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ คิดว่าผมเรียนเสนอ แบบนี้ ตรงไปตรงมาไม่ต้องเกรงใจ ผมเห็นเหลือเกินว่าหน่วยงานราชการของไทยเรา อย่างน้อยที่สุดระดับกรมต้องเอาระบบดิจิทัลออกมาบริการประชาชนให้ได้ เอาละครับ ทีนี้จะขอยกตัวอย่างว่าผมมีความขมขื่นขนาดไหน เมื่อวันก่อนย้ายสํานักงานของผมจากถนนหนึ่ง ไปอีกถนนหนึ่งแล้วก็ไปขอมิเตอร์ไฟฟ้าใหม่ เดินขึ้นไปที่สํานักงานการไฟฟ้านครหลวงเขต ๑ ต้องเข้าไป ๕ รอบ สวัสดีครับ มาขอมิเตอร์ใหม่แล้วเราก็กรอก เขาบอกว่าเอากลับไปได้ ผมก็ตามเรื่องต่อ แล้วอย่างไรต่อ เขาบอกว่าคุณต้องไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการตรวจระบบภายใน ไปตรวจที่ตึกใหม่แล้วกลับ แล้วเสร็จหรือยัง เขาบอกว่าคุณต้องไปยื่นเรื่องการออกแบบใหม่ กลับมาไปอีกรอบหนึ่ง คุณต้อง ไปขอแผนกปักเสา ต้องปักเสาเพิ่ม เข้าไป ๕ รอบ อันนี้รู้สึกขัดกับ พ.ร.บ. อํานวยความสะดวก อย่างสิ้นเชิง แต่มันยังไม่เกี่ยวกับดิจิทัล ผมจะขออนุญาตเล่าเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัลอย่างไร และผมขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ยกในหน้า ๒๓ ตัวชี้วัดการสํารวจของหน่วยงานอะไรจําไม่ได้ ฝรั่งเขากําหนดใช่ไหมครับ มีด้วยกัน ๑๐ ข้อ คือต้องชกตรงเป้าแบบนี้ การอํานวยความสะดวก อันนี้ธนาคารโลกเขาต้องการ การอํานวยความสะดวกเรื่องสาธารณูปโภคของประเทศไทย ผมไม่รู้ว่าจะลําดับที่เท่าไรของโลก โดยเฉพาะเรื่องระบบไฟฟ้า หลาย ๆ ท่านคงทราบดีว่า กระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมให้มีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน ยกตัวอย่าง ติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านก็ได้ อาคารพาณิชย์ที่เขาเรียกว่าโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการอย่างน้อย ๕ หน่วยงาน วิ่งเข้าวิ่งออก ๕ หน่วยงาน ถือเอกสารไปเป็นปึ๊งเลย เป็นรถบรรทุกเลยครับ เริ่มต้นพอเราจะปูแผงบนหลังคา น้ําหนักมันเพิ่มใช่ไหมครับ เอาละต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร ต้องไปขออนุญาต ที่เทศบาลหรือ อบต. เขาบอกว่าต้องขอแบบดรอว์อิง (Drawing) ขนาดเอ ๑ (A1) ยาวเป็นเมตร ๕ ชุด ถ้าเป็นกรณีบ้าน แบบดรอว์อิง (Drawing) มันเล็ก แต่พอเป็นอาคารขนาดใหญ่ ๑ ชุด มี ๕๐ ใบ ขอเอ ๑ (A1) ๕ ชุด เอาละ ๕ ชุดก็ส่ง พอส่งไปเสร็จแล้วอย่างไรครับ ๒ เดือนผ่านไป เขาบอกว่าอาจารย์ดุสิตมารับได้ ผมบอกว่าขอบคุณครับ ก็ไปรับแบบอนุญาตเขาเรียก อ. ๑ กระดาษเอ ๔ (A4) ๑ ใบ แล้วเขาบอกว่าเอากลับไปด้วยเอ ๑ (A1) ๔ ชุดเมื่อสักครู่นี้ เขาขอไป ๕ ชุด เอากลับมา ๔ ชุด ผมจะเป็นลมพับตาย ส่งไป ๕ ชุด เอ ๑ (A1) ๕ ชุด ชุดละ ๕๐ ใบ ก็ ๒๐๐ กว่าใบ เขาบอกว่าไม่ใช้แล้วขอคืน คือต้องใช้ดิจิทัล พอไปอีก หน่วยงานหนึ่ง ขออนุญาตผลิตพลังงานควบคุม ต้องไปยื่นที่กระทรวงพลังงาน เขาก็มีเอกสารอีก เป็นร้อย ๆ หน้า แล้วเขาก็ไปตรวจสถานที่ก็เป็นเอกสาร เขาไม่ขออะไรเลยที่เป็นดิจิทัล พอไปหน่วยงานของการไฟฟ้าก็ส่งเอกสารอีกครับ ซ้ํากันเหมือนของเดิม ต้องมีอะไรบ้าง ต้องมีวงจรไฟฟ้า มีรูปแผนผัง รูปแบบการติดตั้งเหมือนกันหมดเป๊ะ แล้วยังต้องเสียเงินให้กับ วิศวกรหรือสถาปนิกเซ็นซ้ํากันทั้งหมด ๕ ครั้ง เขาบอกว่าเซ็นครั้งหนึ่งขอชาร์จ (Charge) ๓๐,๐๐๐ บาท ๕ ครั้งก็คือ ๑๕๐,๐๐๐ บาท แล้วเนื้อหาเหมือนกันหมดเลย ก็ต้องเซ็นจริงด้วย ก๊อบปี้ไม่ได้ด้วย มีหน่วยงานหนึ่งที่ผมกราบขอบพระคุณเลยที่ก้าวหน้าไปแล้วคือสํานักงาน คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน อันนี้เขาให้เริ่มส่งเป็นดิจิทัลแล้ว การที่จะติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ได้ต้องเกี่ยวข้องกับ ๕ หน่วยงาน เมื่อสักครู่นี้เทศบาลเอาเอกสาร เอ ๑ (A1) ไปเป็นร้อย ๆ หน้า ใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุมก็เอกสาร การไฟฟ้าก็เอกสาร การไฟฟ้านี้ สุดจะโหดเลยครับ ผมขอติดตั้งโซลาร์ (Solar) อะไรสักอย่างหนึ่งที่อําเภอหาดใหญ่ แล้วผู้ลงทุน อยู่กรุงเทพฯ ผู้ออกแบบ ผู้ก่อสร้างอยู่กรุงเทพฯ เขาบอกว่าต้องไปยื่นเอกสารที่จังหวัดยะลา เพราะอะไรครับ อําเภอหาดใหญ่ขึ้นอยู่กับเขตภาคใต้ จังหวัดยะลา ติดตั้งที่อําเภอหาดใหญ่ จะต้องบินไปยื่นที่จังหวัดยะลา ถามว่ายื่นที่กรุงเทพฯ ได้ไหม เขาบอกว่าไม่ได้ มอบอํานาจให้ จังหวัดยะลาไปเรียบร้อยแล้ว ก็เหมือนกันคนที่จะติดตั้งโซลาร์ (Solar) อยู่ที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต ยื่นที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ ต้องไปยื่นที่ไหนครับจังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต หรือเปล่าครับ ไม่ใช่ ต้องไปยื่นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แปลกประหลาดไหมล่ะครับ ตรงนี้เขาไม่ยอมเอาระบบดิจิทัลออกมาใช้งาน เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าท่านต้องชกตรงเป้าให้ได้ บริการประชาชนต้องให้ถึงประชาชนให้ได้ ทุกวันนี้ประชาชนที่ต้องการจะทราบว่า มิเตอร์ไฟฟ้าของตัวเองกินไฟไปแล้วกี่หน่วย มี ๒ การไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง คือการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าภูมิภาค ต้องชื่นชมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าเขาก้าวหน้าไปมาก ท่านเชื่อไหมครับ ถ้าท่านเป็นผู้บริหารบริษัทนั่งอยู่ที่สํานักงานใหญ่กรุงเทพฯ ท่านมีโรงงานอยู่ที่ชลบุรีสามารถ เปิดคอมพิวเตอร์ดูผ่านทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ว่าโรงงานที่อยู่ที่ชลบุรีนั้น เดือนนั้นเดือนนี้ กินไฟฟ้าไปกี่หน่วยสามารถดูออนไลน์ (Online) ย้อนหลังได้ แต่การไฟฟ้านครหลวง ยังทําไม่ได้ ก็ไม่รู้อย่างไร ในอนาคตทั้ง ๒ การไฟฟ้าเขากําลังของบประมาณเป็นแสนล้านบาท จากรัฐบาลเพื่อไปทําระบบที่เรียกว่าสมาร์ตกริด (Smart Grid) หรือว่าระบบโครงข่ายอัจฉริยะ ทางด้านไฟฟ้า ก็หวังว่าระบบดิจิทัลจะต้องเอามาใช้กับระบบไฟฟ้าให้ได้ มีอีกเรื่องหนึ่ง ที่ขมขื่นมาก คือการเก็บเงินที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเข้าโครงการโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) คือขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ขีดเส้นใต้นะครับ ขายไฟฟ้าตามนโยบายกระทรวงพลังงาน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรานั้นคือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงซึ่งอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ค่าไฟฟ้าที่จะ เก็บได้เดือนหนึ่งอาจจะ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ทุกวันนี้ต้องวิ่งเข้าวิ่งออก จ้างวินมอเตอร์ไซค์ไปกลับเพื่อขอเงินเป็นรายเดือนไปรับเงินค่าไฟฟ้า ๕๐๐ บาท ต้องยื่น ใบแจ้งหนี้ไปกลับรอบหนึ่ง ต้องไปยื่นขอรับเงินอีกรอบหนึ่ง ตรงนี้ก็คือการบริการประชาชน ด้วยระบบดิจิทัลยังไปไม่ถึง แค่โอนเงินนั้นเข้าบัญชีของผู้ลงทุนก็จบ ตอนนี้การไฟฟ้านครหลวง เริ่มแล้ว เริ่มมีการโอนเงินแบบออนไลน์ (Online) แล้ว ผมถึงบอกแบบนี้นะครับ มันต้องลงไป ในรายละเอียด ขึ้นไปอยู่บนยอดภูเขาระดับรัฐบาลแล้ว ผมไม่สนใจนะครับ อยากจะชกให้ตรงเป้า ท่านอาจจะไปปรับร่าง พ.ร.บ. นี้นิดหนึ่งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นการบริการประชาชนแบบดิจิทัล ตามเจตนารมณ์ แล้วอะไรที่เกี่ยวกับรัฐบาลไม่ต้องไปยุ่งมากนัก ชกให้ถูกเลยว่า จะบริการประชาชน แล้วต้องบังคับไปในร่าง พ.ร.บ. นี้เลยว่าหน่วยงานระดับกรมอย่างน้อย ๑๐ ด้าน ที่อยู่ตามเวิลด์แบงก์ (World Bank) อะไรเมื่อสักครู่นี้ใส่เข้าไปเลยครับ จะต้องบริการประชาชนด้านดิจิทัลอะไรบ้าง ขอบพระคุณครับ