วินัย ชูอาหารฮาลาล หนุนนวัตกรรม-อินโนเวชัน เสริมเศรษฐกิจไทย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วินัย ดะห์ลัน ชื่นชมแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมอาหารฮาลาลในฐานะนวัตกรรมและจุดแข็งของประเทศ พร้อมเสนอให้เร่งพัฒนาระบบรับรองที่ได้มาตรฐานเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและรองรับโอกาสทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการ ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๔๓ ครับ ขออนุญาตชื่นชมเช่นเดียวกับ ท่านกษิต ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คือผมเห็นว่าเราน่าจะไปถูกทางแล้ว ประเทศไทยเรา จุดเด่นที่สุดก็คือเรื่องของการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอาหาร ไม่ใช่เฉพาะ เรื่องของอาหารที่เราทําอย่างเดียว เรามีเรื่องวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งในที่สุดได้นําเอา ประเทศไทยไปสู่ ๑ ใน ๑๐ ประเทศที่มีอาหารที่เป็นที่ชื่นชมที่สุดในโลก ในกรณีเรื่องของ ไบโออีโคโนมี (Bio Economy) สิ่งหนึ่งที่ท่านกรรมาธิการได้นําเสนอผมเห็นว่ายังมีอยู่ บางเรื่อง อยากจะนําเสนอเพิ่มเติมไปด้วยนะครับ สิ่งที่ท่านพูดถึงเรื่องของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เรื่องของนวัตกรรมต่าง ๆ แล้วก็เรื่องของ สิ่งที่ครบวงจรในเรื่องของอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของการแพทย์ อะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ผมอยากจะมีส่วนเสริมเรื่องหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่บางครั้งบางคราวเราลืม อยู่ที่ปลายจมูกเราแท้ ๆ นะครับ แล้วเราก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกในเรื่องนี้ค่อนข้างสูง นั่นคือเรื่องของผลิตภัณฑ์ฮาลาล เป็นเรื่องอาหารฮาลาล บังเอิญทางกรรมาธิการ ไม่ได้ยกตัวอย่างเรื่องของผลิตภัณฑ์อาหารมาให้ ผมอยากจะได้เรียนให้ทราบนะครับ ส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของอาหารฮาลาลนั้นหลายประเทศยอมรับว่าเรื่องของ อาหารฮาลาลนั้นเป็นเรื่องของอินโนเวชัน (Innovation) หลายท่านอาจจะมีความรู้สึกว่า เป็นเรื่องของศาสนา แต่ว่าจริง ๆ แล้วนอกเหนือจากเรื่องของศาสนาแล้วนั้นเป็นเรื่องของ อินโนเวชัน (Innovation) เป็นเรื่องของการนําสิ่งใหม่ เป็นเรื่องของการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แบคอัป (Back up) เรื่องของการรับรอง ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่หลายคน เข้ามาดูงานกัน สิ่งหนึ่งที่เราพูดกันถึงในเรื่องของฮาลาลแล้วก็กลายเป็นความภาคภูมิใจก็คือ ฮาลาลนั้นเป็นอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) อีกอันหนึ่งครับ หลายประเทศ เวลาเดินทางมาประเทศไทย เมื่อทราบว่ามาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสิ่งหนึ่งที่เขาขอดูเลย ก็คือขอดูศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล ก็อยากจะทราบนะครับว่าเราในฐานะที่เป็นประเทศที่ ไม่ใช่ประเทศมุสลิม แต่ว่ามีศูนย์วิทยาศาสตร์ที่เลื่องชื่อพัฒนาศักยภาพในเรื่องของการรับรอง และเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมทางด้านฮาลาลนั้นอยู่ในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมได้อย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่หลายประเทศเข้ามาดูนะครับ ผมก็อยากจะได้ขออนุญาตนําเสนอประสบการณ์ จากประเทศญี่ปุ่น ครั้งหนึ่งประเทศญี่ปุ่นต้องการที่จะพัฒนาเรื่องศักยภาพของอาหารฮาลาล เนื่องจากว่าในปี ๒๐๒๐ นั้นประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพแข่งขันโอลิมปิก (Olympic) สิ่งหนึ่งที่ทางประเทศญี่ปุ่นต้องการไปด้วยนั้นก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว ดังนั้นประเทศ ญี่ปุ่นตั้งเป้าไว้ภายในปี ๒๐๒๐ ประเทศญี่ปุ่นจะมีนักท่องเที่ยวอย่างน้อยที่สุด ๒๐ ล้านคน แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒๐ ล้านคนคือ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนนั้นจะเป็นมุสลิม สิ่งที่ประเทศญี่ปุ่น ทําพร้อมกันไปด้วยเลยก็คือเรื่องของการพัฒนาศักยภาพการผลิตอาหารฮาลาล ไม่ใช่เฉพาะ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวของเขาอย่างเดียวนะครับ แต่เพื่อการส่งออกด้วย ประเทศญี่ปุ่น เห็นว่าตนเองนั้นขาดดุลอย่างมากในเรื่องของการที่เขามีความขัดแย้งกับประเทศจีน ทําให้นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่ไปประเทศญี่ปุ่นลดลงครับ เขาจําเป็นที่จะต้องหาตลาดใหม่ ในเรื่องของการส่งออกอาหาร และตลาดนั้นจําเป็นที่จะต้องเป็นตลาดที่มีศักยภาพ จะต้อง เป็นตลาดที่มีเรื่องของนวัตกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอาหาร เขามองไปที่ตลาดฮาลาล เขาเชิญผมไปดูงาน ผมนั้นอีกหน้าที่หนึ่งก็คือเป็นประธานสถาบัน มาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่ประเทศญี่ปุ่นได้นําเสนอก็คือ เรื่องนวัตกรรมต่าง ๆ ในเรื่องของกระบวนการผลิตอาหารสมัยใหม่ แต่เป็นอาหารฮาลาลทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เห็นนะครับว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นพัฒนาศักยภาพเรื่องของฮาลาลแล้ว เขาสนใจประเทศของเรา แต่มีอยู่ส่วนหนึ่งที่ทางประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มองประเทศไทยก็คือ เรื่องของการรับรอง ฮาลาลนั้นเป็นเรื่องของศาสนาอิสลามนะครับ การรับรองนั้นจําเป็น ที่จะต้องใช้องค์กรศาสนาเท่านั้นเพื่อสร้างความเชื่อถือ เขามองไปที่ประเทศมาเลเซีย เขามองไปที่ประเทศอินโดนีเซีย แล้วอันนั้นเป็นเหตุผลทําให้ประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นองค์กร ไจก้า (JICA) หรือว่าเจโทร (JETRO) เดินทางไปประเทศมาเลเซีย ไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย อาทิตย์หนึ่ง ไปอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียอีกหลายวัน หลังจากนั้นเขาบอกว่าสิ่งที่เขาต้องการ จะเห็นก็คือกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม ประเทศญี่ปุ่นนั้นทุกอย่างเป็นรูปธรรมหมด เขาอยากจะเห็นแต่เขาไม่เห็นครับ อยากจะเห็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องของ การพัฒนาศักยภาพฮาลาลเขาไม่เห็น คนจากมหาวิทยาลัยมาลายาในประเทศมาเลเซียบอกว่าถ้าคุณอยากจะเห็นสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ไปที่ประเทศไทยครับ อันนั้นก็คือทําให้เขามาที่ประเทศไทยแล้วก็ได้มาเจอเรา เขามาหาเรานั้น ตอนเย็น เขาอยากจะดูโรงงานที่ผลิตอาหารฮาลาลโดยการใช้นวัตกรรม เราส่งไปดูที่ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) เราส่งไปดูที่ซีพี (CP) ในกรุงเทพฯ นี่นะครับ เราส่งไปดู ที่จังหวัดสมุทรปราการ ดูที่บริษัท กิมจั๊วกรุ๊ป จํากัด เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็น ในที่สุดเขาได้เห็นก็คือเรื่องของการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องของการใช้ เรื่องของแล็บ (Lab) เรื่องของการต่อยอดเพื่อที่จะสร้างเรื่องของอินโนเวชัน (Innovation) แนวใหม่ของเขาก็คือเรื่องของฮาลาล ผมเห็นว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นนวัตกรรมที่ท่าน สามารถจะนําไปอ้างไว้ในรายงานของท่านได้นะครับ เพราะว่าประเทศไทยนั้นมีศักยภาพ อย่างเต็มเปี่ยม แล้วหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลางให้ความเชื่อถือสูง วันนี้เรานําเรื่องของฮาลาลนั้นส่งออก แต่ว่าไม่ใช่เพียงเท่านั้น มีเรื่องของการนําเข้า ก็คือเรื่องของการนําเข้านักท่องเที่ยวที่มาจากโลกมุสลิม ผู้ป่วยที่มาใช้บริการในเรื่องของ การแพทย์ฮาลาลในประเทศไทย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านพูดถึงเรื่องของการครบวงจร ในเรื่องของอาหารก็อยากจะให้เอาเรื่องของผลิตภัณฑ์ฮาลาล เรื่องของการท่องเที่ยวฮาลาล การแพทย์ เรื่องของสมุนไพร คอสเมติกส์ (Cosmetics) เรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของฮาลาลเข้าไปผสมผสานด้วย อันนี้เป็นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่ง ก็อยากจะให้พวกเราช่วยกัน จริง ๆ แล้วน่าอาย ประเทศไทยมีความโดดเด่นในเรื่องของ เกษตรกรรม ในเรื่องของอุตสาหกรรมอาหาร แต่พอมาเรื่องของอาหารฮาลาลปรากฎว่า บางครั้งบางคราวเราไม่เชื่อมั่นกันเองครับ นําไปสู่เรื่องของการที่เราเป็นโออีเอ็ม (OEM) รับจ้างผลิต แม้กระทั่งเรื่องของผลิตภัณฑ์ฮาลาล ประเทศไทยนี่นะครับ ปรากฏว่ามีบริษัท จากประเทศมาเลเซียมาจ้างผลิตติดตราฮาลาลของประเทศมาเลเซียส่งขายออกต่างประเทศ เรากลายเป็นโออีเอ็ม (OEM) ทั้ง ๆ ที่เรื่องของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นเราเป็นโอบีเอ็ม (OBM) ครับ เราเป็นออริจินัล แบรนด์ แมนูแฟกเจอเรอร์ (Original Brand Manufacturer) เป็นเจ้าของ แบรนด์ (Brand) เป็นเจ้าของดีไซน์ (Design) เราเป็นเจ้าของเทคโนโลยี เจ้าของวัตถุดิบ เจ้าของแรงงาน เพราะฉะนั้นเราเป็นทุกส่วน เรื่องนี้นั้นเรายังสามารถที่จะเป็นเจ้าของตลาด ได้ด้วยครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของการทําตลาด เรื่องของการสร้างศักยภาพ เรื่องของ การสร้างอิมเมจ (Image) การสร้างแบรนดิง (Branding) ในเรื่องฮาลาลของประเทศไทย ผมก็อยากจะฝากทางคณะกรรมาธิการว่าในเรื่องนี้อยากจะให้ท่านดึงเอาเรื่องศักยภาพของ อาหารฮาลาล ศักยภาพของอุตสาหกรรมฮาลาลไปเป็นส่วนหนึ่งของไบโออีโคโนมี (Bio Economy) ของท่านด้วยนะครับ ผมก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้ ขอบคุณมากครับ