สุรินทร์ สนับสนุนปฏิรูปแต่งตั้งตำรวจ ชี้ต้องยึดโยงประชาชน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ แสดงความเห็นคัดค้านการปฏิรูปตำรวจตามรูปแบบอัยการ เหตุไม่สอดคล้องกับบริบทการปฏิบัติงานที่ต้องใกล้ชิดประชาชน และเรียกร้องให้ทบทวนกลไกการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นธรรมก่อนดำเนินการต่อ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและเพื่อนสมาชิก สปท. ที่รักทุกท่านครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในชีวิตผมเคยถูกตํารวจจับเมื่อ ป. ๔ ก็อายุประมาณสัก ๑๒ ขวบ แล้วไปขึ้นศาลที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อหาเล่นหวย ๓ ตัว นี่เรื่องจริงนะครับ พอไปถึงศาลท่านก็บอกว่าจับมาทําไม ผมก็มีเพื่อนตํารวจเยอะ เพราะไปเรียนโรงเรียนตํารวจ ๒ ครั้ง เมื่อผมเรียนปี ๒๕๒๒ โรงเรียนสืบสวนตํารวจ รุ่น ๔๔ ที่วังสุนันทา กินนอนกับตํารวจด้วยนะครับ ผมไม่เคยเห็นตํารวจในรุ่นเดียวกับผมเขาคุยกัน เรื่องตะเกียกตะกายหาตําแหน่งเลย เขาคุยกันแต่เรื่องว่าสอบสวนอย่างไรถึงจะดี จับอย่างไร ถึงจะจับไม่ผิดคน วันนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเห็นด้วยที่จะ มีการปฏิรูประบบการแต่งตั้งตํารวจ เพราะตํารวจเป็นหัวใจของการรักษาความสงบเรียบร้อย ขั้นพื้นฐาน ถ้าตํารวจดีเข้าใจความทุกข์สุขของประชาชน ตักเตือนไม่ให้เขาทําความผิด ความผิดก็จะไม่มาถึงอัยการ ไม่มาถึงศาล ทีนี้ที่ท่านกรรมาธิการกล่าวอ้างหลายครั้งว่า จะทําองค์กรตํารวจโดยการแต่งตั้งตํารวจให้เหมือนอัยการ ผมว่าอ้างได้แต่ไม่เหมือนกัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าอัยการมีคนไม่กี่พันคน และเขามีระบบของเขา ถ้ายิ่งเป็นระบบ ของตุลาการศาลแล้ว ท่านประธานกรรมาธิการจะรู้ดีเพราะท่านเป็นรองประธาน ทุกครั้งที่มี การสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเขาจะรู้ว่าในรุ่นนี้จะมีใครไปถึงประธานศาลฎีกาหรือรองประธาน ศาลฎีกา ระบบเขาวางไว้อย่างมีคุณธรรม ทีนี้คําถามว่าถ้าจะเอาแบบอัยการ ก็ต้อง ไม่ยึดโยงกับประชาชน ถามว่าตํารวจต้องยึดโยงกับประชาชนไหม ต้องยึดโยงกับประชาชน ถามว่ายึดโยงตรงไหน ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเขาก็แยกกระทรวง ทบวง กรม ออกมาเป็น ๒๐ กระทรวง แล้วก็มีบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ทีนี้ถ้าแยกตํารวจออกมาอย่างนี้คําถามว่ายึดโยงกับใคร นี่คือ ๑๖ คน ๑๔ คนมาจากตํารวจ ๒ คนที่เป็นนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ แต่งตั้งโดยใคร ก็คือเกือบทั้งหมดเป็นตํารวจ ข้อ ๑ ถึงข้อ ๗ ในหน้า ๙ นี้นะครับ ในที่สุดของทั้งหมดนี้เกือบจะมาจากตํารวจหมด แทนที่ ผมจะต้องวิ่งเต้นกับใครก็ได้ที่จะมาเป็นใหญ่เป็นโต ผมต้องไปวิ่งเต้นอีก ๑๕ คน ๑๖ คน ผมคิดว่าระบบวิ่งเต้นไม่หายไปจากโลกหรอก และไม่หายไปจากประเทศไทย เพียงแต่ว่า เราจะสร้างระบบคุณธรรมของการแต่งตั้งภายในกรมตํารวจอย่างไร เช่นแต่งตั้งไปเป็น ผู้กํากับใหม่ต้องไปไกล ๆ อําเภอเล็ก ๆ เพื่อไปฝึกงานแล้วค่อย ๆ ขยับมา ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ใช่ อยากจะอยู่อําเภอใหญ่ก็ไปเลยเสร็จแล้วก็ถูกย้าย เพราะว่าเนื่องจากปล่อยให้มีบ่อน อะไรทํานองอย่างนี้ ผมยังกราบเรียนว่าเราน่าจะต้องยึดโยงกับประชาชน นั่นก็คือคณะรัฐบาล รัฐบาลมาจากไหน ก็มาจาก ส.ส. ส.ส. มาจากไหน ก็มาจากประชาชน เราบอกว่า มีการแทรกแซง ทําไมเราไม่ไปแก้ปัญหาที่คนเขาแทรกแซงล่ะครับ ขณะนี้เรามาแก้ปัญหา ปลายเหตุ ก็คือว่า ก.ตร. ต้องปรับปรุง ปรับปรุงแล้วถามว่าแต่งตั้งโดยใคร ก็แต่งตั้งโดยตํารวจ ในที่สุดก็จะกลายเป็นว่าตํารวจแต่งตั้งตํารวจโดยไม่มีการถ่วงดุลเลยนะครับ ผมยังกราบเรียนว่า เรื่องนี้สําคัญมาก และสําคัญที่สุดของการที่จะปรับปรุงระบบตํารวจ และผมเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิก ท่านคุรุจิตเมื่อสักครู่นี้ที่บอกว่าจริง ๆ ข้อ ๓ เราอยากเห็นก่อน แต่ท่านก็ไม่เอามา เรื่องที่ ๓ ของท่านก็คือการวางแนวทางมาตรฐานการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการตํารวจ ถ้าท่านเสนออันนี้เป็นรูปธรรมก่อน แล้วค่อยมาเรื่องอื่น ๆ ว่าต่อไปนี้ถ้าตํารวจจบโรงเรียน นายร้อยตํารวจสามพรานแล้ว เส้นทางเดินชีวิตของเขาไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายสอบสวน ปราบปราม หรืออะไรก็ตาม หรืออยู่พลร่มก็ตาม อยู่ชายแดน เส้นทางชีวิตของเขา ๓ ปี ๕ ปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี เขาจะไปตรงไหน และจะขึ้นเป็นระบบ ๆ ทําอย่างไร ผมคิดว่าน่าจะนํามาคุยกันก่อน แต่สําหรับเรื่องนี้ผมมองว่าถ้าขืนโหวต (Vote) วันนี้ผมว่าก็อันตราย ถ้าถามผมนะครับ ผมฟังเสียงจากเพื่อน ๆ ที่อภิปรายแล้ว และรวมทั้งนอกการอภิปรายว่าเป็นประเด็นที่สําคัญ ผมขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะฝากเรียนท่านประธานกรรมาธิการว่า ท่านเอากลับไปอีกสักครั้งหนึ่งแล้วไปทบทวนทําให้กระชับ ตอบคําถามทุกคําถามได้ว่า ท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่ใช่ท่านไปเอาอํานาจมาจากนายกรัฐมนตรี แล้วก็เอาไปให้ คนกลุ่มหนึ่งบริหาร คําถามก็คือว่าท่านคิดอย่างไร คิดดีแล้วหรือว่าคนกลุ่มที่จะมาใหม่นี้ดีเลิศ วิเศษสุด ๆ ผมไม่เชื่อหรอก มนุษย์เดินดินรวมทั้งผมก็ไม่ใช่ดี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ก็มีอารมณ์ อย่างนี้ เดี๋ยวออกไปกินข้าวก็มีอีกอารมณ์หนึ่ง ผมจึงคิดว่าท่านทบทวนสักนิดหนึ่งเถอะครับ ไม่ช้า ถ้าเอากลับไปทบทวนอีกนิดหนึ่งแล้วก็กลับมาใหม่ รับฟังเสียงข้างนอกหน่อย แล้วก็ อาจจะไปข้างนอกสภาอีกหน่อยว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าท่านลุยวันนี้ผมว่าจะมีคนคัดค้านเยอะ แล้วถ้าคัดค้านเยอะ ผมคิดว่าการจะปฏิรูประบบตํารวจในข้ออื่น ๆ จะไปลําบาก กระผม กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการด้วยความเคารพอย่างยิ่งที่อยากจะเห็นตํารวจเป็นตํารวจของประชาชน ด้วยจิตวิญญาณครับ