สุรินทร์ เปิดภาพพระราชกรณียกิจ ย้ำแนวพระราชดำริพัฒนาชุมชน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ นำรายงานกรรมาธิการเสนอต่อที่ประชุม พร้อมนำเสนอภาพประวัติศาสตร์และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพื่อย้ำแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาดิน น้ำ ชุมชน และเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามรายการ "จากฟ้าสู่ดิน" เพื่อเรียนรู้ศาสตร์พระราชาจากเรื่องจริงในพื้นที่ต่าง ๆ ผ่านสื่อรัฐสภา

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่รัก ทุกท่านครับ ผมอ่านรายงานของกรรมาธิการปึกเบ้อเริ่มนี้นะครับ มีเนื้อหาจริง ๆ ก็ประมาณ ๑๖๐ หน้า รวมด้วยภาคผนวกก็ ๒๐๐ หน้า ก็ต้องขอชื่นชม และขอบคุณ ที่รวบรวมได้เป็นอย่างดี แล้วก็มีความรู้สึกว่าครอบคลุมในหลายสาขา อาจจะขาดไปบ้าง บางสาขาก็ไม่เป็นไร กว่าเราจะหมดเทอมเราก็คงจะได้เล่มที่สมบูรณ์ยิ่งกว่านี้อีก ผมกราบบังคมทูลขออนุญาต นําพระรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ นํามาสู่สายตาของท่าน สปท. และพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัดที่รับฟังวิทยุและโทรทัศน์ของสภา ขอภาพที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ภาพที่ ๒ ครับ ภาพนี้ไม่มีใครไม่เคยพบเคยเห็น แล้วผมก็เขียนใต้ภาพไปว่า พระเสโทหลั่งไหลเพื่อใครกัน ผมไม่ต้องอภิปรายหรือพูดอะไร ไปมากกว่านี้ เพราะภาพ ๑ ภาพนี้สามารถอธิบายได้เป็นร้อยเป็นพันความหมาย ภาพต่อไปครับ ภาพนี้ก็เช่นเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้เพื่อการพัฒนาในหลายสิบปี มาแล้ว ภาพต่อไปครับ ภาพนี้เป็นภาพที่พระองค์ทรงมีพระราชดําริเรื่องการพัฒนาที่ดิน และแหล่งน้ําสําหรับราษฎร และในภาพนั้นก็มีท่านดอกเตอร์สุเมธและอดีตอธิบดี กรมชลประทาน และอดีตผู้บัญชาการทหารบกสมัยนั้นอยู่ในภาพ ก็ไม่ต้องอธิบาย ภาพต่อไป ยิ่งไม่ต้องอธิบายใหญ่เลย เป็นภาพที่พระองค์ไม่ทรงถือพระองค์เลยในการที่จะอธิบาย ในการที่จะช่วยเหลือประชาชน ถ้าผมจําไม่ผิด ได้เคยมีข้อเขียนไว้ว่าท่านไปถึงตรงนี้แล้ว ไปต่อไม่ได้ ถนนขาด อะไรทํานองอย่างนั้นนะครับ พระองค์ลงมาแล้วก็อธิบาย แล้วก็คุย กับข้าราชการและประชาชนว่าจะพัฒนากันอย่างไร และรถที่พระองค์ทรงใช้ เป็นพาหนะนั้นก็รุ่นเก่าตั้งแต่สมัยผมเด็ก ๆ ภาพต่อไปครับ เห็นไหมครับ ถนนไปไม่ได้ รถไม่มีไป พระองค์ทรงย่ําไปในขี้โคลนแล้วก็บุกบั่นที่จะไปพบประชาชน ที่จะดูแลช่วยเหลือ ประชาชนของพระองค์ท่าน เพื่อความผาสุกของคนไทย นี่ครับ ยามค่ํามืด เป็นอย่างไรครับ เห็นชัดเจนเลย นี่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว พระองค์ก็ตรากตรําทรงงานเพื่อความผาสุก ของคนไทยมาตลอดชั่วชีวิตของพระองค์โดยไม่มีความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย ภาพต่อไปครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการก็พูดถึงหญ้าแฝก อันนี้ก็เป็นหญ้าแฝกที่ท่านมีพระราชดําริ ที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี เดี๋ยวนี้โด่งดังไปทั่วโลก ภาพต่อไปครับ ท่านกําลังตรัสกับประชาชน และผมสันนิษฐานเอาว่าพระองค์กําลังพูดถึงเรื่องการพัฒนาดิน ท่านจะชี้ไปที่ดิน อีกพระหัตถ์หนึ่งท่านก็ทรงถือแผนที่ จะเห็นมีชาวบ้านนั่งคุกเข่าฟัง ด้วยความนอบน้อม ก็เป็นภาพสุด ๆ ที่จะบรรยาย ภาพเหล่านี้ผมมิอาจบรรยายเป็น ภาษาพูดได้ ก็ให้ทุกท่านได้ชมนะครับ ท่านก็เดินไปในทางแคบ ๆ บนสันของฝายน้ําล้น ที่พระองค์พยายามพูดถึงแก้มลิง พูดถึงเรื่องฝายน้ําล้นเล็ก ๆ ให้มีทั่วประเทศพระองค์ ก็เสด็จไปดู จะเห็นว่าอยู่ตามป่าเขาลําเนาไพรทั้งสิ้น จากทั้งหมดชั่วชีวิตพระองค์ ในที่สุด ท่านก็ตรัสสอนเราถึงเกษตรทฤษฎีใหม่ บอกว่าจะต้องเก็บน้ําฝนไว้ใช้เพาะปลูก เป็นแหล่งน้ํา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าวไว้รับประทานเพื่อการยังชีพสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นที่อยู่อาศัย และปลูกไม้ดอกอะไรต่ออะไรสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ปลูกผลไม้ มะม่วง มะยม มะยงชิด หรืออะไรก็แล้วแต่จิปาถะที่จะสามารถปลูกได้สําหรับให้ตนเอง ครอบครัวรับประทาน เหลือก็ขายไปยังตลาดอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ภาพนี้ผมคิดว่าเป็นภาพสะท้อนที่เห็นชัดเจนว่าแบ่งอย่างไร ต่อไปครับ ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง พระองค์ก็สอนให้พวกเราเดินทางสายกลาง ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร รวมทั้งผม พวกเราที่นั่งอยู่ที่นี่เราเดินสายกลางพอประมาณ ใช้เงินใช้ทอง กินอยู่หลับนอน ให้พอประมาณ มีเหตุมีผล จะทําอะไร คิดอะไรก็ให้มีเหตุมีผล สร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ทําสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รับประทานอาหารให้อร่อย แบบกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นความรู้ก็ต้องรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง ที่พระองค์สอนเสมอ ต้องมีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต อดทน มีสติปัญญา รู้จักแบ่งปัน ให้กับครอบครัวรวมทั้งญาติพี่น้อง และเช้า ๆ ใส่บาตรบ้างก็จะดี เริ่มเป็นการแบ่งปันทําบุญ อันนี้ก็นําไปสู่เศรษฐกิจที่ดี สังคมที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี วัฒนธรรมที่ดี ทําให้เกิดความสมดุล และมีการเปลี่ยนแปลง ทีนี้ศาสตร์ที่ทั้งหลายที่พระองค์ทรงสอน ท่านครับ ทุกวันอาทิตย์ ผมอยากเชิญท่านรับฟังวิทยุแห่งประเทศไทย ๙๒.๕ เอฟเอ็ม (92.5 FM) หลังจาก ๐๘.๐๐ นาฬิกาแล้ว พอเคารพธงชาติเสร็จจะมีพระบรรยายธรรมทุกวันอาทิตย์ ๓๐ นาที แล้วหลังจากนั้นจะมีรายการจากฟ้าสู่ดิน ทุกวันอาทิตย์ ผมฟังทุกวันอาทิตย์เลย กวาดหน้าบ้านไปแล้วก็ฟัง ดําเนินการโดยคุณสัญญลักษณ์ เจริญเปี่ยม เป็นรายการที่ดีมากเลย จะนําศาสตร์พระราชาในที่ต่าง ๆ มาให้เรารับฟังแล้วก็มีเสียงของประชาชนด้วย และเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ผมก็ฟังจากฟ้าสู่ดิน คุณสัญญลักษณ์สัมภาษณ์นายยักษ์สิทธิ์ และคุณบังอร ไชยเสนา อยู่สกลนคร นายยักษ์สิทธิ์หน้าตาอย่างนี้ครับ ผมไปเยี่ยมมาแล้ว อยู่อําเภอโคกศรีสุพรรณ หมู่บ้านนี้เรียกว่าหมู่บ้านห้วยยาง ยากจนข้นแค้นที่สุด ผมไปด้วย ความรู้สึกงงว่าเธอมีที่ดิน ๓ ไร่ สามารถส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยได้ ขณะนี้กําลังเรียน อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาสกลนคร ผมก็ไปเลย พอไปเจอแกก็ดีใจ แกก็บอกว่ามาทําอะไรที่นี่ แต่ก่อนนี้ยากจนมาก มาเยี่ยมคนจน ที่เห็นต้นไม้นั้นก็คือ ต้นผักหวานครับ ต้นผักหวานคือต้นเล็ก ๆ แต่ต้นใหญ่ ๆ นั้นคือต้นไม้แดง นี่คือศาสตร์พระราชา สอนให้รู้ว่าไม้ต่าง ๆ พึ่งพากันต้องปลูกคู่กันเสมอ ผมไปเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ยอดผักหวาน อวบอั๋นสุดยอดเลยครับ ขายกิโลกรัมละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท นี่คือศาสตร์ และต่อมาต้นไม้แดง หายากเขาก็ไปเอามาทดลอง คุณยักษ์สิทธิ์บอกผม พาผมไปดู เอาต้นลําไยมาปลูก ต้องเพาะ จากเมล็ดให้รากลงลึกแล้วก็จะเกี่ยวก้อยกันก็คือรากของต้นผักหวานก็แทงเข้าไปในต้นไม้ใหญ่ แล้วก็ดูดน้ําจากต้นไม้ใหญ่ วันต่อมาผมไปกราบหลวงปู่แบนก็ถามเรื่องนี้ หลวงปู่แบนบอกว่า ต้นไม้ต่าง ๆ ในป่าใหญ่จะเป็นไม้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ แล้วคุณยักษ์สิทธิ์ ก็สอนผมอีก ด้านหลังก็เป็นต้นผักหวาน แต่ปลูกโดยไม่มีต้นไม้ใหญ่ แกร็น เหลือง รดน้ําเท่าไร แกก็บอกว่าไม่โต นี่เป็นความรู้ใหม่ที่ผมได้จากคุณยักษ์สิทธิ์ อีกบ้านหนึ่งที่ผมไปเยี่ยม อันนี้ โคกศรีสุพรรณ คุณบังอร ไชยเสนา นี่คุณบังอรกับสามี ท่านประธานขออีกนิดเดียว ผมไปเยี่ยมแกเลยเพราะฟังจากวิทยุแห่งประเทศไทยแล้ว แกบอกว่าจนมาตลอดชีวิต แล้วแกก็เล่า ผมขออนุญาตคุณบังอรแล้วเมื่อเช้า แกก็เล่าว่าชีวิตทุกข์ระทมขมขื่นอย่างไร สมัยก่อนจากบ้านแกห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๐ กิโลเมตร แกต้องหาบพริกไปขาย ยากจนมาก แกมีที่ดินอยู่ ๙ ไร่ ตอนนี้เป็นศูนย์อะไรต่ออะไรเพื่อเผยแพร่ ซึ่งทั้ง ๒ คน ทั้ง ๒ ครอบครัวไปเรียนรู้มาจากที่ภูพาน แล้วแกก็บอกว่าหาบพริกไปขายไม่มีคนซื้อ ที่บ้านก็ไม่มีข้าวกิน แล้วแกก็พูดให้ผมฟัง แล้วผมมีเบอร์โทรศัพท์ถ้าท่านอยากจะโทรศัพท์ไปคุยกับเธอนะครับ แกก็ไปที่ถังขยะ ในเมืองสกลนคร แล้วแกก็ไปเก็บผลไม้ที่เขาทิ้งอยู่เกือบใกล้เน่าแล้วกลับมาให้ครอบครัวกิน สามีก็ถามว่าทําไมเธอไปซื้อผลไม้ใกล้เน่ามา เธอตอบว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เธอตอบว่ามันถูกดีพ่อ เราจะได้เก็บเงินไว้ในส่วนที่เราจําเป็น แต่จริง ๆ แกไม่มีเงินเลยสักบาทเดียว แกพูดไปน้ําตาแก ก็ไหลไป ผมอยู่กับ ๒ ครอบครัวนี้ ๒ วัน ผมประทับใจว่าพอพูดถึงเรื่องที่ สปท. เราทําเรื่อง การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาแล้ว ผมคิดว่ายังมีครอบครัวที่ยากจนแล้วใช้ศาสตร์ ของพระราชาแล้วลืมตาอ้าปาก สําหรับคุณบังอรส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน อยู่ปี ๒ แล้ว ลูกทุกคนกําลังเรียน แล้วเดี๋ยวนี้แกก็มีเงินซื้อที่เพิ่มแล้วก็ทําเป็นศูนย์ให้คนมา เรียนรู้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพประการหนึ่งก็คือว่า ผมอยากนําเสนอ ภาพต่อไปอีกภาพหนึ่งครับท่านประธาน ภาพนี้ครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นครูของแผ่นดิน เห็นไหมท่านกําลังสอนนักเรียนอยู่ ศาสตร์ของพระราชา ผมเห็นด้วย กับท่าน สปท. ดอกเตอร์ธรรมศักดิ์ เมื่อสักครู่นี้นะครับว่าจะต้องอัดฉีดเข้าไปในระบบ การศึกษา อย่าให้เขารู้สึกตัวว่านี่เป็นการยัดเยียด ค่อย ๆ ทําเป็นต้นแบบ แล้วผมคิดว่า ศาสตร์พระราชาจะอยู่คู่แผ่นดินไปอีกนานเท่านาน สุดท้าย ผมขออนุญาตอีก ๑ นาที เพื่อเสนอในข้อเสนอ ข้อ ๑ ผมอยากเห็นท่านกรรมาธิการ ฝากท่านประธานไปว่าต้องให้ ทุกส่วนราชการสานต่อพระราชดําริ พระราชดํารัสที่พระองค์ทรงถ่ายทอดความรู้ที่ปฏิบัติ ได้จริงต่อพสกนิกรทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ข้อ ๒ ต้องส่งเสริมให้เกษตรกร คิดอย่างเป็นระบบว่าจะปลูกสิ่งใด เมื่อใด ไปขายที่ไหน ต้องมีตลาดก่อนนะครับ ราคาต้นทุน เท่าไร ค่าใช้จ่ายในการปลูกเท่าไร และให้มีการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ ถ้าไม่รวมกลุ่มกัน เป็นสหกรณ์ คิดจะอยู่แล้วอยู่ยาก แล้วอยู่ลําบากในอนาคต ผมก็เสนอไว้นะครับ ผ่านท่านประธาน ไปยังกรรมาธิการตามสมควรที่ท่านจะทํา แต่ผมขอแถมอีกข้อหนึ่ง ข้อ ๓ เมื่อสักครู่ ท่านอาจารย์ดุสิต กรรมการกล่าวว่าจะพิมพ์เป็นหนังสือ ผมคิดว่าถ้าพิมพ์หนังสือหนา ๆ อย่างนี้แล้วใครจะเอาไปเพื่อถ่ายทอดร้อยแปดจิปาถะอาจจะไม่สะดวก ปัจจุบันถ้าท่านใส่เป็น ซีดี (CD) แนบไปด้วย เมื่อไรผมจะถ่ายข้อความไหน จะไปใช้รูปภาพสวย ๆ จะสะดวกมากเลย จึงขอเสนอเป็นข้อ ๓ ว่าเมื่อท่านจัดทําหนังสือเป็นรูปเล่มสวยงามครบถ้วนแล้ว ขอให้มีซีดี (CD) แนบไปด้วยทุกเล่มก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ด้วยความเคารพครับ