ทวีศักดิ์ เสนอเศรษฐกิจชีวภาพเป็นวาระชาติ หนุน GDP ยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ทวีศักดิ์ กออนันตกูล หารือการประกาศเศรษฐกิจชีวภาพเป็นวาระแห่งชาติ โดยเสนอจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ กำหนดเป้าหมายจีดีพี และปรับปรุงนโยบายและกฎหมายเพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พร้อมเน้นการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ พลังงาน และการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นธรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชีวภาพจากร้อยละ 2 เป็นร้อยละ 10 ของจีดีพี และผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล สมาชิก สปท. หมายเลข ๖๓ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ใคร่ขอนําเสนอ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิธีการขับเคลื่อนครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

ประการแรก จากจุดแข็ง แล้วก็เป้าหมายทางอุตสาหกรรมที่รัฐบาลได้วางไว้เรียบร้อยแล้วเป็น ๕ เก่า บวกกับ ๕ ใหม่ และเนื้อหาของทั้งเก่าและใหม่นั้นเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจชีวภาพค่อนข้างมากนั้น ทางคณะอนุกรรมาธิการผ่านมาทางคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจก็มีความเห็นว่าสิ่งแรกสุด ที่เราควรจะต้องดําเนินการก็คือการประกาศนโยบายให้เศรษฐกิจชีวภาพเป็นวาระแห่งชาติ เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ ที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้นําเสนอไปเมื่อสักครู่แล้ว จากนั้นให้มีคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจชีวภาพ ซึ่งอาจจะต้องอาศัยระดับรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นประธาน รวมทั้ง การตั้งเป้าหมายทางจีดีพี (GDP) ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจชีวภาพ สําหรับการดําเนินการ ในระยะตั้งต้นนั้นสามารถดําเนินการได้ทันทีด้วยกลไกของหน่วยงานปัจจุบันที่มีอยู่ แต่เพิ่มการสั่งการอย่างเป็นเอกภาพจากคณะกรรมการ แล้วก็บรรจุในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ว่าประเทศไทยนั้นสามารถที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่เจริญแล้ว ซึ่งหมายความว่า เราจะต้องมีโกรท (Growth) หรือว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปีละหลายเปอร์เซ็นต์ ต่อเนื่องกันเป็นเวลาสัก ๒๐ ปี จึงจะไปถึงจุดที่รายได้ประชาชนนั้นเฉลี่ยถึง ๑๓,๐๐๐ เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี นอกจากนั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทุกฉบับก็ควรจะตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทยนั้นมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพิ่มจาก ๒ เปอร์เซ็นต์ กลายเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ใน ๒๐ ปี ทั้งนี้จะต้องดูแลเรื่องการกระจายรายได้ ให้กับเกษตรกรและชุมชนให้ทั่วถึงและเกิดความยุติธรรม

สําหรับวาระต่าง ๆ ที่จะใช้ในการขับเคลื่อนก็ประกอบด้วยวาระทางนโยบาย คือการปรับระบบการสนับสนุน และประสานงานระหว่างหน่วยขับเคลื่อนให้เกิด ความร่วมมือรักเอกชน และยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อทําให้เกิดความรู้ การใช้ความรู้ให้กลายเป็นรายได้ทางเศรษฐกิจ ยกระดับ ความสามารถในการแข่งขันของประชาชนบนฐานเกษตรกรรมและทรัพยากรชีวภาพ และที่สําคัญก็คือสร้างความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ และพลังงาน ประเด็นกลไกของรัฐก็คือ การกระจายความรู้ด้าน วทน. ถ่ายทอดการใช้ประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการ ในระดับเกษตรกรชุมชน ธุรกิจชุมชน ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

สําหรับการดําเนินการทางด้านการเตรียมพร้อมทางเทคโนโลยี เราจะต้อง เร่งทําธนาคารชีวพันธุ์ไทยที่ได้มาตรฐาน รวมถึงระบบบัญชีรายการทรัพยากรพันธุกรรมไทย ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นงานในพระราชดําริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เราทํามากว่า ๑๐ ปี ในโครงการที่เรียกว่าโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ฐานข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ที่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เชิงลึกและข้อมูลเชิงเศรษฐกิจที่มี ข้อมูลปัจจุบันนั้น ก็คือการใช้เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) มาดูแล เพื่อจะให้ ระบบเศรษฐกิจไทยนั้นได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจชีวภาพสมัยใหม่ และต่อยอดธุรกิจเดิมตามเป้าหมาย อุตสาหกรรมของรัฐ นอกจากนั้นจะช่วยในการสนับสนุนการวางแผนตัดสินใจในระดับ นโยบาย ซึ่งค่อนข้างสําคัญ เพราะว่าปัจจุบันนั้นเราไม่ได้มีการทําการสนับสนุนแบบโซนนิง (Zoning) ของการเกษตร เพื่อจะรู้ว่าพืชไหนเป็นพืชยุทธศาสตร์ที่จะต้องผลิตปริมาณเท่าไร

ข้อ ๔ มีการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและผลประโยชน์ การนําต่อยอด เชิงพาณิชย์โดยระบบที่รอบคอบ ก็คือประเทศไหนจะใช้อะไรของเราต้องขออนุญาตก่อนใช้ และบอกแหล่งที่มา และแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับชุมชนที่เป็นธรรม

ข้อ ๕ การปรับปรุงนโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เป็นอุปสรรค ที่จะขับเคลื่อนให้เราเป็นผู้นําทางเศรษฐกิจชีวภาพของภูมิภาค ซึ่งมีหัวข้อที่ได้นําเสนอไปบ้างแล้ว ว่ามีหลายประเด็นที่จะต้องดําเนินการ ผมขอโยงไปถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น

ประโยชน์ด้านที่ ๑ แนวนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพนั้นจะสนับสนุนนโยบาย ครัวไทยสู่ครัวโลกและนโยบายอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ซึ่งหมายถึงเป็นอาหาร ซึ่งไม่มีสารปนเปื้อน อาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์นูทราซูติคอล (Nutraceutical) ถ้าหากว่าท่านติดตามข่าวนะครับ บริษัทใหญ่บริษัทหนึ่งกําลังถูกฟ้อง แล้วก็ลงโทษเรื่องแป้งก่อมะเร็ง เราสามารถที่จะใช้ข้าวมาทําเป็นแป้งแล้วก็ทดแทน สารก่อมะเร็งต่าง ๆ ได้ อันนี้ก็เป็นโอกาสหนึ่งของประเทศไทย

ประโยชน์ด้านที่ ๒ คือยกระดับเกษตรกรในการทําเกษตรแผนใหม่ เพราะเราสามารถคิดค้นพันธุ์พืชชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับภูมิอากาศ และความต้องการของตลาด

ประโยชน์ด้านที่ ๓ การยกระดับผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) ซึ่งแปลว่า มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นและขยายตลาดไปสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น

ประโยชน์ด้านที่ ๔ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์เนม (Brand name) ไทยหากว่ามีข้อมูลวิทยาศาสตร์รองรับ มีใบรับรอง มีผลการทดสอบ และมีอัตลักษณ์ทางภูมิปัญญา จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ไทยเป็นจํานวนมาก ไม่ว่าจะเป็น แพทย์แผนไทยหรือสปา (Spa)

ประโยชน์ด้านที่ ๕ คือเกิดอุตสาหกรรมใหม่และธุรกิจแนวใหม่ เพราะมี การต่อยอดการใช้วัตถุดิบ วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ขยะ ทรัพยากรชีวภาพ ตัวอย่างเช่น พลาสติกชีวภาพทางการแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นพลาสติกที่มีมูลค่าสูงสุดและจะต้องปลอดภัย กับมนุษย์ การมีสารสกัดมูลค่าสูงจากพืช การใช้เอนไซม์ (Enzyme) หรือพรีไบโอติก (Prebiotic) จากจุลินทรีย์ ซึ่งเหมาะสําหรับการทําการปศุสัตว์

ประโยชน์ด้านที่ ๖ คือการสร้างความมั่นคงทางพลังงานระดับชุมชน เพราะวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรนั้นก็ยังมีค่าอยู่ เพื่อจะทําเป็นเชื้อเพลิงไบโอแก๊ส (Biogas) หรือไบโอดีเซล (Biodiesel)

ประโยชน์ด้านที่ ๗ ก็คือสนับสนุนนโยบายสุขภาพดีถ้วนหน้าโดยที่เรา ไม่ล่มจม เพราะว่าเราสามารถใช้ยาและเวชภัณฑ์ไทยที่ทุกคนเข้าถึงได้

จากแผนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการขยับให้เราใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจชีวภาพ เพิ่มขึ้นนั้น ประเทศไทยมีสิทธิที่จะยกระดับการใช้เศรษฐกิจชีวภาพเป็นส่วนหนึ่ง ของเศรษฐกิจไทยจาก ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) พุ่งขึ้นไปถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ได้ในช่วง ๒๐ ปีข้างหน้า

ทางคณะกรรมาธิการใคร่ขอเสนอองค์ประกอบของคณะกรรมการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพเป็น ๔ กลุ่ม คือกลุ่มการเมือง ซึ่งมีรายชื่อตามที่ปรากฏอยู่บนจอ มีท่านรองนายกรัฐมนตรีและ ๔ รัฐมนตรี คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนั้นก็จะมีฝ่ายข้าราชการประจําอยู่จํานวนหนึ่ง เป็นผู้ซึ่งสามารถช่วยเอื้อและขับเคลื่อนให้การดําเนินงานเศรษฐกิจชีวภาพเป็นไปอย่าง เป็นเอกภาพ ซึ่งผมขออนุญาตไม่อ่านในรายละเอียดครับ ภาคเอกชนและประชาชนก็ถือว่า เป็นกลไกสําคัญที่จะเดินหน้าในการเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์เข้าสู่วงเศรษฐกิจ ซึ่งอันนี้ รวมถึงผู้แทนสภาเกษตรกร ผู้แทนองค์กรเกษตรกร ๔ คนที่ประชาชนแต่งตั้ง และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายกสมาคมผู้ผลิตน้ําตาล เป็นต้น สําหรับ ฝ่ายเลขานุการ ก็ขอเสนอเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติเป็นหลัก แต่ว่ามีหัวหน้าองค์กรที่ขับเคลื่อนเกี่ยวกับเศรษฐกิจชีวภาพมาก่อนหน้านี้ แล้วให้มาร่วมกันทํางานเป็นคณะผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อขับเคลื่อนให้คณะกรรมการสามารถ ดําเนินไปได้ โดยมี ๔ วัตถุประสงค์ อันแรก เป็นกลไกสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน อันที่ ๒ เป็นผู้กําหนด มาตรการและแนวทางให้ส่วนราชการที่ถือปฏิบัติเพื่อปฏิรูปองค์กรและกระบวนการพัฒนา เศรษฐกิจชีวภาพตลอดทั้งห่วงโซ่ จัดทําพิจารณาแผนงานและโครงการเพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจชีวภาพเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ตรวจสอบ ติดตาม และเสนอแนะวิธีการแก้ไข ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ โดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เมื่อรับผลจากคณะกรรมการขับเคลื่อนมาก็สามารถที่จะดําเนินการได้ สําหรับกําหนดเวลา ในระยะที่ ๑ ก็คือสามารถทําได้ภายใน ๖ เดือน ก็คือการประกาศนโยบายให้เศรษฐกิจ ชีวภาพเป็นวาระแห่งชาติและตั้งคณะกรรมการ โดยที่แผนการทํางานของคณะกรรมการ ทั้งหลายก็เป็นหัวข้อที่ผมได้นําเสนอไปสักครู่แล้ว สําหรับระยะต่อไป ก็คือการปรับระบบ ให้เกิดความร่วมมือรัฐ เอกชน ซึ่งจริง ๆ แล้วการตั้งกรรมการประชารัฐก็ถือว่าเป็นการเดินหน้า ในระดับหนึ่ง อันต่อมา คือการปรับปรุงกลไกการกระจายความรู้ การจัดทําธนาคาร ชีวพันธุ์ไทย การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การปรับปรุงนโยบายกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เป็นอุปสรรค ซึ่งก็มีคิวอยู่หลายหัวข้อที่จะต้องดําเนินการ และการสนับสนุนการลงทุน การวิจัยให้บรรจุลงในยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทุกฉบับ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจใคร่ขอเสนอที่ประชุม โปรดพิจารณาใน ๒ ประเด็นครับ อันแรก ก็คือโปรดพิจารณารับหลักการการขับเคลื่อน ด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ และเสนอรัฐบาลให้ดําเนินการตามวิธีการขับเคลื่อนนี้ต่อไป ขอบคุณครับ