ชูชาติ ชี้นำศาสตร์พระราชาปฏิบัติไม่เข้ม หวังพัฒนาสหกรณ์อย่างแท้จริง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐

ชูชาติ อินสว่าง หารือการนำศาสตร์พระราชาและเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติในระบบสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงแนวทางให้ชัดเจนเพื่อให้เกษตรกรเข้าใจอย่างถูกต้อง

นายชูชาติ อินสว่าง

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพครับ กระผม นายชูชาติ อินสว่าง ลําดับที่ ๔๑ ท่านประธานกรรมการ แล้วก็ ท่านประธานอนุกรรมการทุกท่านครับ เรื่องศาสตร์พระราชานี้เป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์ธรรมศักดิ์บอกว่าเรื่องการศึกษา เรื่องการดนตรี เรื่องการอะไร ก็สุดแล้วแต่ไม่หมดหรอก ถ้าพูดถึงพระองค์ท่านพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแล้ว วันนี้ ๑๘๘ วันก็ยังพูดกันไม่หมดถึงความเป็นอัจฉริยะของพระองค์ท่าน ศาสตร์พระราชา เป็นเรื่องที่พระองค์ท่านมีความห่วงใยเรื่องคน เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการบริหารจัดการ ที่มีระบบ ระเบียบที่ชัดเจน ผมขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่ทําเปเปอร์ชีต (Paper Sheet) เล่มใหญ่อันนี้มาให้ แล้วก็ไม่ลืมที่จะใส่ไว้ในหน้า ๑๑๓ ว่าศาสตร์พระราชาด้านการสหกรณ์ และศาสตร์พระราชาด้านเศรษฐกิจพอเพียง ท่านประธานที่เคารพครับ กระบวนการสหกรณ์ นับแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ มา ขณะนี้ก็ ๑๐๐ วันกับอีก ๑ ปีแล้ว คืบหน้าไปไหน หรือเปล่า แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้านําศาสตร์พระราชาไปใช้ อย่างจริงจังตั้งแต่สมัยที่เป็นโครงการตามพระราชประสงค์สมัยสหกรณ์หุบกะพงมาใช้ ซึ่งเราก็ยังใช้เป็นแบบอย่างกันทุกวันนี้ แต่ก็ยังนําไปปฏิบัติกันไม่เข้มแข็ง ไม่เป็นรูปธรรม อย่างจริงจังให้ชัดเจน รถทุกคันที่วิ่งตามท้องถนน จะเห็นได้ว่าถ้าเป็นรถชาวสหกรณ์ จะติดไว้เลยนะครับ สหกรณ์ก้าวไกล ด้วยน้ําพระทัยจากในหลวง ก็ติดกันไว้ แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ความเจริญก้าวหน้าที่นําศาสตร์พระราชาของพระองค์ท่านไปปฏิบัติยังไม่ได้นําไปปฏิบัติ อย่างแท้จริง วันนี้คณะกรรมการ ท่านประธานที่เคารพครับ นําเรื่องศาสตร์พระราชานี้มาใช้อย่างจริงจัง และถ้าผ่านจากวันนี้ไปนํานโยบายที่ท่านว่านี้ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ผมเชื่อแน่ว่าจะนําความเจริญ มาสู่กระบวนการสหกรณ์ได้อย่างแท้จริง ท่านจะเห็นได้ว่าสหกรณ์การเกษตรหุบกะพงซึ่งเป็น ต้นแบบของศาสตร์พระราชาอย่างจริงจัง ขณะนี้มีแต่คนไปดู ไม่มีคนนํานโยบายไปปฏิบัติ ได้อย่างชัดเจนเลย อยู่อย่างไรก็ยังอยู่อย่างนั้น เมื่อก่อนคนที่จะเป็นนักสหกรณ์ได้ เป็นกรรมการสหกรณ์การเกษตรได้ จะต้องไปดูงานที่สหกรณ์การเกษตรหุบกะพง ไปฝึกอบรม ไปอยู่ที่โครงการศูนย์เรียนรู้ ขณะนี้ศูนย์เรียนรู้มีอยู่ทั่วเกือบทุกอําเภอทั่วประเทศ เราก็ยัง ปฏิบัติกันไม่ได้อย่างเข้มแข็ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสําคัญในเรื่องของการสหกรณ์อย่างมาก ท่านคิดว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ก็ด้วย วิธีการสหกรณ์โดยแท้จริง ดังนั้นแล้วผมกราบเรียนว่าศาสตร์พระราชาจะเป็นต้นแบบของ การเรียนรู้ในเรื่องของการอยู่ร่วมกัน รวมกันซื้อ รวมกันขาย ร่วมกันปฏิบัติ โดยสหกรณ์เป็น ของประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากกราบเรียนว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสําคัญในเรื่องของการสหกรณ์อย่างมาก ผมแค่ รวบรวมนิดเดียวมาจากพระราชดํารัสของพระองค์ท่านแค่เพียง ๔-๕ อันก็ยังซาบซึ้งใน พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ การสหกรณ์นี้ถ้าเข้าใจดีแล้วก็เห็นได้ว่าเป็นวิถีทางเดียว ที่จะทําความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศได้ พระองค์ท่านมีพระราชดํารัสตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ นี่ ๒๘ ปีแล้ว พระราชดํารัสของพระองค์ท่านจะเป็นรูปธรรมดียิ่งขึ้นก็สู่คนที่จะเอาไปปฏิบัติ ได้อย่างแท้จริง ในกระบวนการสหกรณ์ ควรจะมีการเผยแพร่ให้ใช้ระบบสหกรณ์ขึ้นทั่วประเทศ เนื่องจากวิธีการสหกรณ์เป็นรากฐานที่ดีของระบอบประชาธิปไตยอย่างสําคัญ สอนให้คน รู้จักรับผิดชอบร่วมกัน ให้มีการเลือกตัวแทนเข้าไปบริหารงานสหกรณ์ ตลอดจนให้รู้ถึง คุณค่าของประโยชน์อันจะได้ร่วมกันเป็นส่วนรวม ยังมีอีกหลายอันเป็นสิบอันที่พระองค์ ได้ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวสหกรณ์ ดังนั้นแล้วผมเรียนด้วยความเคารพว่า หน้า ๑๑๓ ศาสตร์พระราชาท่านบอกโดยรายละเอียดแล้ว แต่ท่านไม่ได้บอกว่าคนที่จะนํา ศาสตร์พระราชาตรงนี้ไปปฏิบัติจะต้องปฏิบัติให้เป็นยุทธศาสตร์สําคัญของกระบวนการสหกรณ์ ได้อย่างไร เขาเคยกําหนดเป็นวาระแห่งชาติแล้วก็ยังทําไม่ได้สําเร็จ ถ้าวันนี้เรามาทํา ศาสตร์พระราชาตรงนี้เกี่ยวกับระบบสหกรณ์ เกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจพอเพียงทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดําริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนี้ประชาชนก็ยังงง ๆ อยู่ว่า ทฤษฎีใหม่ ๓๐ ๓๐ ๓๐ แล้วก็ ๑๐ เป็นทฤษฎีใหม่ แต่ในขณะเดียวกันกระทรวงเกษตร และสหกรณ์บอกว่าให้ทํานาแปลงใหญ่ ตกลงทฤษฎีใหม่กับทํานาแปลงใหญ่นี้มันเหมือนกันไหม เขาบอกว่านาแปลงใหญ่ให้แบ่งเป็น ๓๐ ๓๐ ๓๐ แต่ว่ามีอีกส่วนหนึ่งบอกว่าให้ทํานาแปลงใหญ่ จะได้ทําร่วมกันพร้อมกันไปในทิศทางเดียวกัน อันนี้คือสิ่งที่รัฐเองจะต้องอธิบายให้ชัดเจนว่า เราควรจะทําอย่างไรกันดีเพื่อให้เกษตรกรได้เข้าใจถึงศาสตร์พระราชาอย่างจริงจัง ผมเรียน ด้วยความเคารพว่าผมน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในชีวิตประจําวัน และเจอใครทุกคนก็พยายามพูดให้เข้าใจถึงว่าตลอดระยะเวลา ทุกชั่วโมง ทุกวัน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวัน ของเราทุกเรื่องที่เราจะต้องทํา ทุกเรื่องที่เราจะต้องตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกัน การมีเหตุผล การพอประมาณภายใต้ความรู้ ท่านที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมทําเศรษฐกิจพอเพียงทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑๒ มิถุนายนนี้ จะครบ ๑ ปี ผมเริ่มจะได้ผลผลิตจากทุก ๆ สิ่งที่อยู่ในไร่ของผม แล้วก็มีความสุขมาก ๆ มะเฟืองหวาน มะยมสีแดง มะม่วงอาร์ทูอีทู (R2E2) ที่อย่างดีมาก มีไข่ไก่รับประทานทุกวันแล้วเผื่อแผ่ แบ่งปันเพื่อนฝูง นี่คือศาสตร์ของพระราชาทั้งสิ้น แต่ถ้าใครไม่ไปทําเองจะไม่รู้หรอกว่า มันยากลําบากแค่ไหน ภายใต้ความรู้ที่จะต้องรู้ว่าพืชชนิดนี้ควรจะต้องออกในเดือนนั้น ไข่ไก่ชนิดนี้ควรจะต้องออกในเดือนไหน ควรจะต้องออกอย่างไรเพื่อจะนําไปสู่ตลาดได้ นี่คือสิ่งสําคัญที่ศาสตร์พระราชาสอนพวกเราทุกคนให้นํานโยบายไปปฏิบัติ แต่ในที่นี้ เป็นแต่เพียงเอกสาร ทําอย่างไร มีข้อเสนอแนะอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนผมนําไป ปฏิบัติได้ โดยเกษตรอําเภอ สหกรณ์อําเภอ ปฏิรูป เกษตรจังหวัด ผู้ที่เกี่ยวข้องในสิ่งพวกนี้ จะต้องเรียนรู้ให้ชัดเจนและให้สหกรณ์แต่ละสหกรณ์นําไปเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติได้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกร ขณะนี้หลายอําเภอได้เริ่มทําการปฏิบัติแล้ว มีตัวอย่างให้ดูแล้ว ไม่ต้องไปดูต่างประเทศหรอกครับ ไปดูใกล้ ๆ แค่นี้เองเยอะแยะไป มีข้าวรับประทานด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้เราเป็น เอกสาร พรุ่งนี้ มะรืนนี้ และต่อไปนี้นับจากแต่นี้ไปเราจะเป็นรูปธรรมในการนํานโยบายของ ศาสตร์พระราชานี้ไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง จะเป็นความยั่งยืนตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นไว้ว่าต้องมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ขอบพระคุณครับท่านประธาน