เลิศรัตน์ ตั้งข้อสังเกต กก.กีฬาฯ ชี้แต่งตั้งไม่ชัด-อาจก้าวล้ำอำนาจ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

เลิศรัตน์ รัตนวานิช ให้ข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. นโยบายการกีฬาแห่งชาติ โดยเฉพาะในประเด็นการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ควรมีการกำหนดจำนวนและสาขาอย่างชัดเจนเพื่อความโปร่งใส พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการมอบอำนาจการพิจารณางบประมาณให้คณะกรรมการและสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งอาจก้าวล้ำบทบาทของกระทรวงและไม่สอดคล้องกับขีดความสามารถของหน่วยงาน รวมทั้งเสนอแก้ไขคำในมาตรา 26 จาก "พื้นที่ให้บริการ" เป็น "พื้นที่รับผิดชอบ" เพื่อความถูกต้องและชัดเจนยิ่งขึ้น.

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้กรุณาให้โอกาสอภิปรายทั้งที่ไม่ได้เสนอชื่อไว้ก่อนตั้งแต่แรกนะครับ ก็ได้อ่านในรายงานของคณะกรรมาธิการด้านกีฬา ก็เลยมีข้อคิดเห็นฝากเป็นข้อสังเกต ให้ท่านประธาน ซึ่งผมก็เคารพท่านเป็นการส่วนตัวอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็เรียนว่าไม่ได้ ลุกขึ้นมาค้าน ลุกขึ้นมาให้ข้อสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวร่างพระราชบัญญัตินโยบาย การกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... เนื่องจากช่วงนี้ก็ต้องร่างพระราชบัญญัติกันอยู่หลายฉบับ พออ่านเห็นอะไรที่คิดว่ายังไม่ชัดเจนก็อยากจะฝากให้ท่านได้ไปดูเพิ่มเติม อย่างในมาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ ประกอบด้วย แล้วก็มี (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) ที่ผมอยากจะฝากให้ท่านไปดูเพิ่มเติมคือใน (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งจํานวน ๖ คน จากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องประสบการณ์เป็นที่ ประจักษ์ เวลาเราเขียนจํานวนกับเขียนด้านส่วนใหญ่ควรจะให้ลงล็อก (Lock) ให้รู้ว่า เราจะเอากี่คนจากด้านไหนบ้าง บางทีถ้าเราเขียน ๖ คน ๖ ด้าน เราก็เขียนบอกว่าด้านละ ๑ คน เพราะฉะนั้นเวลามีคนใดคนหนึ่งที่ต้องพ้นจากตําแหน่งไปเราจะสรรหาเพิ่มเติมก็ไปสรรหา ในด้านนั้นเข้ามา แต่ถ้าเขียนลักษณะนี้ ๖ คนอาจจะเป็นด้านกีฬาทั้ง ๖ คนเลยก็ได้ แล้วก็อยากให้ทําความชัดเจน เพิ่มมากขึ้นว่าเราต้องการผู้ทรงคุณวุฒิด้านไหนบ้าง แล้วเขียนให้ชัดเจน อย่างด้านการบริหาร บริหารอะไร การบริหารราชการแผ่นดินหรือการบริหารด้านธุรกิจต่าง ๆ แล้วคําว่า หรือ ก็ควรจะเปลี่ยนเป็นคําว่า และ และด้านสื่อสารมวลชน แล้วก็ระบุให้ชัดเจนว่าเราต้องการ ด้านไหนกี่คน กี่คนจะสะดวกต่อการที่จะสรรหามาเพิ่มเติมแทนผู้ที่พ้นวาระไป

ประเด็นถัดไปในมาตรา ๑๘ คณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ มีอํานาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ อันนี้เป็นกรรมการด้านนโยบาย พอดู (๒) พิจารณา แผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณด้านการกีฬา ผมอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตว่าท่านกรรมการ ชุดนี้มาทําหน้าที่พิจารณาด้านงบ คําว่า แผนงบประมาณ เขียนไว้อาจจะไม่ชัดเจน แต่ถ้าเป็น แผนงบประมาณด้านการกีฬาของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว จะทําให้กระบวนการ พิจารณางบประมาณของรัฐที่เกี่ยวกับกระทรวงก็จะเกิดความบิดเบี้ยวได้เพราะว่าปกติ ทางกระทรวงก็พิจารณามาว่าจะตั้งงบประมาณด้านกีฬาเท่าไร ด้านท่องเที่ยวเท่าไร บุคลากร อะไรต่าง ๆ นานาเท่าไรของกระทรวงนั้น แล้วก็ไปเจรจาต่อรองกับทางสํานักงบประมาณ เข้า ครม. แต่ถ้าเกิดมาให้อํานาจนี้ไปอยู่ที่คณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ หมายความว่า แผนงบประมาณนี้เป็นงบประมาณประจําปีของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะต้อง ดําเนินการก็จะทําให้ แล้วที่บอร์ด (Board) นี้มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอย่างนี้ เกิดบอร์ด (Board) บอกว่าอนุมัติเท่านี้ สํานักงบประมาณไม่เห็นด้วยหรือไม่มีเงินจะสนับสนุน เพราะหลาย ๆ เรื่องที่กระทรวงเสนอไปก็ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในทันทีทันใด หรืออาจจะเป็นปีถัด ๆ ไป จึงอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตว่าควรจะเป็นเรื่องของกระทรวงหรือไม่ ถ้าเป็นงบประมาณด้านที่เกี่ยวกับการกีฬาหรือเกี่ยวกับกระทรวงที่รับผิดชอบในด้านการกีฬา ในมาตรา ๒๒ มาตรานี้ผมคิดว่าถ้าบัญญัติอย่างนี้เป็นการบัญญัติที่ไปก้าวล่วงอํานาจหน้าที่ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาตรา ๒๒ เราบอกว่าให้สํานักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการและมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการไม่เป็นไร แต่พอเราไปดู (๑) ก็ยังพอไปได้ จัดทํานโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนากีฬาแห่งชาติเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ความเห็นชอบ อันนี้ตรงเลยไม่ว่า เพราะว่ากรรมการก็คงไม่มีเวลามาทํา ก็ต้องมีคนทํา คนทําก็ให้ สํานักงานปลัดกระทรวงของกระทรวงนี้เป็นหน่วยงานธุรการ แต่พอไปดูอนุมาตราถัด ๆ ไป ผมว่าไม่ใช่ เราจะไปออก พ.ร.บ. อีกฉบับหนึ่งแล้วไปมอบอํานาจให้หน่วยงานหนึ่งไปทําหน้าที่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรมเขาอยู่แล้วจะไม่ค่อยเหมาะสม (๒) ท่านบอกว่า ให้ใคร ให้สํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทําหน้าที่วางแผน ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงานพัฒนาการกีฬาของชาติในภาพรวม ทั้งพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านการกีฬา (๓) ส่งเสริม สนับสนุน การประกอบธุรกิจ อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการบริการ ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา สํานักงานปลัดกระทรวงเป็นหน่วยงานเล็ก ๆ มีคนอยู่ไม่กี่คนหรอก ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเขาก็มีหน่วยงาน มีกรม มีรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ถ้าไป บอกว่าสํานักงานปลัดกระทรวงทําหน้าที่ใน (๒) (๓) ผมคิดว่าไม่น่าจะสามารถทําได้ แล้วก็ ไม่เหมาะสมด้วยที่จะออก พ.ร.บ. ไปสั่งการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่าคุณเคย ให้สํานักงานปลัดกระทรวงของคุณไปทําหน้าที่อย่างนั้นอย่างนี้ รวมถึง (๔) (๕) และ (๖) ด้วย ผมก็ยังว่าคงไม่ใช่เป็นหน้าที่ของสํานักงานปลัดกระทรวงของกระทรวงนี้นะครับ

แล้วประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนคือมาตรา ๒๖ ซึ่งเป็น มาตราสุดท้ายก่อนบทเฉพาะกาล ท่านเขียนว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อปท. ซึ่งมีกฎหมายจัดตั้ง มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาด้านการกีฬาแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ให้บริการ ให้บริการนี่ไม่น่าจะใช่ ถ้าท่านหยุด คําว่า ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ก็จบไป แต่ถ้าท่านอยากจะเขียนสร้อยต่อก็อาจจะบอกว่า พื้นที่ที่รับผิดชอบของ อปท. นั้น ๆ จะเป็นเทศบาลระดับไหนก็แล้วแต่ ฉะนั้นคําว่า พื้นที่ ให้บริการ ไม่น่าจะเป็นคําที่ถูกต้องที่จะนํามาใช้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขออนุญาต ฝากข้อสังเกตถ้าจะนําเสนอร่าง พ.ร.บ. นี้ก็เพื่อจะทําให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณครับ