ธวัชชัย สมุทรสาคร หารือการแต่งตั้งข้าราชการ โดยเสนอระบบการคัดเลือกร่วมระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของทหารและตำรวจ
เรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก สปท. ที่เคารพทุกท่านนะครับ ผม พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิก สปช. หมายเลข ๗๓ ครับ คือเท่าที่ผมติดตามเรื่องนี้มาตามที่ท่านอํานวยได้ชี้แจงมาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ คือตํารวจ กับทหารจริง ๆ แล้วมีกําลังที่จะต้องอยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นลําดับ เพราะฉะนั้นการดําเนินงาน ต้องเป็นตามสายการบังคับบัญชาถึงจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือบรรลุภารกิจทุกอัน ที่ตัวเองสั่งได้ แต่ตํารวจก็ถือว่าดูแลบําบัดทุกข์บํารุงสุขของประชาชน ในส่วนทหารก็เป็น การป้องกันประเทศ อาจจะคนละลักษณะงานกัน แต่ทหารการแต่งตั้งต้องคลีน (Clean) พอสมควร เพราะว่าเราแพ้ไม่ได้ ทหารถ้าแพ้หมายถึงสูญเสียเอกราช แต่ตํารวจแพ้โจรก็ไป เปลี่ยนคนใหม่มาสู้ใหม่ ยังไม่เกี่ยวกับเอกราช อันนี้จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แล้วทหารไม่มีกฎหมายหรืออะไรไปบังคับประชาชน แต่ตํารวจมีในส่วนนั้น อันดับแรก สมัยก่อน ๆ เก่า ๆ ที่ผู้ใหญ่เคยคุยกันก็เป็นตํารวจที่ดีทั้งหมด แต่จริง ๆ ที่เสียเพราะพ่อค้า ผมเรียนตรง ๆ เพราะพ่อค้าบางส่วนไม่ยอมทําตามกฎหมาย ไปทําผิดกฎหมายเสียเอง ไม่ว่า จะหวย บ่อน ซ่อง เขาไม่ให้ตั้ง แต่ตัวเองก็ตั้งเพราะเป็นเงินรายได้ดี เมื่อรายได้ดีให้เจ้าหน้าที่ มาดูแลแล้วก็อาจจะมีให้เข้านอกออกในก็แล้วแต่ ใต้โต๊ะบนโต๊ะก็แล้วแต่ ตอนหลังก็เป็น ความเคยชินของตํารวจไปว่าอันนี้เป็นสิทธิของตัวเอง อันนี้เป็นสิ่งหนึ่ง จริง ๆ เกิดขึ้นจาก ประชาชนและพ่อค้านั่นละครับที่ทําผิดกฎหมาย ถ้าประชาชนรู้สึกสํานึกในหน้าที่ดีเรื่องนี้ ไม่มีปัญหาเลยครับผมเรียนตรง ๆ อันนี้ผมใช้ข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ที่อยู่ต่างจังหวัด มาทั้งชีวิตแล้วก็อยู่ชายแดนมาตลอด และได้สัมผัสกับประชาชน ผมก็เคยคุยกับเพื่อนตํารวจ เสมอว่าบางสิ่งบางอย่างต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ไปเรียกใต้โต๊ะอะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด นี่พูดตรง ๆ นะครับ ที่ได้จากหวย บ่อน ซ่อง โอเค (Okay) ประเทศไทยอาจจะแก้ไขลําบาก ก็เอาเงินส่วนนี้มาเป็นกองกลางแล้วดูแล ลูกน้อง ลูกน้องจะได้ไม่ไปกลั่นแกล้งคนยากคนจน จะเห็นว่าการทําผิดอะไรก็แล้วแต่ รถชนกัน คนจนผิดตลอดเพราะคนรวยมีเงินให้ตํารวจ แต่ว่าถ้าเราดูแลลูกน้องให้ดีก็จะไม่มีปัญหา เรื่องนี้ทุกคนก็ทําตามกฎหมาย ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าตามถูก เราก็จะได้ชื่อเสียงแล้วก็มี ความภูมิใจในชีวิตตัวเองว่าเกิดมาทั้งทีเรามาเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราทําประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง ความจริงหรือความเท็จอะไรก็แล้วแต่เราจะปิดตัวเองไม่ได้ อาจจะปิดคนอื่นได้ เราจะมีความสุขเมื่อตอนตายไปด้วยตัวเอง อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันคิด ในส่วนนี้ ขอสรุปว่าการแต่งตั้งต่าง ๆ ยกตัวอย่างตอนผมเป็นผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้น สมัยก่อนผู้พันเป็นหน่วยเล็กที่สามารถจะประกาศกฎอัยการศึกได้ใช่ไหม สามารถจะบังคับ ทิศทางได้ทุกอย่าง อันดับแรกจะต้องเป็นผู้หมวดอยู่ในกองพันนั้นมาเก่า ผมเคยเสนอ ตามสายบังคับบัญชาไปอย่างนี้ ก็จะมีประมาณ ๗-๘ คน โดยการที่พอมาเป็นพันโทอยู่ในขั้น จบ เสธ. แล้วเป็นพันโท ๗-๘ คนก็ไปเลือกเหลือ ๒ คน ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ผู้การกรม ผบ.พล แม่ทัพ เลือกใน ๗-๘ คนในกองพันเดิมที่เคยอยู่เหลือ ๒ คน แล้ว ๒ คนนี้เอาไปให้จ่า หรือนายสิบเลือก คนหนึ่งอาจจะได้ ๘๐ คะแนน อีกคนหนึ่งอาจจะได้ ๘๒ คะแนน แต่เมื่อ รวมกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่เลือกมาวันนั้นแล้ว ลงไปเลยว่าเจ้าหน้าที่กองกําลังพล ๒ คนนี้ จะเอาใคร โหวต (Vote) กันให้เห็น ๆ เลยไม่ต้องทางลับ ทางเปิดเผยยกมือกันเลย แล้วเอาคะแนนรวมกันเสร็จคนนั้นจะได้เป็นผู้พัน ถ้าทําแบบนี้ได้ยืนยันว่ากองพันนี้ไปรบที่ไหน ก็ชนะ เพราะว่าเขาจะต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งแต่เป็นร้อยตรีไม่ใช่ดูแลแต่นาย อันนี้ก็เอามา เปรียบเทียบกับทางตํารวจ ในส่วนนี้ก็จะเป็นลักษณะนี้ ต้องข้างบน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ข้างล่าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะสามารถครองใจผู้ใต้บังคับบัญชาได้และประชาชนจะมีความสุข ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ผบ.ตร. คนที่ระดับบนจะแต่งตั้ง เอาง่าย ๆ ไม่ต้องไปตั้งอะไรเยอะ ถ้าตั้งเยอะอย่างที่ท่านอํานวยว่าก็ดูดีแต่ว่าเกิดความยุ่งยาก ล็อบบี (Lobby) กันเยอะ เอาง่าย ๆ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีทั้ง ๓๐ กว่าคน เอารัฐมนตรีก็แล้วกันไม่ต้องรัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นคนเลือกก่อนในบรรดาคนที่มีความเหมาะสม พลตํารวจเอกทั้งหมดอาจจะให้เหลือ ๓ คน หรือ ๒ คนก็แล้วแต่ แล้วก็ให้ผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ข้างบน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท็อปดาวน์ (Top down) ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และบอททอมอัพ (Bottom up) ก็คือผู้บัญชาการตํารวจทุกกองบัญชาการ แล้วผู้บัญชาการไปเลือกมาว่าจะเอาใครคนหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีเลือกใน ๓ คน อันนี้ก็ไล่ลําดับ กันเรื่อย ๆ ถ้ารวมคะแนนกันแล้วใครชนะคนนั้นเป็นเลย อันนี้จะทําให้ในส่วนนี้ก็จะดี แล้วถ้าผู้บัญชาการเหมือนกัน ผู้บัญชาการก็ในส่วนหัวของ ตร. เลือก ตั้งแต่ผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เลือกมา ก็เหลือ ๓ คน แต่ว่าคนนั้นต้องควรอยู่ในภาคนั้นเก่า อันนี้จะมีในส่วนนี้ เพราะจะเป็นสิ่งที่ดี คือเราจะตัดในส่วนที่ไปอยู่ส่วนกลางแล้วไม่รู้เรื่องในพื้นที่ท่าน อย่างน้อยรู้เรื่องอยู่ในพื้นที่ภาค ก็ควรอยู่ในภาคนั้นเก่า กี่คนก็เลือกมาให้เลือก ๒ คน ๓ คน แล้วให้ผู้กํากับจนถึงสารวัตร แล้วก็ถึงนายดาบเป็นคนเลือกอันดับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ข้างล่างมา ในส่วนนี้ก็จะเป็นไปตามลําดับ อย่างนี้เหมือนท่านผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการก็ต้องเคยอยู่ในจังหวัดนั้นมาเก่า อันดับแรก ผู้บัญชาการรวมทั้ง ผบ.ตร. เป็นคนคัดมาให้เหลือ ๒ คน หรือ ๓ คน แล้วก็ให้นายดาบ เป็นคนเลือกตั้งแต่สารวัตรอะไรต่าง ๆ ก็เลือกขึ้นมาในส่วนนั้น อันนี้ทําง่าย ถ้าทําแบบนี้ได้จบ รวมถึงผู้กํากับด้วยก็ควรจะเคยอยู่อําเภอนั้นมาเก่า จะไม่มีการข้าม แล้วประชาชนก็จะรู้จัก ตั้งแต่เขาเด็ก ๆ แล้วก็จะมีความคุ้นเคย ปัจจุบันจะไขว้กันหมด เดี๋ยวนี้ไม่ว่าทหารก็ไขว้ บางส่วนก็เห็นว่าถ้าเดินตามสายงานไม่สามารถจะเข้าไปทําอะไรสักที ไปอยู่เป็น ทส. บ้าง ไปอยู่เป็นนายเวรบ้าง อยู่ดี ๆ กระโดดไปกระโดดมา แล้วตัวเองก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ แล้วก็ ไม่รู้จักลูกน้องเลย อย่างตํารวจยังทําเนา ถ้าทหารไม่ได้เลยนะครับ ถ้าทหารแบบนั้นรบมีแพ้ คือตายได้เท่ากันตั้งแต่ผู้พันกับพลทหาร เพราะฉะนั้นก็จะเป็นลักษณะที่ผมอยากเสนอว่า ทําง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากครับ แต่ว่าเราจะได้คนดี และทุกคนจะต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ถ้าปัจจุบันตํารวจแทบอาจจะไม่ได้คุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาเลย ก็จะทําให้เขากลุ้มใจ ยิงตัวเอง ตายบ้างอะไรบ้าง ปัญหาต่าง ๆ สะสมและรับผิดชอบตัวเอง และต่างคนต่างอยู่ในส่วนนี้ แล้วบางทีก็บอกว่าตั้งแต่โต๊ะทํางาน เรื่องปืน เรื่องอะไรต่าง ๆ ต้องซื้อเองมาตั้งแต่ร้อยตํารวจตรี ผมก็งงจริง ๆ ต้องปลดผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นมาตั้งแต่ข้างบนเลยครับ อันนี้เป็นหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาที่จะบริหารจัดการให้ ทุกอย่างเป็นของหลวง แต่จะซื้อเองต่างหากของหลวง ต้องมีอยู่แล้ว ของหลวงอาจจะห่วย ปืนยิงโจรอาจจะสู้ไม่ได้ รุ่นใหม่มาตัวเองซื้อนั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ทุกอย่างต้องเป็นของหลวงทั้งสิ้นนะครับ ในส่วนนี้จะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้ เท่าที่ทราบถือว่าดีขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะ แต่ว่าการดูแลประชาชนก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ จริง ๆ คนดีเขาก็มี คนดีก็มีเยอะมากผมรู้จัก ไม่ว่าจะเพื่อน ๆ น้อง ๆ พี่ ๆ ในส่วนนี้เยอะ แต่บางทีเขาไม่สามารถทําในส่วนที่ดีได้ ถ้าทําแบบนี้มันไปไม่ถึง แบบท่านอํานวยถ้าทําเต็มที่ อาจจะไม่ได้ถึงผู้บัญชาการในส่วนนี้ นี่ขนาดพยายามทําแล้ว แต่ถือว่าเขากล้ามาเสนอ ในส่วนนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี ผมไม่มีอคติอะไรกับทางตํารวจเพราะจริง ๆ เราเป็นเพื่อนกัน เป็นพี่เป็นน้องกันหมดอยู่แล้ว แต่ว่าต้องการจะปรับปรุงให้ดีขึ้น ในส่วนทหารเองก็ไม่ได้ดี อะไรมากมายนัก ก็ต้องปรับปรุงเยอะเหมือนกัน ทุกคนจะต้องปรับตัวเองให้เข้ากับภาวการณ์ ในปัจจุบันทั้งนั้น ต้องกราบขอบคุณมากครับ