ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาอย่างครบถ้วนและยั่งยืน โดยเสนอให้จัดทำหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เกษตร ศิลปะ และดนตรี รวมถึงสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและประทับอยู่ในระบบทั้งประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพอย่างสูงนะครับ กระผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ เป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็เป็นผู้บริหารหลักสูตรมาพอสมควร อยากจะเรียนขอบคุณทางคณะทํางานชุดนี้ว่าได้เตรียมการเกี่ยวกับเอกสารมาอย่างดีมากเลย ถึงแม้จะพยายามอ่านแล้วก็เห็นว่ามีการซ้ําไปซ้ํามา แต่สิ่งที่เตรียมมาผมว่าเป็นไมล์สโตน (Milestone) เป็นหลักฐานชัดเจนที่ว่าเราได้พยายามรวบรวมความสําคัญของศาสตร์ หรือโนว์เลดจ์ (Knowledge) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ซึ่งทุกคนทราบดีว่า การที่เราต้องมาทําหน้าที่ตรงนี้ในวันนี้จึงเป็นวันที่สําคัญ เป็นวันประวัติศาสตร์ ผมเองได้ ชื่นชมผลงานของท่านปานเทพ ของท่านนิกร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ที่ท่านพยายามนําให้ เราเข้าใจว่าศาสตร์พระราชานั้นมีอยู่เยอะมากเลยตามที่รายงานไว้ แต่ผมอยากนําเสนอ ๒ เรื่องเท่านั้นเองนะครับ ๒ เรื่องกับเรื่องแถมนิดเดียวคือว่าในนี้ทั้งหมดที่นําเสนอเป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การเกษตร วิทยาศาสตร์เรื่องน้ํา วิศวกรรมศาสตร์ทั้งหลายทั้งเพ ดีมากเลยนะครับ แต่ศาสตร์พระราชาด้านดนตรี ด้านศิลปะ ด้านการกีฬา ด้านอะไรทั้งหลาย ผมว่ายังไม่มีนะครับ ก็อาจจะต้องดําเนินการเสริมเข้ามาว่าด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องผ้า เรื่องคหกรรม เรื่องศิลปะ ที่ประณีตศิลป์ทั้งหลาย เป็นเรื่องที่ศาสตร์พระราชาก็เกี่ยวข้องอยู่ แม้แต่การแพทย์ เรื่องไอโอดีน เรื่องการดูแลสุขภาพ การจัดแพทย์อาสาทั้งหลาย เป็นกระบวนการทางสาธารณสุข อันนี้เป็นข้อแถมที่ผมให้มา แล้วแถมอีกนิดหนึ่ง ในเรื่องดนตรี ไม่ว่าจะเป็นดนตรีที่พระองค์ท่านทรงแต่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ไม่ว่าจะเป็น แจ๊ส (Jazz) หรืออะไรก็แล้วแต่ คือจะเห็นว่าถ้าคนไปที่ออสเตรียที่เวียนนาก็จะมีสัญลักษณ์ หรือเป็นตราของพระองค์ที่บันทึกไว้ชัดเจนว่าพระองค์ท่านเป็นอัจฉริยะเรื่องนี้ เอาละครับ ทีนี้ประเด็นที่ผมนําเสนอกับที่ประชุมตรงนี้ว่าการนําศาสตร์พระราชาเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เป็นที่รําลึกถึงหรือที่ระลึกถึง แล้วทุกคนทราบดีว่าประเทศนี้ขับเคลื่อนโดย ศาสตร์พระราชามา ๗๐ ปีในด้านต่าง ๆ ๔,๐๐๐ โครงการพระราชดําริเป็นศาสตร์อะไรบ้าง ท่านก็รวบรวมมาแล้ว แต่ถามเลยนะครับว่ายุทธศาสตร์อันนี้ยังไม่ครบถ้วน ผมพยายามดูว่า แนวทางการขับเคลื่อนยังไม่ครบถ้วน ผมขอกลับมาประเด็นตรง ๆ เลยว่าเมื่อเราต้องการ จะขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาให้ประทับติดอยู่ในแผ่นดินนี้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ เลยว่าเราเก่งเรื่องการพัฒนาประเทศตามศาสตร์ของพระองค์ท่านในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีเยอะ มากเลย ข้อ ๑ ที่ผมอยากจะนําเสนอที่ประชุมก็คือว่าเราต้องทําหลักสูตร การขับเคลื่อน ศาสตร์พระราชาที่ทําอยู่ทุกวันนี้ในหน่วยงานต่าง ๆ กันมันดีครับ ดีแน่นอน ไม่ว่าจะ เรื่องพลังงาน เรื่องอะไรก็แล้วแต่ดีหมด แต่จะไม่ชัดเจนแล้วก็ไม่ติดแน่นอยู่ในแผ่นดิน ต้องทําหลักสูตรครับ ผมทราบว่าศาสตร์พระราชาเป็นหลักสูตรบางส่วนอยู่ในประถม มัธยมอยู่แล้ว แต่ศาสตร์พระราชาถ้าจะให้ยั่งยืนต้องทําหลักสูตร หลักสูตรระดับ วิทยาศาสตรบัณฑิต บัณฑิตก่อน แล้วก็บัณฑิตสาขาอะไรบ้างครับ ก็เป็นวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือสถาปัตยกรรม หรือทางด้านศิลปะ อย่างนี้ ปริญญาพวกนี้มีอยู่ใน มหาวิทยาลัย มีสาขาวิชาชัดเจน ปี ๑ เรียนวิชาที่เรียกว่ามนุษยอารยศาสตร์แล้วกัน เป็นลิเบอรัลอาร์ต (Liberal Arts) ปี ๑ เรียนอย่างนั้นเหมือนกันหมดทุกคน ทุกมหาวิทยาลัย พอปี ๒ ก็จะเรียนคล้าย ๆ กันอีก เป็นฐานวิชาการทางด้านสังคมศาสตร์บ้าง วิทยาศาสตร์บ้าง พอปี ๓ ก็จะเริ่มเรียน ในศาสตร์วิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่จะเรียนปี ๔ เป็นฐานให้กับปี ๔ สมมุติว่าเรา ต้องการที่จะผลิตนักศึกษาที่เก่งเรื่องวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐกิจพอเพียง เมเจอร์ (Major) เศรษฐกิจพอเพียง เด็กปี ๓ ต้องเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์มหภาค จุลภาค เรียนหมด จากนั้นก็จะไปเรียนวิชาในปี ๔ แล้วทําวิจัยเพิ่มเติมเป็นเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีตัวอย่างในภาคปฏิบัติตามที่ต่าง ๆ เยอะมากเลย ซึ่งอันนี้ผมก็ได้เรียนนอกรอบกับ ท่านปานเทพ ท่านนิกรไปแล้วด้วยซ้ําไป จึงไม่ควรจะมาอภิปราย แต่ที่อภิปรายตรงนี้ เพื่อต้องการจะบอกให้ที่ประชุมทราบว่าถ้าทําอย่างนี้หลักสูตรที่อยู่ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ประมาณ ๒๐๐ แห่งถ้าทําหลักสูตรเหล่านี้จะมีหลักสูตรตามหลักการของนานาชาติอยู่แล้ว วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เนเชอรัล ออฟ อาร์ต (Natural of Arts) หรืออะไรทั้งหลาย ก็จะพร้อมที่จะรองรับทันที เพียงแต่กําหนดเป็นเมเจอร์ (Major) เป็นคอร์สซิลลาบัส (Course Syllabus) ของวิชาต่าง ๆ นั้น ๆ ให้เป็นวิชาที่เด็กจะได้เรียน แล้วจบออกมา เขาจะได้มีความรู้ความสามารถในเรื่องที่เกี่ยวกับศาสตร์พระราชา ปรัชญาเรื่องการทําให้เกิด ดนตรีอย่างนั้นเป็นอย่างไร ทําไมเล่นดนตรีอย่างนี้ ปรัชญาทําไมจึงทําเรื่องการเลี้ยงปลา ปรัชญาทําไมจึงเป็นเรื่องของการดูแลเรื่องน้ํา ซึ่งในนี้มีตัวอย่างมากมายเลยครับ สามารถกําหนด เป็นรายวิชา เรื่องน้ํา กับดิน กับสิ่งแวดล้อม ผมดูแล้วนี้สามารถทําเป็นคอร์สซิลลาบัส (Course Syllabus) ได้หลายวิชาเลย เด็กกลุ่มนี้ก็มาเรียน แม้แต่ทหาร ๒ ท่านที่นั่งอยู่ อาจจะเป็นทหาร ทหารท่านก็ทําตั้งหลายตัวอย่างไว้ให้ดูว่าความมั่นคงของชุมชน และการทหารและการปกครองพวกนี้เป็นหลักสูตรได้หมดเลยครับ จากนั้นยุทธศาสตร์ที่ ๒ ที่นําเสนอก็คือว่าต้องกําหนดให้บุคคลกลุ่มนี้จบการศึกษาเป็นบัณฑิตแล้วต้องบรรจุให้ รับราชการ ต้องกําหนดตําแหน่งว่าวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา สาขาการทําเรื่องน้ําหรือสิ่งแวดล้อม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่กล่าวมาในหนังสือเล่มนี้ ให้เป็นตําแหน่งที่อยู่ในระบบราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของรัฐทั้งหลาย จะเป็นครู เป็นอาจารย์ เป็นอะไรก็แล้วแต่ เด็กกลุ่มนี้เมื่อบรรจุเป็นข้าราชการแล้วเขาจะทํางาน ตามหน้าที่ ตามความคิด ตามศาสตร์ ตามปรัชญาของศาสตร์พระราชาของรัชกาลที่ ๙ ขับเคลื่อนประเทศไป ประเทศนี้ก็จะถูกขับเคลื่อนด้วยบุคคล อีก ๔ ปีข้างหน้าเป็นบุคคลที่ จบปริญญาตรีด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาแล้วก็พัฒนาประเทศไปประเทศไทยก็จะ ยั่งยืนครับ ยั่งยืนตามศาสตร์ ตามแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ สิ่งนี้ผมคิดว่าเป็นความยั่งยืนเพราะเราไม่สามารถที่จะทําให้ศาสตร์พระราชาปรากฏอย่างง่ายดาย แต่ว่าการทําหลักสูตรและการรับผู้จบหลักสูตรไปทํางานในหน้าที่ต่าง ๆ จะง่ายขึ้น ถัดมา ที่อยากนําเสนอเพิ่มเติม ก็คือว่าเมื่อเราทําปริญญาตรีเรียบร้อยแล้ว ๑๐๐ กว่าหลักสูตร ที่มีอยู่แล้ว เราทําปริญญาโท ปริญญาเอก เราพัฒนาศักยภาพของปรัชญาด้านศาสตร์พระราชา ทุกด้าน เช่น พูดเรื่องเขื่อน ก็พัฒนา ทําอย่างไรให้เขื่อน หรือแก้มลิง หรืออะไรทั้งหลาย เรื่องดิน เรื่องน้ําเป็นการเรียนปริญญาโท ปริญญาเอก จะเรียนแบบวิจัยตลอดก็ได้ หรือไม่วิจัยก็ได้ เรียนแล้วมีคอร์สเวิร์ก (Coursework) เพิ่มเติม พวกนี้ทําได้หมดครับ คือเป็น เมเจอร์ (Major) ระดับปริญญาโท ปริญญาเอก เป็นศาสตร์พระราชาเฉพาะเรื่องไป อันนี้ ผมก็ยืนยันเลยว่าถ้าทําแบบนี้ ความยั่งยืน ความคงอยู่ หรือการขับเคลื่อนประเทศไทย ตามแนวคิดคือตามศาสตร์พระราชาที่มีอยู่มากมายก็จะประสบความสําเร็จแล้วก็อยู่ใน กระแสความคิดของคนไทยทั้งมวล แล้วประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่พัฒนาตามแนวคิด ของศาสตร์พระราชา ผมขออนุญาตครับ ขอบคุณมากครับ