นคร สุขประเสริฐ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามศาสตร์พระราชา โดยนำเสนอผลงานและความสำเร็จของโครงการเกษตรรวมใจ โครงการศูนย์การเรียนรู้ที่มีความสําเร็จ และการช่วยเหลือประชาชนในด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาอาชีพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและการจัดสรรที่ดินให้กับประชาชน
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก นคร สุขประเสริฐ ประธานคณะอนุกรรมการดําเนินงานตามศาสตร์พระราชา ขอรายงานความคืบหน้าในการดําเนินงาน คณะอนุกรรมาธิการดําเนินงานตามศาสตร์ พระราชาทําการศึกษาดูงานโครงการพระราชดําริที่มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งขับเคลื่อน ดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรมใน ๔ ภูมิภาค เพื่อทําการศึกษาแนวทางการดําเนินงาน โครงการดังกล่าวนํามาเป็นแนวทางต้นแบบในการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา ในพื้นที่ต่าง ๆ โดยได้เลือกโครงการพระราชดําริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่พระองค์มีพระราชดําริให้แนวทางในการจัดตั้งโดยพระองค์เองในพื้นที่ ๔ ภูมิภาค ที่อยู่ภายใต้การดูแลประสานงานของกองทัพบก ซึ่งเป็นโครงการพระราชดําริที่พระองค์ ได้ทรงวางรากฐานเป็นต้นแบบไว้เพื่อให้มีการสืบสานขยายผลกว้างออกไป เพื่อให้เกิด ประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน การศึกษาดูงาน เพื่อเป็นการเรียนรู้ แนวพระราชดําริในการจัดตั้งกระบวนการบริหารจัดการโครงการ การดําเนินงาน และการขับเคลื่อนโครงการพระราชดําริดังกล่าว เพื่อให้ทราบรายละเอียด มีข้อมูล มาศึกษาวิเคราะห์สรุปเป็นข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ต่อหน่วยงานราชการต่าง ๆ ช่วยสนับสนุน ส่งเสริม ขับเคลื่อน และสืบสานให้คงอยู่ต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติในส่วนที่เกี่ยวข้องคือ เป็นการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจ เพื่อประชาชน ทั้งจะสนับสนุนโครงการทั้งหลายอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตลอดจนเร่ง ขยายผลงานตามโครงการและแบบอย่างที่ทรงวางรากฐานไว้ให้แพร่หลายและเกิดประโยชน์ ต่อประชาชนในวงกว้าง โดยยึดหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โครงการพระราชดําริใน ๔ ภูมิภาคที่เลือกศึกษาดูงาน
โครงการที่ ๑ โครงการเกษตรรวมใจอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดนครนายก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดําริไว้เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ ในคราวเสด็จทอดพระเนตรโครงการชลประทานคลองท่าด่าน จังหวัดนครนายก ซึ่งต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดําเนินการ สืบสานโครงการนี้มาโดยต่อเนื่อง
โครงการที่ ๒ โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดตาก ซึ่งริเริ่มตามแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสืบสานโครงการต่อเนื่องมา โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙
โครงการที่ ๓ โครงการศูนย์พัฒนาโนนดินแดง อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดบุรีรัมย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดําริในเรื่องการจัดสร้าง แหล่งน้ําตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๒ และทรงแนะนําวิธีการพัฒนาแนวใหม่เป็นโครงการ พัฒนาเบ็ดเสร็จผสมผสานสมบูรณ์แบบ
โครงการที่ ๔ โครงการศิลปาชีพหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ อันเนื่องมาจาก พระราชดําริ จังหวัดนราธิวาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชดําริ ให้จัดตั้งตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๖ รายละเอียดของทั้ง ๔ โครงการ ขอนําเสนอเป็นข้อมูลภาพประกอบเสียง ขออนุญาตท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อเปิดวีดิทัศน์ให้ที่ประชุมรับทราบต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิป (Clip) ภาพและเสียง)
คณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและเยี่ยมชมการดําเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จํานวน ๔ โครงการ ในพื้นที่ ๔ ภูมิภาค โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. โครงการเกษตรรวมใจ อันเนื่องมาจากพระราชดําริใน พลเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงเรียนทหารการสัตว์ กรมการสัตว์ ทหารบก อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก
ประวัติความเป็นมา เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ปี ๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดําเนินทอดพระเนตร โครงการชลประทานคลองท่าด่าน ตําบลหินตั้ง อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก และทรงมี พระราชดําริเกี่ยวกับพื้นที่ว่างเปล่าของทหารว่า ควรจัดทําให้เกิดประโยชน์ต่อทหาร และประชาชนในด้านการฝึกอบรมวิชาชีพเกษตรเบ็ดเสร็จเพื่อนําความรู้ไปพัฒนาถิ่นฐาน ของตนอันจะนําไปสู่ความมั่นคงของชาติสืบไป และภายหลังจากนั้นได้พระราชทาน พระราชดําริเพิ่มเติม โดยทรงให้จัดหาน้ําให้กับกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่บริเวณเขาชะโงก จังหวัดนครนายก เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางทหารและประชาชน จัดทําแผนการใช้พื้นที่ ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ต่อทหารและประชาชนในการจัดฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อนําความรู้ ไปพัฒนาท้องถิ่นของตน จัดทําระบบอนุรักษ์ดินและน้ําเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลาย ของหน้าดิน จัดกิจกรรมการผลิตเพื่อส่งผลผลิตไปสู่โรงเรียนในโครงการเกษตรเพื่ออาหาร กลางวัน กองทัพบกได้ดําเนินการสนองพระราชดําริโดยการจัดตั้งโครงการเกษตรรวมใจ อันเนื่องมาจากพระราชดําริขึ้น เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๓ และได้มอบหมายให้ กรมการสัตว์ทหารบกเป็นหน่วยรับผิดชอบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสืบสานพระราชปณิธาน ทรงติดตาม และมีพระราชดําริกับผู้เกี่ยวข้องโดยเสมอมา เพื่อให้การดําเนินงานประสบผลสําเร็จ และเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ได้มี พระราชวินิจฉัยทรงเห็นชอบตามแผนงานการดําเนินโครงการตามที่กองทัพบกเสนอ
วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ในการฝีกศึกษาอบรม วิชาชีพด้านการเกษตรให้กับประชาชนและนักเรียนนายร้อย เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ และเพื่อเป็นคลังอาหารสําหรับเลี้ยงสัตว์ที่ประสบภัยพิบัติ
ศาสตร์พระราชาในพื้นที่ เป็นศูนย์การเรียนรู้ทางด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่ ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคลังอาหารสําหรับช่วยเหลือประชาชน และสัตว์เลี้ยง ที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ธนาคารโค-กระบือ การบริหารจัดการที่ดินที่เป็นกรด การปลูกผักไร้ดิน การใช้หญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ํา และการบริหารจัดการน้ํา ในลักษณะอ่างพวง เป็นต้น
ความสําเร็จของโครงการ ปัจจุบันสามารถจัดทําศูนย์การเรียนรู้ จํานวน ๔ โครงการ ๑๒ กิจกรรม และ ๑๔ ฐานการเรียนรู้ สามารถให้การช่วยเหลือประชาชนและจัดส่ง อาหารสัตว์เลี้ยงที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ มาโดยตลอด และสามารถฝึกศึกษาอบรมวิชาชีพ ด้านการเกษตรให้กับนักเรียนนายร้อยทุกชั้นปีเพื่อนําไปขยายผลเมื่อจบการศึกษาออกไป ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
๒. ศูนย์การพัฒนาโนนดินแดง อันเนื่องมาจากพระราชดําริ อําเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ประวัติความเป็นมา ในอดีต ในพื้นที่อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประสบปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ ประชาชนมีการแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง และมีการต่อสู้แย่งชิงด้วยอาวุธ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทรัพย์สินถูกทําลายเสียหาย เกิดการละทิ้งถิ่นฐานที่ทํากิน ต้องอพยพหลบหนีภัยเข้ามา อาศัยความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวทราบถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงทรงมีพระราชดําริ เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๑ ให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ําคลองมะนาวที่บ้านโนนดินแดง เพื่อให้ราษฎรใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ําทําการเกษตรกรรมใกล้หมู่บ้าน ถือเป็นพื้นที่ พัฒนาเสริมความมั่นคงพื้นที่แรกของอีสานตอนล่าง พระองค์ทรงแนะนําวิธีการพัฒนาแนวใหม่ เป็นโครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จผสมผสานสมบูรณ์แบบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนราชการ ในพื้นที่ระดมทรัพยากรเข้ามาปฏิบัติในพื้นที่เป้าหมายภายใต้แผนงานเดียวกัน ซึ่งกองทัพ ภาคที่ ๒ ได้สนองกระแสรับสั่งจัดทําโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ อําเภอละหานทรายขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ โดยใช้การเมืองนําการทหารจนสามารถยุติปัญหา ในพื้นที่ได้อย่างสิ้นเชิงในปี ๒๕๒๖ และจากแนวทางพระราชดํารินี้เอง ก็ได้เป็นต้นแบบ ของแผนยุทธศาสตร์พัฒนาที่ใช้ดําเนินการในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพระราชทานแนวทางไว้ดังนี้
งานพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อการเกษตร ได้รับสั่งให้ทําการก่อสร้างอ่างเก็บน้ํา คลองมะนาวให้เสร็จสิ้นในปี ๒๕๒๒ ฝายทดน้ําห้วยหิน ที่บ้านโนนสมบูรณ์ อําเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ก่อสร้างเขื่อนลํานางรองซึ่งแล้วเสร็จในปี ๒๕๒๔ และการก่อสร้าง เขื่อนลําปะเทีย เขื่อนลําจังหัน เขื่อนลําปลายมาศ นอกจากนั้นทรงมีพระราชดําริให้ทํา การก่อสร้างอ่างเก็บน้ําขนาดเล็กเพื่อช่วยเหลือราษฎรในเขตหมู่บ้านต่าง ๆ อีกเป็นจํานวนมาก ส่งผลให้ราษฎรมีน้ําบริโภคใช้สอยและใช้ในการประกอบอาชีพทางการเกษตรกรรม
งานพัฒนาอาชีพทุกสาขา ได้ทําการส่งเสริมและช่วยเหลือให้ราษฎร ประกอบอาชีพหลายอย่างในเวลาเดียวกันเพื่อเป็นการเพิ่มพูนรายได้ งานปรับปรุงโครงสร้าง พื้นฐานและการก่อสร้างสาธารณประโยชน์ งานจัดตั้งหมู่บ้านและที่ทํากิน ทําการจัดตั้ง หมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดน หมู่บ้านป่าไม้ ตามโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง โดยรวบรวมราษฎรที่ได้รับผลกระทบและประสบภัย รวมทั้งหมู่บ้านที่กระจัดกระจายให้มา อยู่อาศัยรวมกันเป็นกลุ่มก้อนจนเกิดผลในการป้องกันตนเอง นอกจากนี้แล้วยังทําการจัดสรร ที่ดินโดยการกระจายสิทธิให้ราษฎรมีที่ทํากินเป็นของตนเองครอบครัวละ ๑๕ ไร่
งานพัฒนาจิตใจและปรับปรุงคุณภาพชีวิต ทําการพัฒนาร่างกาย จิตใจ จัดระบบรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน โดยปรับปรุงแก้ไขปัญหาทางด้านการเกษตร การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ด้านสาธารณสุข และการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาด้านความมั่นคงภายใต้แผนงานอันเดียวกัน โดยมีเป้าหมายการพัฒนาให้เป็น แหล่งสาธิตประกอบอาชีพและเป็นศูนย์กลางการบริการด้านการพัฒนา
กิจกรรมการพัฒนาที่สําคัญ ได้แก่ การจัดระบบและพัฒนาแหล่งน้ํา เพื่อการเกษตร การก่อสร้างอ่างเก็บน้ําและการจัดระบบส่งน้ํา การจัดรูปที่ดินท้ายอ่างเก็บน้ํา ลํานางรองเป็นแปลงเกษตรประณีต การจัดรูปแปลงนาท้ายอ่างเก็บน้ําคลองมะนาว เป็นแปลงเกษตรกึ่งประณีต และกิจกรรมส่งเสริมเพื่อความต่อเนื่องของโครงการตามที่ ได้รับพระราชทานไว้ ซึ่งปัจจุบันประสบผลสําเร็จ ราษฎรในพื้นที่มีความเข้มแข็ง มีการรวม กลุ่มอาชีพชัดเจน ประกอบด้วย กลุ่มแปลงผักและนามัย กลุ่มแปลงนาประณีต กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และกลุ่มทอผ้า
ศาสตร์พระราชาในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงโดยใช้วิธีการเมือง นําการทหารและการทํางานภายใต้แผนงานเดียวกัน การแก้ไขปัญหาความยากจน โดยการพัฒนาแหล่งน้ําให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ และพัฒนาอาชีพ เป็นศูนย์การเรียนรู้ทางด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่ ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาเบ็ดเสร็จผสมผสานสมบูรณ์แบบ
ความสําเร็จของโครงการ สามารถช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากภัยสู้รบจนให้มีความสงบ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข มีความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นศูนย์กลางการบริการด้านการพัฒนาและช่วยเหลือราษฎร ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
๓. โครงการจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ในพื้นที่ จังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประวัติความเป็นมา เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๒ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดําเนินทรงเยี่ยมราษฎร ที่บ้านรวมไทยพัฒนา ๑ ตําบลรวมไทยพัฒนา อําเภอพบพระ จังหวัดตาก และได้มี พระราชเสาวนีย์กับผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ ๓ ผู้อํานวยการศูนย์ประสานงานโครงการ จัดตั้งพื้นที่อาศัยและพื้นที่ทํากินคีรีรัฐ อําเภอพบพระ จังหวัดตาก ในสมัยนั้นว่า ให้หาราษฎรชาวไทยภูเขาที่สมัครใจไปเป็นยามตามแนวชายแดน ตามพระราชดําริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ทรงมีพระราชดําริ เพิ่มเติมแก่กองทัพบก ดังนี้ หมู่บ้านยามชายแดน เป็นหมู่บ้านที่จัดตั้งขึ้นใหม่บนภูเขา เพราะมีชาวเขา มีความคุ้นเคยกับการอยู่บนภูเขามากกว่าพื้นราบ และเป็นพื้นที่ ที่มีความปลอดภัยพอสมควร พื้นที่จัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดน ให้คัดเลือกพื้นที่ที่สามารถ ทําการเกษตรได้เหมือนดั่งดอยอ่างขาง มีแหล่งน้ํา มีพื้นที่เพียงพอสําหรับหมู่บ้านประมาณ ๔๐-๕๐ ครอบครัว ให้ทหารช่วยฝึกอบรมระบบป้องกันภัย และการฝึกรายงานข่าว เพื่อให้ราษฎรได้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพจะช่วย สนับสนุนอาชีพและขอแรงทหารเข้าช่วยในการจัดตั้งหมู่บ้านอันเนื่องมาจากพระราชดําริ กองทัพภาคที่ ๓ น้อมนําเอาแนวพระราชดําริดังกล่าวสู่ภาคปฏิบัติเพื่อบังเกิดผลเป็นรูปธรรม และได้ประสานขอความร่วมมือจากทุกส่วนราชการในจังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อดําเนินการตามแนวทางที่ได้มีพระราชดําริ โดยเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๒ ได้จัดตั้ง จํานวน ๒ หมู่บ้าน คือ บ้านมะโอโค๊ะ ตําบลแม่จัน อําเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และบ้านปางคอง ตําบลนาปู่ป้อม อําเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อมาได้มีการจัดตั้งเพิ่มอีก ๓ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านอาโจ้ ตําบลนาปู่ป้อม อําเภอปางมะผ้า บ้านแม่ส่วยอู ตําบลผาบ่อง อําเภอเมือง และบ้านดอยผักกูด ตําบลเวียงเหนือ อําเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวม ๕ หมู่บ้าน
วัตถุประสงค์ เพื่อดําเนินการจัดตั้งหมู่บ้านถาวรตามแนวชายแดน ด้านจังหวัดตากและจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้มีสภาพเป็นหมู่บ้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยคัดเลือกราษฎรชาวไทยภูเขาที่มีความสมัครใจให้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งจะได้รับการฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยและการรายงานข้อมูลข่าวสารขั้นพื้นฐาน เพื่อทําหน้าที่เป็นยามชายแดน
แนวทางดําเนินการ จัดตั้งชุมชนให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม และส่งเสริม ให้ราษฎรปลูกสร้างบ้านเรือนในลักษณะสันโดษ เรียบง่าย กระจายอยู่ตามพื้นที่ป่าธรรมชาติ ตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตของชนเผ่า ส่งเสริมให้ราษฎรมีการประกอบอาชีพ และรายได้เพียงพอต่อการบริโภคตลอดทั้งปี จัดทําธนาคารอาหารชุมชน โดยเฉพาะส่งเสริม ให้ราษฎรปลูกไม้ยืนต้นและพืชสมุนไพรเพื่อเป็นอาหารและยาในชีวิตประจําวัน ฝึกอบรม และเรียนรู้ถึงการทําหน้าที่เป็นยามชายแดนในการเฝ้าตรวจและแจ้งเตือนการรุกล้ําอธิปไตย ของกองกําลังต่างชาติ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าต้นน้ําลําธาร
ศาสตร์พระราชาในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน ด้วยการให้ราษฎรชาวไทยภูเขาที่เข้ามาอาศัยในหมู่บ้านทําหน้าที่เป็นยามคอยเฝ้าแจ้งเตือน ภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับทราบ การอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน การพัฒนาอาชีพให้มีรายได้อย่างเพียงพอ และการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิต ของชนเผ่า
ความสําเร็จของโครงการ สามารถจัดตั้งหมู่บ้านยามชายแดนได้จํานวน ๕ หมู่บ้าน เพื่อเสริมสร้าง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนในพื้นที่ ยุทธศาสตร์สําคัญ โดยพื้นที่และราษฎรได้รับการพัฒนาศักยภาพ มีความพร้อม ในการป้องกันตนและชุมชน สามารถเป็นแหล่งข่าวให้แก่ทางราชการ และมีหน้าที่ เป็นยามคอยแจ้งเหตุภัย เตือนให้กับหมู่บ้านตนเองและหมู่บ้านข้างเคียงได้อย่างถาวร
๔. โครงการหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ประวัติความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระราชดําริให้จัดตั้งหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะขึ้น ในปี ๒๕๒๖ และให้เป็นศูนย์สาขาที่ ๓ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจาก พระราชดําริ เพื่อเป็นพื้นที่สาธิตการใช้ประโยชน์จากดินเปรี้ยวจัด และเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง ในการพัฒนาอาชีพด้านการปศุสัตว์และการเกษตร มีพื้นที่จํานวน ๑,๕๐๐ ไร่ ใช้เป็นที่อาศัย ที่ทํากินของอาสาสมัครที่ปลดประจําการ และเกษตรกรยากจนที่ไม่มีที่ดินทํากิน ทั้งนี้ ได้จัดสรรให้แก่สมาชิกครอบครัวละ ๑๕ ไร่ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ๓ ไร่ ทําการเกษตร ๑๒ ไร่ โดยจะไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัว แต่จะใช้เป็นพื้นที่ส่วนรวมของหมู่บ้านเพื่อปรับปรุง พื้นที่ให้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ของสมาชิก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๒๗ พระองค์ เสด็จพระราชดําเนินไปยังหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ ทรงมีพระราชดําริกับผู้ที่เข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาท ความตอนหนึ่งว่า ในระยะแรก ต้องเร่งปรับปรุงพื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์รวม ของหมู่บ้านให้เป็นทุ่งหญ้าเสียก่อน โดยปลูกหญ้าพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพดินพรุ และมีคุณค่าทางอาหารพอ เนื่องจากโค กระบือไม่กินหญ้าพื้นเมืองที่ขึ้นในดินพรุ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมไว้สําหรับใช้เลี้ยงโคที่โครงการจัดหาไว้ให้สมาชิก แล้วระหว่างนั้นต้องส่งเสริม ให้สมาชิกเลี้ยงเป็ดเป็นอาชีพก่อน ในขณะเดียวกันทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ก็น่าจะขุดบ่อเป็นแนวขนานกับคลองมูโนะเพื่อทดลองปลูกบัว สําหรับเก็บดอกและเมล็ดไปจําหน่าย ตลอดจนทดลองเลี้ยงปลาน้ําจืดพันธุ์พื้นเมือง ที่สามารถทนสภาพความเป็นกรดในน้ําได้ ซึ่งอาจจะเป็นปลาสําหรับบริโภคหรือปลา ประเภทสวยงามก็ได้ หากน้ําในบ่อดังกล่าวมีอัตราความเป็นกรดมากเกินไปก็ควรทดลอง กรรมวิธีถ่ายน้ําเพื่อล้างความเปรี้ยว โดยสูบน้ําทิ้งอีกทางหนึ่งแล้วผันน้ําจืดจากคลองมูโนะ เข้ามาทดแทนน้ําในบ่อไม่ให้ผสมกับน้ําจืดในคลองมูโนะ
วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยและที่ทํากินให้กับราษฎร ที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทํากิน โดยมีอาชีพหลักในด้านปศุสัตว์ และอาชีพรอง ในด้านเกษตร โดยให้ส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมกันให้คําแนะนําและสนับสนุนสมาชิกของ โครงการในการพัฒนาพื้นที่ ให้สมาชิกใช้ประโยชน์และรายได้เลี้ยงครอบครัว และเพื่อเป็น ตัวอย่างในการปรับปรุงพื้นที่การเกษตรและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ดินเปรี้ยว รวมทั้ง เพื่อเป็นการปรับปรุงดินที่มีสภาพเป็นกรดให้มีคุณภาพดี โดยใช้น้ําจืดชะล้างดินเพื่อจะทํา การเกษตรได้ และปรับปรุงคุณภาพน้ําในพื้นที่โครงการโดยระบายน้ําเปรี้ยวออก และนําน้ําจืด เข้าไปแทนที่เพื่อให้สามารถเลี้ยงปลาและทําการเกษตรได้
ศาสตร์พระราชาในพื้นที่ เป็นการแก้ไขปัญหาดินที่มีสภาพความเป็นกรด ด้วยการใช้น้ําจืดชะล้างและนําดินที่มีคุณภาพดีแล้วมาบริหารจัดการให้ราษฎรได้ทํากิน การบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ และการเกษตรทฤษฎีใหม่
ความสําเร็จของโครงการ สามารถแก้ไขปัญหาสภาพดิน เพื่อจัดหาที่ดิน ที่อยู่อาศัยและที่ดินทํากินให้กับราษฎรที่ประสบปัญหา โดยมีอาชีพหลักในด้านการปศุสัตว์ และอาชีพรองในด้านการเกษตร สามารถให้คําแนะนําและสนับสนุนสมาชิกในโครงการ ในการพัฒนาพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์และหารายได้เลี้ยงครอบครัว สามารถเป็นตัวอย่าง ในการปรับปรุงพื้นที่การเกษตรและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ดินเปรี้ยวและสามารถปรับปรุงดิน ที่มีสภาพความเป็นกรดให้มีคุณภาพดี โดยใช้น้ําจืดชะล้างดินเพื่อจัดทําการเกษตรได้
เมื่อได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ในโครงการทั้ง ๔ แห่งแล้ว ได้ข้อมูลและรายละเอียดในกิจกรรมต่าง ๆ และเพื่อนํามาแยก เป็นศาสตร์พระราชาในแขนงต่าง ๆ ที่ดําเนินการอยู่ในแต่ละโครงการ คณะอนุกรรมการ ได้พิจารณาเลือกโครงการพระราชดําริที่ประสบความสําเร็จเพื่อนํามาเป็นข้อมูลสนับสนุน โครงการในทั้ง ๔ ภูมิภาค โดยได้เดินทางไปศึกษาดูงานอีก ๓ โครงการ คือ ๑. ศูนย์การศึกษา พัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งดําเนินการศึกษาวิจัยดินพรุ ที่มีอยู่อย่างกว้างขวางในพื้นที่ภาคใต้ ให้สามารถนํามาใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรกรรม ให้ได้มากที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ๒. ศูนย์การศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดิน เสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้ดําเนินการแก้ไขปัญหา ในเรื่องดิน น้ํา และป่าไม้ อย่างเป็นรูปธรรม โดยกําหนดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแหล่งสาธิต โดยทําเป็นศูนย์เรียนรู้ในกลุ่มศาสตร์พระราชาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๓. ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ศูนย์การฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งในโครงการมีเรื่องเกี่ยวเนื่องกับศาสตร์พระราชา คือ เกษตรทฤษฎีใหม่ การอนุรักษ์พลังงาน การสร้างบ้านดิน การเลี้ยงปศุสัตว์ การประมง โครงการวิถีควายไทย ในรูปแบบของธนาคารโค-กระบือ และจัดสร้างหอศิลป์ เจ้าพ่อหลวงเฉลิมพระเกียรติ ในการศึกษาดูงานโครงการที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดําริ และศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ซึ่งมีกิจกรรมตามศาสตร์พระราชาที่สําคัญซึ่งสามารถนํามาใช้ ในการพัฒนาพื้นที่และอาชีพด้านเกษตรกรรมให้ยั่งยืน โอกาสนี้ขออนุญาตให้ท่านอภิชาต จงสกุล อดีตอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งเคยมีส่วนร่วมปฏิบัติงานในโครงการดังกล่าวได้กรุณา สรุปสาระสําคัญของโครงการซึ่งเป็นประโยชน์มากให้ที่ประชุมทราบต่อไป ขออนุญาตครับ