อํานวย ชี้ปฏิรูปตำรวจต้องเป็นอิสระ-โปร่งใส-คืนความเชื่อมั่น

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน หารือประเด็นการปฏิรูปตำรวจอย่างรอบด้าน ทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นธรรม การลดการแทรกแซงทางการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนในคณะกรรมการตำรวจ และการปฏิรูประบบสรรหาและฝึกอบรมเพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณธรรม พร้อมเสนอให้มีคณะกรรมการอิสระเพื่อผลักดันการปฏิรูปให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเสร็จสิ้นภายในกรอบเวลาที่กำหนด รวมถึงเน้นย้ำการคืนบทบาทตำรวจให้เป็นหน่วยงานของประชาชนภายใต้หลักการที่มั่นคงและโปร่งใส

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ เห็นว่า การชี้แจงรายงานในวันนี้ผมใช้เวลาน้อยที่สุด ๒๐ นาทีเศษ ๆ ครับ ทั้ง ๆ ที่ให้เวลา ๔๐ นาที เพราะผมอยากจะฟังความคิดเห็นจากบรรดาสมาชิกครับ จริง ๆ เรื่องนี้ผ่านสภาไปแล้ว ๒-๓ รอบ ผ่านทั้ง สปช. ผ่านทั้ง สปท. ไปแล้ว หลายท่าน ที่อภิปรายในวันนี้ร่วมร่างกับผมในสมัยเป็น สปช. ครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านวันชัย ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์สังศิต ก็ขอบพระคุณในทุกความคิด ความเห็น ข้อสังเกต ผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับต้นนิดเดียวครับ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับต้น การปฏิรูปในทุกด้าน ไปรวมกลุ่มกันอยู่ในมาตรา ๒๖๙ บทเฉพาะกาล มีแยกไปต่างหากให้ความสําคัญเป็นพิเศษ ก็คือมาตรา ๒๖๗ เรื่องการศึกษา มาตรา ๒๖๘ เรื่องตํารวจ แล้วบังคับไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ว่าต้องทําให้เสร็จภายใน ๑ ปี แสดงว่าการศึกษากับตํารวจเป็นความคาดหวัง มาตรา ๒๖๘ เพื่อให้รัฐปฏิบัติตามมาตรา ๔๙ และดําเนินการตามแนวนโยบายแห่งรัฐตามมาตรา ๖๔ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ดําเนินการแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับหน้าที่ อํานาจ และภารกิจของตํารวจให้เหมาะสม และแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ของข้าราชการตํารวจให้เกิดประสิทธิภาพ มีหลักประกันว่าข้าราชการตํารวจได้รับค่าตอบแทน ที่เหมาะสม ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง โยกย้าย พิจารณาบําเหน็จความชอบ เพื่อให้ข้าราชการตํารวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีอิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพและความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี นับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เราเห็นคร่าว ๆ ว่าจะใช้รัฐธรรมนูญต่อเมื่อใด ๑ ปี ต่อจากนั้นครับ ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว ให้การแต่งตั้ง ข้าราชการตํารวจดําเนินการตามลําดับอาวุโส แม้ว่าจะไม่พูดว่าโดยเคร่งครัดก็นัยว่าเป็นอย่างนั้น ในวรรคสองครับ การจัดลําดับอาวุโสตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรี ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วรรคสามครับ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการอิสระคณะหนึ่งมีหน้าที่ปฏิรูปให้สัมฤทธิผล ทั้งนี้ ตามที่กําหนดไว้ใน พระราชกฤษฎีกา นี่คือแนวทางครับ ปัญหาทุกปัญหาถูกนํามาเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แปลว่ารัฐบาลนี้ แปลว่าคนในบ้านเมืองนี้ แปลว่ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่สะท้อน มาจากสังคม จากประชาชนเห็นปัญหาตํารวจว่ามีปัญหาเหล่านี้รวมหมวดหมู่กันอยู่ เลยถูกกําหนดให้ปฏิรูปและให้เสร็จภายใน ๑ ปี มาดูแนวทางปฏิรูปทั้ง ๙ ประเด็นว่า ตอบโจทย์ตามร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

ประเด็นที่ ๑ การบริการประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวน

ประเด็นที่ ๒ กําลังพิจารณาอยู่นี้ครับ ตอบโจทย์ไหมครับว่าไม่ให้ตกอยู่ภายใต้ อาณัติของบุคคลใด ความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคลของตํารวจจากการแทรกแซง ทางการเมืองและอื่น ๆ ด้วยครับ คําว่า อื่น ๆ ก็คือบุคคลหรือคณะบุคคลก็ได้ แต่ไม่มีอํานาจ มาตั้งตํารวจอีกแล้ว ท่านถามเมื่อสักครู่ว่าตอนนี้ไม่มีการเมืองแล้วเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากว่า มีคณะ ก.ตร. ที่ทรงคุณภาพ เอาละ ผมไม่เถียงในเรื่องขององค์ประกอบ ก.ตร. อาจจะไป ทบทวนให้เหมาะสม แต่จริง ๆ องค์ประกอบนี้ตกผลึกมาตั้งแต่คณะของ สปช. แล้ว

ประเด็นที่ ๓ ท่านเรียกร้องเหลือเกินครับ ท่านประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูป ตํารวจนั่งอยู่ตรงนี้ครับ ท่านรับปากจะพยายามทําให้เร็วที่สุดก็คือในเรื่องของมาตรฐาน การแต่งตั้ง โยกย้ายของตํารวจ ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ชัดมากครับ

ประเด็นที่ ๔ การถ่ายโอนกิจการหรือหน่วยงานที่มีภารกิจไปให้หน่วยงาน อื่นทํา หลายท่านบอกว่างานตํารวจเยอะเหลือเกิน จะปฏิรูปตรงนี้ละครับ

ระบบงบประมาณของข้าราชการตํารวจ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านนิกร จํานง พูดเรื่องสวัสดิการ ขอบคุณครับ

การสร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจการตํารวจ หลายคนเป็นห่วง เหลือเกินว่าตํารวจเป็นอิสระไม่ยึดโยงกับประชาชน ท่านสมพงษ์ สระกวี เขาจะลงคะแนนแล้ว กลับมาห้องได้แล้วครับ อภิปรายไป ผมพูดไปแค่ ๒ ก. ครับ ตํารวจมี ก. มากกว่านั้นครับ ผมพูดแค่ ก.ต.ช. กับ ก.ตร. มี กต.ตร. อีกครับ ตรงนั่นละประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ

ท่านสังศิต ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ท่านเคยฝากความเห็นไว้ว่า ก.ตร. จะต้องเป็นผู้แทนองค์กร ไม่ใช่ไปเอาบุคคลมา ไม่ใช่โรงพักนี้ขาดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) เอาพ่อค้าเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) มาเป็น กต.ตร. ต้องให้ท้องถิ่นส่งมาถูกไหมครับท่าน ขอบคุณครับ ท่านยืนรอฟังผมไม่ยอมเข้าห้องน้ํา เพราะท่านเป็นกรรมการร่วมกับผมอยู่ งานนิติวิทยาศาสตร์ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน

ประเด็นที่ ๙ ระบบสรรหาบุคคลเข้ารับราชการตํารวจจะต้องคัดคนมา เป็นโรคจิตหรือเปล่า ท่านวรพงษ์ ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ระบบการฝึกอบรม เข้ามาแล้วต้องฝึกให้เก่ง ต้องคุณธรรมจริยธรรม ความรู้ความสามารถ ท่านนิกร จํานง อภิปรายไว้อยู่ที่ตัวคนนะครับ เริ่มตั้งแต่ระบบสรรหาคนเข้ามามีความผิดปกติไหม ไม่ใช่เป็น นักบิน บินเก่งมาก บินฉวัดเฉวียนก็ได้ บินขึ้นบินลงก็ได้ แต่จะมีความสุขไหมบินชนภูเขา เราต้องคัดคนอย่างนั้นออกครับ

นั่นคือ ๙ ประเด็นครับ ตอบโจทย์ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๘ ได้ทั้งหมด ตอบเกินด้วยซ้ําไป ปัญหาที่ท่านอภิปรายมีอยู่หลายเรื่องครับ คณะกรรมาธิการจะรับไป พิจารณา

แต่ที่ต้องชี้แจงทําความเข้าใจอีกสัก ๒-๓ เรื่อง เพื่อรอสมาชิก ผมต้อง กราบขออภัยถ้าหากเกิดความเข้าใจผิดว่ากรรมาธิการมองการเมือง มองนักการเมือง เป็นสิ่งชั่วร้าย ผมเองก็มีเลือดเนื้อเชื้อไขนักการเมืองติดอยู่บ้างเหมือนกัน ไม่ได้มองอย่างนั้น ผมไม่ได้บอกว่านักการเมืองเป็นสิ่งชั่วร้าย ถ้าท่านจะเข้าใจผิด ผมขออภัยครับ เพราะมี เพื่อนสมาชิกหลายคนมาจากสายการเมือง ผมมองว่าเมื่อมีอํานาจแล้วเอาตํารวจ ไปเป็นเครื่องมือ ช่วงเลือกตั้งเพียงแค่สั่งตํารวจให้ไปดูแลฝ่ายตรงข้ามว่าเขาไม่ปลอดภัย ไปล้อมหน้าล้อมหลังเขาเพื่อไม่ให้เขาซื้อเสียงแล้วตัวเองซื้อเอา สมมุตินะครับ แค่นี้ก็แย่แล้ว ส่งตํารวจไปดูแลฝ่ายตรงข้ามถึงได้เกิดเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ขึ้นมาไม่น่าพึงประสงค์ ในบ้านเมืองนี้ ทุกครั้งที่มีวิกฤติทางการเมืองตํารวจถูกปิดล้อม โดยเฉพาะตํารวจ บช.น. ผมสะท้อนภาพไปแล้วเมื่อสักครู่ หลายท่านมีความเป็นห่วงในเรื่องของคณะกรรมการ ก.ตร. ว่าจะเป็นมาเฟีย (Mafia) ใหม่ ขออภัยครับ ในองค์ประกอบนั้นไม่ใช่ตํารวจทั้งหมด มีอดีตตํารวจส่วนหนึ่ง มีจากภายนอกชัดเจนเลย ๔ มีจากเลขาธิการ ก.พ.

ขอบพระคุณท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ ครับ ท่านสอนผม ทั้งในโรงเรียนนายร้อยตํารวจ แล้วมาสอนผมในสภาแห่งนี้อีก ผมเห็นด้วยครับ ผมจะไป เพิ่มเติมทันที ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกษียณไปแล้วต้องเอาที่ ๖๕-๗๐ ปี ขอบพระคุณท่านครับ ๖๕ ปีเพื่อตัดสายสะดือไม่ให้ต่อทอดอํานาจ ไม่ใช่เกษียณวันนี้ พรุ่งนี้ไปแต่งตั้งลูกน้องให้ได้รับ คัดเลือกเข้าไป ๖๕ ปีแล้ว ถึง ๗๐ ปีอยู่แค่นั้น จริง ๆ ในเปเปอร์ (Paper) ที่ผมทําไปให้เป็นแค่ ๒ ปีเอง และอยู่ได้แค่ ๒ วาระ แปลว่าไม่สามารถจะต่อทอดอํานาจได้ครับ

ท่านคํานูณ สิทธิสมาน ขอบพระคุณอย่างยิ่งเลยครับ ถามว่าแล้วดีเอสไอ (DSI) ไม่ทําบ้างหรือ ผมตกใจมากเมื่อปีสองปีที่แล้ว ข่าวออกมาแรงมากว่าผมจะไปเป็นอธิบดีดีเอสไอ (DSI) ผมเป็นไข้เลยครับ ท่านจําภาพได้ไหมครับ ที่จริงไม่อยากจะพูดแต่ถ้าไม่พูดก็ไม่สื่อ เป่าขลุ่ยบนเวทีเป็นก่อการร้าย ขึ้นป้ายแยกดินแดนไม่ผิดครับ บังเอิญดีเอสไอ (DSI) ไม่ได้ทําคดีมากมายหลากหลาย เหมือนตํารวจก็เลยไม่แปดเปื้อนมากครับ เป่าขลุ่ยบนเวทีเพลงเดียวเท่านั้นละครับ เพลงพญาโศกเพราะโดนระเบิดตาย ผมไม่ได้พูดว่าเวที กปปส. นะ ผมไม่ได้พูด โดนแจ้งข้อหาสนับสนุนก่อการร้าย แต่ขึ้นป้ายแยกดินแดนไว้ตามสะพานลอยคนข้าม ไม่ผิด ผมไม่ได้ว่าดีเอสไอ (DSI) ครับ เดี๋ยวองค์กรเขาจะเสียหาย คงจะต้องทําด้วยครับ

คําถามต่อไปหลายท่านบอกผมว่าดีให้กําลังใจผมแต่เช้า ผมเดินมาพบหน้า สมาชิกหลายท่านไม่ได้หาเสียงนะครับ ให้เห็นหน้าเฉย ๆ บอกว่าอํานวยเห็นด้วย แต่ผมกลัว จะไม่ผ่านต้องผลักดันให้ผ่านให้ได้ ไม่ใช่หน้าที่ผมครับ หน้าที่สภา หน้าที่กรรมาธิการ ต้องไปชี้แจง ถามว่าปฏิรูปแล้วลิดรอนอํานาจนายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบันนี้เลยหรือ ไม่ใช่ครับ ท่านอ่านให้ดีสิครับ เราปฏิรูปเมื่อเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลนี้ นายกรัฐมนตรียังต้องใช้อํานาจนี้อยู่ เพราะเกี่ยวกับความมั่นคงเข้ามาเกาะเกี่ยว ตอนนี้เริ่มโหมโรงมาก ให้สัมภาษณ์กันเป็นจุดแล้ว ท่านจะเห็นภาพการสัมภาษณ์ของพรรคการเมือง นักการเมืองเริ่มจับกลุ่มให้สัมภาษณ์แล้วกล้า ทั้ง ๆ ที่ห้ามยังกล้า ฉะนั้นถ้าหากว่ารัฐบาลนี้ยังเลือกตํารวจมาเพื่อดูแลเรื่องความมั่นคง คู่กับทหารไม่ได้ แล้วไปลิดรอนอํานาจท่านเรื่องความมั่นคงจะมีปัญหา ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนผ่าน รัฐธรรมนูญนี้ ไม่ใช่รัฐบาลนี้ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนนี้ เมื่อเราจะคืนอํานาจไปสู่นักการเมือง มาดูแลประเทศนี้ โดยการเลือกตั้งเข้าสู่ระบบแล้วตรงนั้นละครับ เราจะเข้าจุดสตาร์ท (Start) ตรงนั้น ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนนี้ ไม่ใช่รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านนี้ ไม่ใช่ ตรงนี้ก็ใช้อํานาจปกติอยู่ครับ ดังนั้นท่านที่ถามผมว่าแล้ว ม. ๔๔ แก้ปัญหาได้ไหม ก็ยัง เพราะยังไม่ได้ปฏิรูปตามแนวทางนี้ แล้วถ้าตามแนวทางนี้ไม่ใช่นักการเมืองอย่างเดียว บุคคลก็แทรกแซงไม่ได้ เพราะเป็นรูปคณะกรรมการ ก.ตร. ผมนําเรียนแล้วว่าในเรื่องนโยบาย เมื่อรัฐบาลแถลงต่อสภาไว้ ทุกรัฐบาลละครับ ข้าราชการประจําจะต้องปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติ มีความผิด ดื้อไม่ได้ครับ ตํารวจก็ต้องทําตามนโยบายรัฐบาล กรมชลประทานก็ต้อง ทําตามนโยบายรัฐบาล ข้าราชการทุกคนต้องทําตามทั้งหมด ท่านนายกรัฐมนตรียังเป็น เจ้ากระทรวงอยู่เพราะ สตช. สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านยังเป็นประธานสูงสุด ท่านยังเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ท่านยังเป็นประธาน ก.ต.ช. นั่งหัวโต๊ะกําหนดนโยบาย ให้ไปปฏิบัติอยู่ครับ ถ้าไม่ทําตามเคพีไอ (KPI) เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์ชิดชัยก็กรุณาบอกแล้ว อยากเห็นเคพีไอ (KPI) เห็นแล้วละครับ กฎ กติกาในการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจต้องไปเขียนมา โดยองค์กรตามรัฐธรรมนูญเขียนให้ดีที่สุด การสรรหา ผบ.ตร. เขียนหลักเกณฑ์ให้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าไปวิ่งเต้นกันได้อย่างที่ท่านว่า เขียนมาเลยครับคุณอาวุโสลําดับที่เท่าไร คุณเป็นรอง ผบ. มาตั้ง ๕ ปี อย่างนั้นคุณเอาไปเลย ๑๐ เต็ม ๔ ปีเอาไป ๘ เป็นแค่ ๓ ปีเอาไป ๗ เพิ่งขึ้นมาเป็น ผบ. ได้ ๒ ปี เอาไป ๓ กําหนดมาสิครับให้ชัดเจนอย่างนั้นจะได้ใช้ดุลยพินิจได้น้อย คุณวุฒิ จบอะไร จบปริญญาเอกให้ ๑๐ เต็ม จบ ๒ ปริญญาโท ให้ ๙ ก็ว่าไปสิครับ ไม่ได้ยากครับ มีความรู้ความสามารถพิเศษอะไรบ้าง พูดได้หลายภาษา ยกเว้นภาษาคนพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ มีความรู้ด้านเทคโนโลยี มีความรู้อ้ายนั่นอ้ายนี่ ได้รับรางวัล จากโอบามานี่เอาไปเต็มเลย ๑๐ ได้รับรางวัลจากเอเชีย (Asia) เอาไป ๘ ได้รับรางวัลในประเทศ นายกรัฐมนตรีมอบเอาไป ๗ ไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลยไม่ได้ ไล่ไปเรื่อยครับ ไล่ไปตามหลักเกณฑ์ วิ่งไม่ได้ครับ แล้วมาแสดงวิสัยทัศน์ ก็ ก.ตร. ไปเขียนกฎ ขึ้นมาว่ากลัว ก.ตร. เองจะให้คะแนน เป็นปัญหาขึ้นมา ไปนิมนต์สมเด็จพระสังฆราชมา อะไรมานั่งฟังก็ได้ ก็แล้วแต่เกณฑ์ ก.ตร. ที่จะเขียนนะครับ ก็เท่านั้นเองครับ ก็ไม่ใช่หน้าที่ ผมคนเดียวที่จะไปทําความเข้าใจนอกสภา แต่ผมจะร่วมไปทําความเข้าใจว่าเป็นของดี เป็นของใช่ ใครจะปฏิเสธ ผมพูดไว้ตั้งแต่ยกแรกแล้วว่าเราคงจะไม่ยอมให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ถูกจับถ่วงน้ํา ใส่หม้อถ่วงน้ําอย่างนี้อีกต่อไป ท่านเห็นภาพของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ขณะนี้ไหมครับ อดีตอธิบดีกรมตํารวจครับ พลตํารวจเอก มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น พลตํารวจเอก ณรงค์ มหานนท์ เป็นผู้นําไหมครับ ผมทันครับ แล้วเทียบกับ ผบ.ตร. ย้อนยุคขึ้นไป ๔-๕ ท่านที่ผมให้เห็นภาพ เมื่อสักครู่ความสง่าต่างกันไหมครับ การเมืองไม่ได้แทรกแซงมากในสมัยท่านณรงค์ มหานนท์ ในสมัยท่านมนต์ชัย พันธุ์คงชื่น แต่มาแทรกแซงสุดขีดสุดเหวี่ยงก็เมื่อปี ๒๕๔๗ ผมอภิปราย ไปแล้ว ผมชี้แจงไปแล้ว มาปู้ยี้ปู้ยํามากระทํากับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยการเข้ามา เขียนกฎหมายและมาแทรกแซงการแต่งตั้ง ผมไม่ถอยครับ ผมไม่ถอนครับ ผมทําความเข้าใจ เรื่องนี้มาพูดประมาณ ๓๐๐ ครั้งแล้ว ผมจะไม่พูดอีกแล้ว ทุกด้านครับ ทุกหน้างาน ๙ ประเด็น ตอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดและตอบเกินด้วย ท่านอาจจะจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ต่อกันไม่ครบ ท่านเป็นห่วงเรื่องการแต่งตั้ง บอกว่าแต่งตั้งเฉพาะ ผบ. กับนายพล แล้วระดับล่างล่ะ โมเดล (Model) นี้จะถูกไปย่อส่วนทําที่ผู้บัญชาการภาค โดยกระจายไปให้ภาคแต่งตั้งด้วยครับ แล้วใช้ระบบนี้พร้อมกับการขับเคลื่อนโดยให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ที่เป็นห่วงเรื่องเอกชน เรื่องประชาชนครับ ก็คือ กต.ตร. ก.ตร. กต.ตร. ย่อมาจากคณะกรรมการติดตามตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจ ประชาชนมานั่งเต็มเลย แล้วปรับโครงสร้างตรงนั้นด้วยครับ แต่อยู่ในข้อที่ ๖ กระมัง ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ท่านใจเย็น ๆ ครับ ผมไม่สามารถเอามา ทั้งแผงได้ก็เลยมาทีละเรื่อง ท่านอาจจะจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ต่อกันไม่สําเร็จ ต่อกันยังไม่เสร็จ ท่านเลยเห็นจมูกโด่งแต่ไม่รู้ปากแหว่งหรือเปล่า ปากไม่แหว่งครับ ปากเป็นรูปกระจับเลย ฉะนั้นรอจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ต่อให้ครบ ถ้าผมพูดไปมากกว่านี้ก็จะเป็นการอภิปรายเพิ่ม เพราะว่าท่านประธานมองหน้าผมหลายรอบแล้ว ตอบโจทย์อีกนิดว่าทําไมไม่กระจายอํานาจ ไปสู่ท้องถิ่น กระจายไปสู่ภาคแล้วครับ ภูธรภาค แต่มีอํานาจแต่งตั้งเอง ห้ามข้ามภาค นั่นก็คือ ในหัวข้อที่ ๓ แต่ถ้าบอกว่าให้ตํารวจเบนไปอยู่กับท้องถิ่น ผมขออนุญาตอย่างนี้ว่าไปทําท้องถิ่น ให้เข้มแข็งก่อนครับ ประเทศญี่ปุ่นท้องถิ่นเขาเข้มแข็ง แต่เขายังไม่กล้าไปปล่อยวางตํารวจไว้ กับท้องถิ่น ตํารวจอยู่กับการเมืองใหญ่ ขออนุญาตครับ ถ้าคําไม่สุภาพ ผมพูดไปก่อนแล้วก็ ขอถอนทีหลัง ยังกล่าวหาว่าตํารวจเป็นสุนัขรับใช้นักการเมือง นักการเมืองไปอยู่กับระดับ ท้องถิ่นล่ะครับ สุนัขประเภทไหนผมไม่รู้ จะหนักกว่าไหม ก็คงไม่พร้อมครับ แต่ถ้าการเมือง ระดับท้องถิ่นเราเข้มแข็งเมื่อใดลูกหลานเราต้องปฏิรูปตํารวจต่อ หลายคนก็ยังถามต่อไปว่า ไปถามนายกรัฐมนตรีแล้วหรือยัง ผมถามแล้ว ถามท่านในร่างรัฐธรรมนูญนี่ละครับ ท่านบอกว่า ให้ปฏิรูปให้เสร็จภายใน ๑ ปีครับ เพราะถ้าผมพูดตรง ๆ ว่าผมรับทราบอะไรมาบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าผมอวดอ้าง ผมไม่อวดอ้าง ถ้าผมพูดไปเดี๋ยวหาว่าผมอวดอ้าง เมื่อผ่านสภาไปแล้วผมพร้อมที่จะร่วมคณะไปชี้แจง แม่น้ํา ๓ สาย ๔ สาย ๕ สายอะไรก็แล้วแต่ ผมจะชี้แจงในทุกขั้นตอนครับ คงไม่ไปต่อแล้วนะครับ คงจะอย่างนี้ครับ

ขออนุญาตครับ ต้นปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ก่อนการปฏิวัติ รัฐประหาร มีคณะบุคคลไปปิดล้อมสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เกือบทุกครั้งจะต้องมีการปิดล้อมสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ และ บช.น. คณะบุคคลคณะนั้นใช้เท้าบ้าง ใช้มือบ้าง ใช้เครื่องมือบ้าง ทําลายป้ายสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีภาพผู้หญิงกระโดดถีบ ๒ ขาเลยครับ ป้ายสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ พร้อมกับเปล่งวาจาตามเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ที่ผมนํามาเสนอ รายงานประกอบ ตํารวจ ๒ มาตรฐาน ตํารวจรับใช้นักการเมือง ตํารวจเป็นทาสนักการเมือง ภาพนี้จะไม่มีเลือนลางครับ ถ้าหากไม่ปฏิรูปวันนี้ จุดที่ทําลายป้ายสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านไปเดี๋ยวนี้เลย ยกมือให้ผมเสร็จท่านไป สตช. เลย ท่านไปยืนตรงป้ายครับ อยู่ตรงหน้าพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดาแห่งตํารวจไทย เนื่องจากพระองค์ท่านปฏิรูปตํารวจสําเร็จ ผมพูดไปเมื่อภาคเช้า แล้วไม่แค่หน้าพระพักตร์ครับ อยู่ตรงสายพระเนตรพระองค์ท่านเลยครับ ท่านประดิษฐานอยู่ที่หน้าอาคาร ๑ สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ขออนุญาตท่านประธานสภาครับ ผมขออนุญาตนําวัตถุเข้ามาในสภาแห่งนี้ แต่ไม่ต้องห้ามเพราะเป็นวัตถุมงคล ขออนุญาตครับ เป็นเหรียญพระบรมรูปของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ พระราชบิดาแห่งตํารวจไทย วันนั้นพระองค์ท่านจะคิดอย่างไรกับบุคคล ที่ทําลายป้ายสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ไม่มีคําตอบครับ ถ้าท่านไม่ไปอ่านที่ฐานประดิษฐาน พระบรมรูปท่านจะไม่ทราบครับ ถ้าท่านไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ท่านก็ไม่รู้หรอก ผมพยายาม พูดเรื่องนี้กับท่านสมาชิกหลายครั้ง ท่านคงจะมีพระประสงค์อย่างยิ่งที่จะต้องทําองค์กรตํารวจ ที่ท่านเคยปฏิรูปไว้สําเร็จเมื่อปี ๒๔๐๕ จนกระทั่งตํารวจเป็นที่รักของประชาชนต่อเนื่องกัน มาจนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่านทรงมีพระประสงค์เช่นนั้นครับ ต้องทําตํารวจให้กลับไป เป็นตํารวจของประชาชนให้ได้ วันนี้ผมเลยอัญเชิญท่านมารับทราบสิ่งนี้ครับ และจะขอให้ พระองค์ท่านได้ประทานพรให้กับบรรดาสมาชิกที่กําลังจะปฏิรูปตํารวจให้กลับไปเป็นตํารวจ ของประชาชน เฉกเช่นที่พระองค์ท่านทรงปฏิรูปไว้เมื่อปี ๒๔๐๕ ไม่ได้แปลว่าปฏิรูปย้อนยุคนะครับ ในแนวทางที่พระองค์ท่านเคยปฏิรูปไว้เพื่อไม่ให้ตํารวจตกไปอยู่ในอาณัติของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อให้ตํารวจเป็นตํารวจของประชาชน และเป็นตํารวจในพระองค์อย่างแท้จริง สุดท้ายนี้ คงต้องขอขอบคุณ มาถึงวันนี้ได้สภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการ ตํารวจ ซึ่งมีท่านอาจารย์เทียนฉายเป็นประธานที่ปรึกษา ในนั้นจะมีกันหลายท่านมาก สภาแห่งนี้ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมที่มีท่านวิรัชเป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปตํารวจ ซึ่งมีท่านวรพงษ์เป็นประธานที่ได้ทําการศึกษาเรื่องนี้ ต่อเนื่องกันมา อ่านกันมาหลายคุ้งน้ําแล้วครับ เรือคงไม่ล่ม นั่นเป็นความคาดหวัง ขอให้ ความสําเร็จเกิดขึ้นในวันนี้ครับ แล้วผมเชื่อว่าอากาศดีเมื่อเช้านั่นคือฤกษ์งามยามดี ของในไม่กี่นาทีต่อไปนี้ กราบขอบพระคุณครับ