กษิต ชี้กีฬาสมัครเล่น-อาชีพต่างแนวทาง ห่วงตั้งสำนักนโยบายซ้ำซ้อน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการตั้งองค์กรนโยบายการกีฬา ชี้ว่ามีหน่วยงานและกองทุนที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว จึงควรถิ่มการปฏิรูปหน่วยงานเดิมแทนการสร้างหน่วยงานใหม่เพื่อไม่ให้อำนาจรวมศูนย์และซ้ำซ้อน

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ นะครับ ท่านประธานครับ เราเล่นกีฬากันคงเพื่อ ๒ จุดประสงค์ในยุคสมัยนี้ อันที่ ๑ ก็คือเพื่อสุขภาพความแข็งแรงของร่างกาย แล้วอันที่ ๒ ก็คือเล่นกีฬาในยุคสมัยนี้ ช่วงเวลาของ การเป็นนักกีฬาสมัครเล่นสั้นมาก เพราะจะพุ่งเข้าไปสู่การเล่นกีฬาเป็นอาชีพ เป็นโปรเฟสชันนัล (Professional) ถ้าเผื่อในเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพแล้วก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นสําคัญ กระทรวงมหาดไทยในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นแล้วก็ชุมชน แล้วก็ กระทรวงสาธารณสุขในมุมกว้าง ทั้งช่วยการส่งเสริม มีกองทุน สสส. และในเรื่องของ การดูแลรักษาพยาบาลป้องกันการเจ็บป่วยทั้งหลาย ทั้ง ๓ กระทรวงนี้จะต้องทํางาน กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นสําคัญ เท่ากับว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นแกน และอีก ๔ หน่วยงานเป็นเครือข่ายที่จะขับเคลื่อนการมีสุขภาพที่ดีของประชาชน พลเมืองทั้ง ๖๕ ล้านคน ส่วนกีฬาอาชีพนั้นเป็นเรื่องของสมาคมอาชีพของแต่ละสมาคม ผมยกตัวอย่างในกรณีของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยกับฟีฟ่า (FIFA) องค์กรกลาง ของสมาคมอาชีพโลกที่อยู่ที่นครซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีเรื่องอื้อฉาว เรื่องโกงกิน อะไรกันต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ไม่มีรัฐบาลใดของ ๒๐๐ ประเทศสมาชิกของสมาคมกีฬา หรือฟีฟ่า (FIFA) เข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ แล้วก็ฉันใดฉันนั้นความเป็นสมาคมอาชีพก็จะมีสมาคมสากล นานาชาติที่สมาคมแต่ละอาชีพกีฬาไปเป็นสมาชิกอยู่ อันนี้บทบาทของรัฐบาล บทบาทของ กระทรวงกีฬาของประเทศต่าง ๆ แทบจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้เลย ผมก็เลยไม่เห็นว่า จะมีองค์กรกลางเรียกว่ากระทรวงกีฬาออกมาต่างหาก มหาวิทยาลัยการกีฬา สํานักนโยบาย การกีฬาจะเข้าไปข้องแวะได้อย่างไร ด้วย ๒ ประเด็น คือ กระทรวง ทบวง กรมที่มีอยู่แล้ว มีประเด็นปัญหาอะไรกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาถึงต้องมาตั้งสํานักนโยบายการกีฬา ไม่อย่างนั้นก็ต้องยุบส่วนที่เป็นกีฬาออกจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันนี้ก็ต้องคิด ให้ชัด แล้วเมื่อสักครู่นี้ทางท่านประธานบอกว่าก็มีกองทุน ถ้าเผื่อผมจําไม่ผิด อาจจะฟังไม่ชัด แต่ว่า ๓ กองทุน คือมวยอาชีพ แล้วก็อันที่ ๓ ผมจําไม่ได้ แต่มี ๓ กองทุน แต่ละกองทุนนั้นก็มี คณะกรรมการบริหารกองทุน ก็ไม่เกี่ยวกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใช่หรือไม่ แล้วจะต้องมีสํานักนโยบายการกีฬาที่ท่านอยากจะเสนอตั้งขึ้นมาด้วยร่าง พ.ร.บ. อีกทําไม จะมีอีกกี่กองทุนอะไรก็ว่ากันไป รัฐบาลก็มีหน้าที่ถ้าเผื่ออยากจะสนับสนุนกองทุนอาชีพกีฬาเหล่านี้ ก็สามารถที่จะกระทํากันได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วสปอนเซอร์ชิพ (Sponsorship) ก็มักจะ มาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ แล้วก็มาจากองค์กรรัฐวิสาหกิจของประเทศ บทบาทของรัฐแทบจะ น้อยมาก เพราะเป็นกองทุนที่ไปเกี่ยวกับกีฬาอาชีพ เรื่องเกี่ยวกับสปอนเซอร์ (Sponsor) เกี่ยวกับรายได้ รัฐจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้ แม้กระทั่งรัฐวิสาหกิจทั้งหลาย ที่สปอนเซอร์ (Sponsor) กันอยู่ อะไรที่เป็นมืออาชีพก็ต้องระมัดระวังนิดหนึ่ง อาจจะมี ผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วอาจจะไม่ใช่เป็นหน้าที่ อันนี้ต้องคิดในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสําคัญ เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรในการที่จะมาตั้งองค์กรนโยบายการกีฬา ขึ้นมา ในเมื่อเรามีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่แล้ว มีกองทุนอาชีพ มีสมาคมอาชีพ แล้วกีฬาที่จะเป็นสมัครเล่นก็น้อยมากแล้ว ก็เล่นกันอยู่แวดวงโรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งอันนี้ กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขแล้วก็กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับไปได้เต็มที่ แล้วไป ๆ มา ๆ ท่านจะเรียกอะไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องของการมีร่าง พ.ร.บ. เพื่อจะ ตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ แล้วก็เกี่ยวกับระบบราชการ ผมก็ค้านมาตลอดว่าเรามาที่นี่ไม่ได้มา ปรับปรุงหน่วยราชการให้ใหญ่โตเข้มแข็ง แล้วอํานาจก็กระจุกอยู่ที่กรุงเทพฯ เราต้องกระจาย อํานาจครับ ขอความกรุณาอย่าเพียรพยายามทําอะไรเลยเพื่อที่จะให้อํานาจกระจุกตัว แล้วก็ ต้องเสริมสร้างองค์กรที่มีอยู่แล้ว จะเป็นกองทุนกีฬา หรือว่าถ้าเผื่อกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเขามีประเด็นปัญหาก็ต้องเข้าไปปฏิรูปตรงนั้นให้เขามีความเข้มแข็งแล้วก็ตอบสนอง ประชาชน แล้วถ้าเผื่อเราอยากจะมีความเป็นเลิศไปทางด้านกีฬาเราก็มาดูสิว่าเราจะปฏิรูป อย่างไรเพื่อจะส่งเสริมพวกสมาคมอาชีพกีฬาให้เข้มแข็ง และรัฐจะเข้าไปได้อย่างไร มากน้อย แค่ไหน เพราะอันนี้เป็นเรื่องของขาดทุน กําไร อันนี้ต้องระมัดระวัง แล้วท่านก็คงจะทราบกันดี แม้กระทั่งกีฬาโอลิมปิก (Olympic) เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วก็จะต้องเป็นผู้สมัครเล่นเท่านั้น ตอนหลังเล่นโอลิมปิก (Olympic) ก็เป็นอาชีพได้เงิน นั่นเป็นเรื่องของสปอนเซอร์ (Sponsor) ผมก็เลยยังไม่เห็นว่า ณ วันนี้ประเด็นปัญหาอยู่ตรงไหนแน่ แล้วเราอยากจะ ปฏิรูปอะไร ถ้าเราจะปฏิรูปกีฬาก็ต้องบอกว่าเราจะปฏิรูปกีฬาอย่างไร แต่จะมาบอกว่า ต้องสร้างมหาวิทยาลัยการกีฬา ต้องมาตั้งสํานักงานนโยบายการกีฬา เป็นเรื่องของปฏิรูป ตรงองค์กร ไม่ใช่เป็นการปฏิรูปการกีฬาเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แล้วก็ในอนาคต เป็นมืออาชีพได้เหมือนคุณรัชนกที่ตีแบดมินตันยอดเยี่ยมหรือว่าทีมวอลเลย์บอลหญิง ซึ่งเราชื่นชม หรือว่าทีมฟุตซอลอะไรต่าง ๆ นานาเหล่านี้ หรือการสร้างวินัยให้กับนักบิลเลียด อาชีพ ซึ่งก็ไปแข่งที่อังกฤษ แล้วก็ไม่สามารถจะคงความเป็นมืออาชีพได้ ไม่เหมือนคนจีนซึ่งมีอยู่ ๒๐-๓๐ คน อยู่ที่ลอนดอนแล้วเขาก็สามารถที่จะมีวินัย แล้วเรา จะไปช่วยเขาอย่างไรเพื่อไม่ให้เขาหลุดลอยไปเข้าผับ (Pub) ดื่มเหล้าแล้วก็กลายเป็นดารา แต่ไม่ใช่เป็นมืออาชีพที่จะคงความเป็นอาชีพได้ ๒๐ ปี แล้วใครจะไปดูแลนักบิลเลียดอาชีพ นักสนุกเกอร์อาชีพที่ลอนดอน ตรงนี้ต่างหากที่เราจะมาช่วยเพื่อจะเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเขาทั้งในแง่ของจิตใจ วินัย แล้วก็การที่จะดํารงชีวิตอยู่ เพราะเขาต้องแข่งขัน ต้องหาเงิน ในที่สุดแล้วเราก็จะเห็นว่าพอขึ้นมาเป็นนักกีฬาอาชีพ วินัยก็ไม่มี แล้วกลุ่มผลประโยชน์ ก็เข้ามาแทรกแซงในทุกวงการกีฬาอาชีพของไทย ก็เห็นกันอยู่ แล้วเราก็ต้องปรับปรุงใช่ไหมครับ เรื่องสมาคมกีฬาฟุตบอลอาชีพก็คาใจกันอยู่ ผู้บริหารของเราก็ถูกอะไรครับ ไม่ให้ปฏิบัติ หน้าที่กัน บางทีเป็นช่วง ๆ ทีละ ๔ เดือน ๆ ตรงนี้ต่างหากเราจะต้องมาดูว่ามีประเด็น ปัญหาอะไร มีผลประโยชน์เข้ามาแทรกแซง แต่เราจะมาตั้งคณะกรรมการนโยบายนี้เราไม่ได้ แก้ปัญหาเดิม ๆ ที่รู้ ๆ กันอยู่ ก็กลายเป็นช่องทางหากินของกลุ่มคนบางคน แล้วหน้าก็อย่างนี้กัน อย่างนั้นเห็นกันอยู่ประจํา เราต้องมาช่วยกันในการที่จะแก้ปัญหาอย่างจริง ๆ จัง ๆ เพราะฉะนั้น ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับเรื่องที่จะมีการจัดตั้งสํานักนโยบายมีร่าง พ.ร.บ. ออกมาใหม่ เราไปแก้ปัญหาที่เป็นแก่นสารดีกว่าครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ