กษิต ชี้โครงการพระราชดำริ 4,000 ยังไม่ขับเคลื่อน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐

กษิต ภิรมย์ หารือการส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างเป็นระบบ โดยเสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติระดับสูง พร้อมผลักดันการจัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกับหน่วยงานรัฐและสหประชาชาติ เพื่อพัฒนาหลักสูตร เอกสารแปลหลายภาษา และเว็บไซต์เผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งยังท้วงติงหน่วยงานรัฐที่ยังไม่ขับเคลื่อนโครงการกว่า 4,000 โครงการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านเกษตรและพัฒนาชนบท พร้อมเรียกร้องให้จัดสรรงบประมาณและเร่งปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการฝึกอบรมและขยายผลสู่เกษตรกรทั่วประเทศ

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ ท่านประธานครับ ในหน้า ๒๗ ของเอกสารที่แจกพวกเรา มีข้อเสนอแนะเบื้องต้น ที่จะให้สํานักงาน กปร. กับสภาพัฒน์เป็นคล้าย ๆ กับแกนในการที่จะขับเคลื่อนทั้งปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็โครงการในพระราชดําริ ๔,๐๐๐ กว่าโครงการ แล้วก็แนวคิดต่าง ๆ ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยครับ เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่งานระดับชาติ แล้วปรัชญาก็ดี โครงการก็ดี ของพระองค์ท่านล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ มันระดับสากลแล้ว ปล่อยให้ข้าราชการ ซี ๔ ซี ๕ ของทั้งหน่วยงานมารับเรื่องนี้ไม่ได้เป็นอันขาดนะครับ แล้วไหน ๆ รัฐบาล คสช. กําลังทําเรื่องยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ถึงแม้ว่าผมไม่ค่อยจะเห็นด้วย แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ต่างหาก ศาสตร์พระราชาควรจะเป็นส่วนสําคัญที่สุดของยุทธศาสตร์ชาติ เพราะมีความเป็นสากล มีความสด แล้วก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไปกับบริบทไทยหรือโลกอีก ๒๐ ปี ข้างหน้า เพราะมีความเป็นสากลที่สามารถจะเป็นประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่กับคนไทยหรือว่าเพื่อนในประชาคมอาเซียนด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ เรื่องนี้ต้องเป็นระดับชาติจริง ๆ จัง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติไปอีก ๒๐ ปี หรือ ๕๐ ปี ข้างหน้าว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการในพระราชดําริทั้งหลายนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ สังคมไทยจะต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่องโดยทุกหมู่เหล่าในสังคมไทย ให้เป็นนโยบายแห่งรัฐ เป็นภาระของพรรคการเมือง ของหน่วยงาน ของกระบวนการทางการเมือง ภาคประชาสังคม ภาคเอกชนต่าง ๆ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ สหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศได้ถวายรางวัลต่อ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ มากมาย แล้วโลกก็ถามว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นทฤษฎี จะนําไปปฏิบัติกับธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดย่อม ธุรกิจส่วนตัว เซลฟ์เอมพลอยด์ (Self-employed) ไปทํากับภาคเกษตรโน่นนี่จะทําอย่างไร ปล่อยให้เป็นมโนของแต่ละคน แล้วใครอยากทําไม่ได้ครับ ต้องมีหลักเกณฑ์ หลักการ วิถีทาง ให้ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ได้นําไปใช้ด้วย ไม่ใช่งานง่าย ๆ ครับ ท่องสูตรหลักเศรษฐกิจพอเพียงมันพูดง่าย แต่ว่า จะโยงไปที่การดํารงชีวิต การทําธุรกิจ การบริหารราชการอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ แล้วไม่ต้องรีบเร่ง คราวนี้จะทําอย่างไร ผมก็อยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการและในอนาคตไปที่รัฐบาลด้วย ทําไมระหว่างนี้คณะกรรมการหรือ สปท. ไม่ร่วมกับรัฐบาลประมวลรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิของประเทศไทย แน่นอนทุกคนต้องพูดถึง ดอกเตอร์สุเมธ ทุกคนต้องพูดถึงดอกเตอร์จิรายุ จะมีอีกกี่สิบท่านในประเทศไทยต้องนํามา เป็นปรมาจารย์ เป็นกูรู (Guru) ให้กับพวกเรา และผมก็ทราบว่าสํานักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์นั้นได้มีการจัดส่งบุคลากรทั้งไทยทั้งเทศ คนอเมริกันคนหนึ่งไปบรรยาย ทั่วอเมริกาเหนือเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เราต้องเอาบุคลากรเหล่านี้มาเป็นครู เป็นผู้บรรยาย ผู้ฝึกสอน ผู้ยกร่างหลักสูตร แล้วก็ทําคําอธิบายว่าด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง การโยงกับชีวิต และโครงการ ๔,๐๐๐ กว่าโครงการ ก็ต้องอธิบายด้วยหมายความว่าอะไร แล้วผลออกมาอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ และถ้าเผื่อจะทํากับต่างประเทศแล้วก็ต้อง ทํางานกับสํานักงานยูเอ็นดีพี (UNDP) ของสหประชาชาติเป็นสําคัญ เพราะผ่านทาง หน่วยงานยูเอ็นดีพี (UNDP) ได้มีการนํารางวัลมาถวายล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ เราก็ควรจะ กลับไปทํางานกับเขาในการที่จะนําเอาปรัชญาแล้วก็โครงการ ๔,๐๐๐ กว่าโครงการ หลักคิด แล้วก็เรื่องดนตรีที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไว้นั้นไปสู่ชาวโลก ต้องมีแผน ต้องมีขั้นตอน การดําเนินงาน ต้องมีบุคลากร และสําคัญที่สุดที่ได้ประมวลมาเป็นเอกสารที่ยอดเยี่ยม ๑๖๐ หน้านี้ก็ต้องแปลเป็นอย่างน้อยภาษาของสหประชาชาติ ๖ ภาษา ไม่ใช่แค่ ภาษาอังกฤษ เราก็ต้องมีเว็บไซต์ (Web Site) ให้เป็นเรื่องเป็นราว ไหน ๆ จะทําแล้ว ทําให้เต็มที่ให้สมบูรณ์แบบ ให้โก้หรูแล้วให้สมศักดิ์ศรีของประเทศไทย แล้วความจงรักภักดี ที่ประชาชนชาวไทยทั้งหมดมีต่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ อย่าทําอะไรง่าย ๆ อันนี้ไม่เอานะครับ แล้วไม่ต้องรีบร้อน ทํากันให้สมบูรณ์แบบให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ สําคัญยิ่ง

อีกประเด็นหนึ่ง เพราะเวลาน้อยที่ผมจะพูดมากไม่ได้ ก็คือว่าโครงการของ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ถ้าย้อนกลับไปก็ประมาณ ๕๐ ปี ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้ว แล้วเรามาตื่นเต้นกันตอนนี้แล้วก็อยากจะถวายความจงรักภักดี ต้องตามว่าโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะทางภาคเกษตร การพัฒนาชนบท โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานทดแทนนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หายไปไหนครับ ทําไมถึงไม่เอาโครงการ ๔,๐๐๐ กว่าโครงการนั้นนําไปสู่การปฏิบัติ ทั่วประเทศไทย มีอะไรเป็นอุปสรรค เพราะว่าโครงการเหล่านี้ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้เคมีภัณฑ์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงหรือไม่ เพราะเป็นโครงการที่ยั่งยืนไปได้กับสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุภายในประเทศ ปุ๋ยหมัก พืชเกษตรต่าง ๆ เพื่อพลังงานหมุนเวียนและทดแทน เพราะฉะนั้นผมขอเสนอผ่าน คณะกรรมการ ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลให้เป็นคําสั่งเสียวันนี้พรุ่งนี้เลยว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์โดยเฉพาะ แล้วก็กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กระทรวงพลังงาน ต้องนําเอาโครงการ ๔,๐๐๐ โครงการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ของตนเองไปปฏิบัติอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง แล้วก็กรมสหกรณ์ หายไปไหน ๔๐-๕๐ ปีตอบประชาชนไม่ได้ ไม่ใช่เป็นภาระของเราที่จะมาเร่งกันตรงนี้ แล้วทําไมถึงไม่เอา ๔,๐๐๐ โครงการนี้ไปปฏิบัติ แล้วอะไร ๆ ก็จะกลับมาที่ กปร. อะไร ๆ ก็จะกลับมาที่มูลนิธิชัยพัฒนา แล้วอะไร ๆ ทําไมไม่ไปกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศไทยทุกจังหวัดโดยกรมวิชาการเกษตรแล้วก็ กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นสําคัญ เราต้องเอาความจริงมาพูดกันบนโต๊ะ แล้วถ้าเผื่อเพื่อน อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเพื่อน ๆ ที่เป็นปลัดกระทรวงจะช่วยกรุณาอธิบายได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับพวกเราในการที่จะทําอะไรที่เกี่ยวกับล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ อย่างจริง ๆ จัง ๆ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญและเราต้องพูดกันตรงไปตรงมา

ส่วนประเด็นสุดท้ายนิดเดียว ที่กระทรวงการต่างประเทศมีสํานักงานหรือว่า กรมร่วมมือระหว่างประเทศ แล้วเรามีงบประมาณประจําปีอยู่ประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเราได้นําโครงการของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ไปส่งออกในต่างประเทศหลายโครงการด้วยกัน เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นที่ได้มีการถวายรางวัลต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่เมื่อมีคนมาชื่นชมเราจากต่างประเทศ แล้วโดยเฉพาะการถวายความเคารพ ต่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ที่ที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติเมื่อเดือนธันวาคม เมื่อมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้วเราต้องทําอะไรมากกว่านี้แล้วอย่างจริง ๆ จัง ๆ ประมวลเอกสาร อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็ได้แต่ต้องนําไปสู่การปฏิบัติ และนอกเหนือจากจะมีวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิที่จะไปแนะนําเป็นปราชญ์ให้กับพวกเราแล้ว เราคิดที่จะฝึกบุคลากรในแวดวง มหาวิทยาลัย ครูโรงเรียนต่าง ๆ อีกกี่พันคนที่จะออกไปแนะแนวให้กับนิสิตนักศึกษา แล้วใครเล่าที่จะออกไปพบกับเกษตรกรที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ในการที่จะเอาโครงการในพระราชดําริทั้งหลายไปทําอย่างจริง ๆ จัง ๆ อันนี้เป็นเรื่อง ที่สําคัญ แล้วต้องรีบเร่งในการดําเนินการให้มีการตัดสินใจโดยรัฐบาล แล้วก็ต้องมี งบประมาณเข้ามา จะเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาทต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องทํา เป็นการถวายงานอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็เป็นการถวายงานอย่างจริงใจและด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ เราช้ามาร่วม ๔๐-๕๐ ปีแล้ว เราปล่อยให้ช้าอีก ไม่ได้แล้ว ผมต้องขอฝากท่านประธานไว้แค่นี้ ขอบคุณมากครับ