อนุสิษฐ ชูแนวปฏิรูปรัฐบาลดิจิทัล เสนอบูรณาการระบบ-ตรากฎหมายรองรับ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๕ เมษายน ๒๕๖๐

อนุสิษฐ คุณากร หารือเรื่องความจำเป็นในการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อรองรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยเสนอให้เร่งบูรณาการระบบดิจิทัลของภาครัฐให้เชื่อมโยงกันอย่างมีมาตรฐาน พร้อมผลักดันกฎหมายและจัดตั้งองค์กรหลักเพื่อให้การบริหารและการให้บริการประชาชนมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมั่นคงปลอดภัย รวมถึงเน้นการพัฒนาบุคลากร งบประมาณ และกรอบกฎหมายที่รองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตามหลักรัฐธรรมนูญ

นายอนุสิษฐ คุณากร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ และกรรมาธิการทุกท่านครับ ผม อนุสิษฐ คุณากร สปท. ลําดับที่ ๑๘๓ สําหรับข้อเสนอในการปฏิรูปหลังจากที่ท่านเบญจวรรณ และท่านประธานกรรมาธิการยงยุทธ ได้กรุณานําเรียนถึงสาระสําคัญความจําเป็นของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน ในระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นว่าพัฒนาการของประเทศเราดูเหมือนน่าจะเดินไปได้ด้วยดี ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่หลากหลายทีเดียว มีการพัฒนาในเรื่องของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ มาเป็นระยะเวลาเกือบ ๒๐ ปี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตผมคิดว่าหลายอย่างด้วยความจําเป็น หรือข้อจํากัดในเรื่องงบประมาณก็ดี หรือแม้กระทั่งองค์ความรู้ในเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ หรือดิจิทัลของประเทศก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่สามารถทํางานในลักษณะการบูรณาการ ของการทํางานในภาครัฐเข้าด้วยกัน ฉะนั้น ณ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือแต่ละกระทรวง แต่ละกรม ก็พยายามพัฒนาในระบบดิจิทัลหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ต่างคนต่างทําหน้าที่ ต่างคนต่างทํางาน จนในท้ายที่สุดเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลเองก็ได้มีความพยายามในการจัดตั้ง คณะกรรมการบูรณาการข้อมูลภาครัฐระดับชาติขึ้นมา โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีท่านรองนายกรัฐมนตรีอีกหลายท่านเป็นประธานคณะบูรณาการในแต่ละด้าน ต้องเรียนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการเชื่อมโยงระบบข้อมูลเข้าด้วยกันของหน่วยงานต่าง ๆ ต่างเป็นอุปสรรค ซึ่งกันและกัน แต่แน่นอนครับ ในหลายส่วนงานก็สามารถที่จะนําข้อมูลที่มีอยู่เดิมนั้นสามารถ พัฒนาการเชื่อมโยงไปได้บ้าง แต่ในท้ายที่สุดก็จะมีอุปสรรค เพราะว่าการดําเนินการ เรื่องเหล่านี้เราไม่ได้ทํางานลักษณะที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน และมีระบบทั้งเครือข่ายการเชื่อมโยงที่มีเครือข่ายหลัก เครือข่ายรองที่ชัดเจน ระบบของ การรวบรวมข้อมูลที่อยู่ในแพลตฟอร์ม (Platform) ที่แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จึงเกิดประเด็นว่าถึงเวลาที่รัฐบาลไทยจําเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งส่วนหนึ่งจะต้องให้ความสําคัญต่อการบูรณาการในเรื่องของดิจิทัลเข้าด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ การพัฒนาในเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งเมื่อเช้านี้เองเราเห็นความสําคัญ เรามองภาพว่าภาคธุรกิจ กําลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันท่านสมาชิกหลายท่านก็มีข้อสงสัย มีข้อท้วงติงว่าถ้าวิ่งไปอย่างนั้นในตัวแบ็กออฟฟิศ (Back Office) ที่เป็นหน่วยงานของรัฐเอง เราจะสามารถซัปพอร์ต (Support) เราจะดูแลผลประโยชน์ของชาติในส่วนที่เป็นดิจิทัล ได้อย่างไร ดังนั้นข้อเสนอในวันนี้จึงเป็นข้อเสนอที่จะนําไปสู่การตอบโจทย์การทํางานในเรื่อง ของดิจิทัล ในส่วนของกรรมาธิการด้านบริหารราชการแผ่นดิน ขออนุญาตเรียนว่าข้อเสนอ ที่เป็น ๒ ประการหลักนั้น คือ

ประการแรก เป็นเรื่องของการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร ราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน โดยมีประเด็นที่เป็นสาระสําคัญ ๔-๕ ประเด็น

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ประเด็นแรก ที่เป็นองค์ประกอบย่อย เรื่องหลักการในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศก็คือ จําเป็นที่จะต้องมีการกําหนด องค์กรรับผิดชอบหลักในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งการให้บริการประชาชน และการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่ได้เรียนให้กรรมาธิการทราบแล้วว่า เราทํางานในลักษณะต่างคนต่างทํา ถึงแม้ในขณะนี้จะมีความพยายามในการประสานงาน การทํางานในการให้บริการประชาชนบางเรื่องก็สามารถดึงงานของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ เข้ามาทํางานด้วยกันได้บ้าง แต่ระยะยาวในความยั่งยืนนั้นคิดว่าการที่ไม่เปลี่ยนแปลง กระทรวงและกรมต่าง ๆ ให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล อันนั้นในท้ายที่สุดความยั่งยืนของระบบ การทํางานเหล่านี้ก็จะมีอุปสรรคอย่างมาก อันนี้เป็นประการแรกที่จําเป็นจะต้องมี การกําหนดองค์กร

ประเด็นที่ ๒ ในส่วนของการกําหนดองค์กรนั้น ต้องขออนุญาตเรียนว่าสิ่งที่ จะเกิดขึ้นต่อมาก็คือในเรื่องของการตรากฎหมายว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล การตรากฎหมายนั้น เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ขณะนี้ถึงแม้ว่าเราจะมีกระทรวงดีอี (DE) ซึ่งได้กําหนดยุทธศาสตร์ ที่สําคัญประการหนึ่งก็คือการแปรสภาพที่จะทําให้งานทางด้านเทคโนโลยีเหล่านี้บังเกิดขึ้น ต่อรัฐบาล ในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ของกระทรวงดีอี (DE) ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนั้น กําหนดไว้ชัดว่าจะต้องปรับสภาพรัฐบาลให้เป็นรัฐบาลดิจิทัลให้ได้ ฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นสาระสําคัญที่ได้กําหนดภารกิจไว้ค่อนข้างชัดเจน มีความรับผิดชอบ

สาระสําคัญของร่างในข้อเสนอการปฏิรูป ผมขออนุญาตโดยสรุปครับ จะต้องมีการจัดทําแผนระดับชาติเพื่อวางกรอบในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จะต้องมีการปฏิรูป การทํางานและการให้บริการด้วยระบบดิจิทัล จะต้องมีการทํางานในลักษณะที่เป็น อิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น ๆ ในหลาย ๆ เรื่อง แม้กระทั่งเมื่อเช้านี้เองในเรื่องของ นวัตกรรม ท้ายที่สุดนอกเหนือจากภาคเอกชนแล้ว ภาครัฐจะต้องซัปพอร์ต (Support) ในเรื่องของความเชื่อมั่นระหว่างประเทศว่าเมื่อรัฐบาลเปิดตัวให้มีการเชื่อมโยงในระบบดิจิทัล ระหว่างประเทศ ความเชื่อมั่นระหว่างประเทศอยู่ที่ไหน เวิลด์แบงก์ (World Bank) ในการที่จะ เข้ามาดําเนินการประเมินประเทศไทยว่าสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างง่ายหรือไม่ อันดับ ที่เราตกลงไปนั้นสาเหตุก็คือความยากลําบากของการทํางานในลักษณะที่เป็นอีส ออฟ ดูอิง บิซิเนส (Ease of doing business) ระดับของการเท่าเทียมกันทางกฎหมาย การเข้าถึงข้อมูล ต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การมีศูนย์ข้อมูลที่เป็นข้อมูลกลาง ทั้งเป็นข้อมูลในเชิงของสถิติ ซึ่งเป็นข้อมูลในลักษณะที่เป็นสแททิสติก (Statistic) ข้อมูลที่ไดนามิก (Dynamic) ข้อมูล ที่จะต้องมีการทํางานในลักษณะที่เป็นอินเตอร์แอ็กทิฟ (Interactive) คือแลกเปลี่ยนข้อมูล กันได้โดยทันที ควรจะบริหารจัดการข้อมูลอย่างไร ควรจะมีมาตรฐานอย่างไร ความมั่นคง ปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ซึ่งถูกบรรจุอยู่ใน ร่างกฎหมายฉบับนี้ การติดตามการประเมินผล แม้กระทั่งในเรื่องของการมีบทกําหนดโทษ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐงดเว้นหรือฝ่าฝืนข้อกําหนดในกฎหมายฉบับนี้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วการผลักดันการทํางานในลักษณะของการที่จะทําให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล เป็นแบ็กออฟฟิศ (Back Office) ที่มีประสิทธิภาพนั้น จําเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิด ปรับเปลี่ยนวิธีการทํางานของภาครัฐไปอย่างพลิก ต้องถือว่าถ้าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้รับ การอนุมัติเราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลที่จะเป็นรัฐบาลดิจิทัลนั้นจะมีทางเดิน อย่างมั่นคงครับ

ประเด็นที่ ๓ ทําอย่างไรจะมีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลหน่วยงานของรัฐ เข้าด้วยกัน การบูรณาการและการเชื่อมโยงข้อมูลของรัฐนั้นจะต้องมีมาตรฐานที่มีความชัดเจน อย่างไร การบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลของรัฐนั้น ในระบบของฐานข้อมูลที่จะนํามาใช้ ในการเชื่อมโยง ควรจะมีการออกแบบระบบอย่างไร ข้อมูลทั่วไปเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนได้ ข้อมูลที่มีความสําคัญจะต้องมีการจัดเก็บ ในลักษณะใด หรือข้อมูลที่จําเป็นต้องปกปิดไม่สามารถเปิดเผยได้จะต้องมีการดําเนินการ ในลักษณะไหนนะครับ

ประเด็นที่ ๔ เรื่องของการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือการที่จะ ทําให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่สําคัญก็คือเรื่องกําลังคนภาครัฐจําเป็นจะต้องจัดการให้มี แผนการบริหารหรือการพัฒนาคุณภาพกําลังคนภาครัฐในเรื่องของดิจิทัลหรือเทคโนโลยี สารสนเทศ

ประเด็นที่ ๕ นําไปสู่เรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ผมเชื่อว่า ณ ที่นี้ คงทราบว่าการของบประมาณที่ผ่านมาต่างคนต่างขอ ต่างกระทรวงต่างทํางาน ถึงแม้ จะมีคณะอนุกรรมาธิการทางด้านสารสนเทศอยู่ในสภาแห่งนี้ แต่ในการพิจารณา จากคณะอนุกรรมาธิการที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเราไม่ได้พิจารณาในเชิงระบบของการบูรณาการ แต่เป็นการพิจารณาในลักษณะความต้องการของหน่วยงานจะไปต่อยอดสิ่งที่หน่วยงานนั้น ๆ ดําเนินการ ขณะนี้มีหน่วยงานที่ดําเนินการไปแล้วประสบความสําเร็จ เชื่อว่าประสบความสําเร็จ ผมใช้คําว่า เชื่อว่า ครับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ข้อมูลของกรมสรรพากร ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเชื่อว่าประสบความสําเร็จ แต่แท้ที่จริงแล้วความสําเร็จที่เราคาดหวังนั้นในท้ายสุดยังเชื่อมโยง ยังทํางานกันอย่างไม่เต็มที่ ระบบความมั่นคงเองในเรื่องของการตรวจสอบบริเวณชายแดน การเข้าออก ระบบของวีซ่า (Visa) การจัดทําพาสปอร์ต (Passport) เรื่องการกระทําความผิดทางกฎหมาย ใครมีคดีอาชญากรรมอยู่ตรงไหนบ้าง เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลคงจะต้องนํามาพิจารณา แล้วก็บรรจุไว้ในร่างกฎหมาย

ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปที่สําคัญในประการที่ ๒ เป็นเรื่องของการพัฒนา กลไกภาครัฐเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน ตลอดจนภาคธุรกิจ เอกชนนั้นได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการในเรื่องนี้ ก็คือประเด็นเมื่อมีกฎหมาย ออกมาแล้ว หรือแม้กระทั่งก่อนที่จะมีกฎหมายออกมานั้น จําเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบ หรือว่าสํารวจความพร้อมของระบบ เราลงทุนกันไปเยอะมากครับ หลายกระทรวง หลายกรม ได้ดําเนินการในเรื่องนี้ไปมากทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันการทํางานร่วมกันในอนาคต ก็จะต้องมีการสํารวจความพร้อม สํารวจสิ่งที่มีอยู่ว่าเราจําเป็นที่จะต้องมีการทบทวนอย่างไร แม้กระทั่งกฎหมายที่เราเคยใช้ในการให้บริการประชาชนหรือบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอํานาจก็ดี พระราชบัญญัติในเรื่องของการอํานวยความสะดวก ก็ดี ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่จําเป็นจะต้องมีการทบทวนเพื่อให้มีการสอดคล้องต้องกัน ระหว่างร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้การปรับปรุงในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้บริการประชาชนที่มีลักษณะทําให้เกิดรัฐบาลดิจิทัลในอนาคตได้ ฉะนั้นข้อเสนอ ของกระผมในส่วนนี้ก็มีแต่เพียงเท่านี้ ก็ขออนุญาตนําเรียนว่าในเรื่องของการกําหนด ระยะเวลาปฏิรูปในเรื่องนี้ทางกรรมาธิการได้กําหนดไว้ว่าในช่วง ๑ ปีแรกนั้น ใน ๖ เดือน จะพยายามผลักดันให้มีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัลเกิดขึ้น สําหรับ ๖ เดือนหลัง ก็มีการเตรียมการเพื่อให้ทุกส่วนราชการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน ซึ่งเราคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ในหมวดว่าด้วยการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ ภายใต้รัฐธรรมนูญชุดนี้ ก็คือมาตรา ๒๕๘ ข้อ ข (๑) ในเรื่องของการประยุกต์เทคโนโลยี และ (๒) ในเรื่องของการเชื่อมโยง ข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลหน่วยงานของรัฐเข้าด้วยกันทุกส่วนราชการ ขอบพระคุณครับ