ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ชี้แจงความสำคัญและกระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่อิงหลักวิชาการ การเรียนรู้จากประสบการณ์ต่างประเทศ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยใช้ตำรายุทธศาสตร์ของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์เป็นกรอบอ้างอิง พร้อมเน้นความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และโรดแมปของ คสช. รวมถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้มีกรอบกฎหมายและกลไกติดตามประเมินผลที่ชัดเจน สนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมเรียกร้องความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการสนับสนุนจากรัฐสภาเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ระดับชาติถึงระดับจังหวัด
กราบเรียนประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๔๓ และในฐานะของกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ของรัฐบาล ผมขอชี้แจงการดําเนินงานในการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลเพื่อให้ทุกท่าน ได้เห็นความสําคัญของการที่จะต้องมีพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ ผมขออนุญาตชี้แจง โดยประกอบแผ่นฉายครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญ กับเรื่องยุทธศาสตร์ชาติโดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีเป็นอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่ท่านไป ปาฐกถาในเวทีใด ๆ ท่านก็จะพูดถึงยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แล้วโดยเฉพาะเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ ที่ผ่านมาในเย็นวันศุกร์รายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ท่านจะลงลึกในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีมากขึ้นและคงจะมากขึ้นไปเรื่อย ๆ อันนี้เพื่อทําความเข้าใจให้กับ ประชาชนในประเทศได้รับทราบถึงยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีของรัฐบาลนะครับ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติขึ้นโดยมี ขออนุญาตเอ่ยนามครับ พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยที่ท่านได้มอบนโยบายในการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี อยู่ ๓ ข้อ ข้อแรก ก็คือต้องให้ ถูกหลักวิชาการและความเป็นสากล ข้อที่ ๒ ท่านให้ไปศึกษาประสบการณ์ของต่างประเทศ และข้อที่ ๓ ก็คือท่านให้มีการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งคณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ก็ได้ยึดถือ ๓ ข้อนี้เป็นหลักในการจัดทํา
ประการแรก ถูกหลักวิชาการและความเป็นสากล ตําราว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ มีหลากหลายสถาบัน บางสถาบันก็มีเอกสารของตัวเอง นอกจากจะมีหลายสถาบันแล้ว ก็ยังหลายประเทศอีกแล้วแต่ว่าใครจะจบมาจากไหน แต่ทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายร่วมกันก็คือ การที่จะจัดทําให้ได้มาซึ่งความมุ่งหมายของประเทศหรือว่าเอนด์ส (Ends) อันที่ ๒ ก็คือ ให้ได้แนวทางในการปฏิบัติที่จะไปสู่จุดมุ่งหมายนั้นหรือเราเรียกว่าเวย์ส (Ways) และอันที่ ๓ ก็คือมีนส์ (Means) ก็คือการใช้ทรัพยากรและเครื่องมือในการที่จะให้บรรลุไปถึงจุดมุ่งหมาย ของประเทศ จะเป็นตําราประเทศไหนก็จบด้วย ๓ คํานี้เท่านั้นเอง คณะกรรมาธิการเรา ยึดถือตําราของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการระหว่างประเทศ กองบัญชาการ กองทัพไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทําในเรื่องของยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ทหาร ยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนั้นสถาบันนี้ก็ยังมีหลักสูตรนักยุทธศาสตร์อยู่ในตัว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เรายึดถือก็คือใช้ตําราของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ แล้วก็เป็นเอกสารที่ทางคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินทั้ง สปช. และ สปท. ยึดถือ เป็นแนวทางและเป็นเอกสารอ้างอิงด้วยนะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือท่านให้ศึกษาประสบการณ์ของต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ท่านสั่งการไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในการนี้ คณะกรรมาธิการก็ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศไปรวบรวมยุทธศาสตร์ของประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มาให้คณะกรรมาธิการศึกษา แล้วก็คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินของ สปช. หรือ สปท. ก็ศึกษาเช่นเดียวกัน อย่างเช่นปรากฏ อยู่ในเอกสารที่ท่านได้รับไปอันนี้จะมีตัวอย่างยุทธศาสตร์ของประเทศต่าง ๆ ที่พอใช้เป็น แนวทางนะครับ
ประการที่ ๓ ที่ท่านเน้นย้ําก็คือการมีส่วนร่วมในการจัดทํา สิ่งที่เรายึดถือ อันดับแรก ก็คือต้องนํานโยบาย ๑๑ ข้อของรัฐบาลที่ท่านได้ทําไว้ แล้วก็นําเอาประเด็น ปฏิรูปของ คสช. ๑๑ ด้าน ประเด็นปฏิรูปของ สปช. ๓๗ วาระการปฏิรูป ซึ่งปัจจุบันก็เป็น ๓๗ วาระการปฏิรูปของ สปท. เรา อันนั้นก็จะถูกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนั้น ก็ดูจากผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทําวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคต ประเทศไทยของ สปช. ก็คือของท่านดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทําวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย ต่อจากนั้นเราก็มาดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่จัดทําขึ้นในระยะต่าง ๆ แล้วก็ไปดูแผนของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่ว่าแผนกระทรวงใด ๆ ก็นํามาร่วม อยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ และที่สําคัญก็คือในคณะกรรมการเราจะมีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาชนร่วมเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ อย่างเช่น ท่านประธานกรรมการ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาตินะครับ ตรงนี้ร่วมเป็น คณะกรรมการทั้งนั้น แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่านร่วมเป็นคณะกรรมการจัดทํา ยุทธศาสตร์ชาติ แล้วที่สําคัญก็คือการมีส่วนร่วม ซึ่งขณะนี้ร่างยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ก็ใกล้จะแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป ซึ่งจะไปดําเนินการพร้อม ๆ กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อจะไปด้วยกัน ไปรับฟังความคิดเห็น พร้อม ๆ กันนะครับ
ต่อไปคือกรอบเวลา แผนงานที่ทางรัฐบาลได้กําหนดไว้จะมีอยู่ ๔ เส้น เส้นแรกก็จะเป็นโรดแมป (Road map) ของ คสช. ซึ่งมี ๓ ห้วงเวลา ซึ่งเราทราบกันอยู่แล้ว นับตั้งแต่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมาจนถึง ๔ กันยายน ก็จะเป็นโรดแมป (Road map) ระยะที่ ๑ ขณะนี้เราอยู่ในโรดแมป (Road map) ระยะที่ ๒ ของ คสช. จะไปสิ้นสุด ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐ หลังจากนั้นก็จะมีรัฐบาลเลือกตั้งเข้ามา อันนี้เป็นโรดแมป (Road map) ของ คสช. ในเส้นที่ ๒ ก็จะเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เริ่มตั้งแต่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ ในแผน ๒๐ ปีนั้นจะเริ่มปี ๒๕๖๐-๒๕๗๙ แต่จะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ คือปีงบประมาณ เมื่อทําไปพอมีรัฐบาลใหม่แล้ว รัฐบาลใหม่ก็สามารถที่จะมาปรับแก้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ได้ตามโรดแมป (Road map) ที่วางไว้ เส้นที่ ๓ ก็จะเป็นเส้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ซึ่งจะเริ่มในปี ๒๕๖๐ เช่นกัน เป็นแผนระยะ ๕ ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะเป็นแผนที่รองรับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยเป็นแผน ๕ ปี ช่วงระยะเวลา ๕ ปี ๕ ปี ๕ ปีแรกก็คือปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ อันนี้จะเป็น การทําที่รองรับกัน จะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ เช่นกันนะครับ ต่อไปเส้นที่ ๔ ก็จะเป็น แผนอื่น ๆ ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชาติ จะมีเฉพาะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรองรับ เท่านั้น ยังมีแผนอื่น ๆ ของหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐบาลทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ทางนายกรัฐมนตรี ท่านได้สั่งการให้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานทําแผน ๒๐ ปี รองรับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ของรัฐบาลไว้ทั้งหมดแล้ว อันนี้ทุกกระทรวงกําลังทําอยู่ แผนนั้นมีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น แผนความมั่นคงของ สมช. แผนพัฒนาน้ํา แผนอะไรต่ออะไร จะรองรับยุทธศาสตร์ชาติไว้ทั้งหมด อันนี้รัฐบาลได้ดําเนินการไปแล้วนะครับ
ต่อไปครับ กลไกขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนา ที่สําคัญก็คือเรื่องกฎหมาย อันดับแรกต้องมีรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะเป็นฉบับแรกที่มีคําว่า ยุทธศาสตร์ชาติ บรรจุอยู่ถึง ๔ มาตรา ในมาตรา ๖๑ มาตรา ๑๓๗ มาตรา ๑๕๗ และมาตรา ๒๖๓ ซึ่งอันนี้เราได้มีการอภิปรายไปแล้วว่าจะขอแก้ไขอะไรต่าง ๆ ท่านทราบอยู่แล้วนะครับ ถ้ารัฐธรรมนูญมีแล้ว ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีจัดทําแล้ว แล้วก็มีการแก้ไขได้ ไม่ใช่ว่าจะต้อง ยึดของรัฐบาลไปตลอด สามารถไปปรับปรุงแก้ไขได้ ก็ขาดอยู่เพียงพระราชบัญญัติว่าด้วย ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะเป็นกลไกในการดําเนินการให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินไปได้ มีรัฐธรรมนูญ มียุทธศาสตร์ ไม่มี พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติก็เดินไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเป็นความจําเป็นที่เรา ต้องมาพิจารณากันในวันนี้ เพื่อให้มี พ.ร.บ. ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ เห็นว่าในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีจะสอดคล้อง จะเป็นแผนข้างบน แนวทาง กรอบแนวทาง ๒๐ ปี หลังจากนั้นแต่ละ กระทรวงก็จะมาทําแผนต่าง ๆ รองรับ จะไล่ไปจนถึงแผนจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งทั้งหมดนี้ จะสอดคล้องกันไปทั้งหมดก็จะเห็นความเชื่อมโยงของมัน หรือว่าแผนที่เป็นแผนเฉพาะกิจ แผนเฉพาะทางต่าง ๆ ก็จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งหมด ทีนี้ปัจจัยความสําเร็จของยุทธศาสตร์ชาติจะเกิดขึ้นได้นะครับ
อันดับแรก ก็คือเรื่องคอนเทนต์ (Content) หรือว่าสาระของยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะต้องครอบคลุมประเด็นการพัฒนา เป้าหมาย และภาพอนาคตชัดเจน ยอมรับร่วมกัน มีตัวชี้วัดผลสําเร็จ แต่ว่าเราไม่สามารถจะบรรจุทุกเรื่องราวในประเทศนี้ใส่ลงไปใน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีได้ บางอย่างเป็นเรื่องรายละเอียดที่ต้องออกเป็นแผนรองรับไป เพราะฉะนั้นกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีเป็นกรอบกว้าง ๆ นะครับ อันนี้เป็นไปตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการ ท่านบอกว่าไม่ต้องทําในรายละเอียด ให้เป็นกรอบกว้าง ๆ แผนรายละเอียดจะไปอยู่ในแผนของ สศช. แผนของ สปท. ลงไปที่นั่นนะครับ
อันดับที่ ๒ ก็คือกลไกสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องทุกระดับ ผมจะฉายภาพให้ดูว่าตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติลงไปถึงจังหวัดสอดคล้องกันอย่างไร มีแผน มีกรอบต่าง ๆ นะครับ
อันดับที่ ๓ ก็คือระบบและกฎหมาย ต้องมีกฎหมายรองรับ และมีระบบ การติดตามและประเมินผล อันนี้คือในส่วนของร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาตินั่นเอง ซึ่งจําเป็นต้องมี ถ้าไม่มีแล้วกลไกต่าง ๆ ก็เดินไม่ได้นะครับ
อันดับที่ ๔ ก็คือการยอมรับของสังคม สาธารณชน การมีส่วนร่วม และความเป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งอันนี้นายกรัฐมนตรีท่านให้ความสําคัญมาก ตัวท่านเอง ก็พยายามชี้แจงพูดในรายการคืนความสุขให้คนในชาติทุกสัปดาห์ ในการประชุมรัฐมนตรี อะไรต่ออะไรต่าง ๆ ท่านก็จะพูดเรื่องยุทธศาสตร์ชาติอยู่เสมอแล้วท่านก็สั่งการ ได้มอบหมาย ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นําเอา พวกนี้ไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน คือรับฟังไปแล้ว รวบรวมไปแล้วก็จะมาปรับแก้ ตัวยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็นําเสนอ ครม. อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะประกาศใช้ ถึงแม้ยังไม่ประกาศ แต่ขณะนี้ก็ได้ดําเนินการไปแล้วนะครับ
สุดท้ายครับ ผมขอนําคํากล่าวของท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ท่านกล่าวไว้ว่า ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์ไร้ที่ติ แต่ความตั้งใจ และเจตนาที่ดีที่จะกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปครั้งนี้ก็เพื่อสร้างอนาคตที่ดี ให้กับลูกหลานไทยและประเทศไทย ยุทธศาสตร์ชาติเป็นของคนไทยทุกคน ผมก็หวังว่า สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคงจะได้ให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ ในครั้งนี้ แล้วก็รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลด้วย ขอขอบคุณครับ