ยงยุทธ สาระสมบัติ ชื่นชมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการประชุม พร้อมย้ำความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะข้อเสนอเกี่ยวกับกฎหมาย ซึ่งจะนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง และเน้นบทบาทของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในการตรวจสอบและเสนอแนะอย่างสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดทิศทางประเทศ
กราบขอบคุณครับ ท่านประธาน ขอบคุณอย่างยิ่งนะครับท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน การที่มีผู้อภิปรายมากหลาย ผมว่าเป็นความสําเร็จของคณะกรรมาธิการส่วนหนึ่งก็คือว่าการมีส่วนร่วม ความจริงแล้ว การมีส่วนร่วมนี่เราตั้งใจให้มีส่วนร่วมอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๗ เราเขียนไว้ว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนและรับฟังอย่างทั่วถึง การที่หนังสือพิมพ์ลงข่าวผมก็ถือว่าเป็น ส่วนร่วมส่วนหนึ่งนะครับ ข้อวิจารณ์ ข้อความเห็นทั้งหลายจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่เรา จะรับมาพิจารณา ผมขอตอบสั้น ๆ นิดเดียวนะครับ เพราะว่าวันนี้ผมให้เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ เป็นผู้แทนของเลขาธิการกฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎีกามารับฟังอยู่ด้วย ฉะนั้นความเห็นทุกความเห็นของท่านโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเราจะรับไป ดําเนินการและจะพิจารณาอย่างจริงจัง ท่านที่รู้จักผมโดยส่วนตัวก็คงจะทราบนิสัยผมดีว่า ถ้าผมรับที่ทําอะไรแล้วจะทําอย่างจริงจังแล้วจะพิจารณาอย่างเต็มที่ไม่ใช่รับปากมาเท่านั้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่มีการพูดถึงว่ารอรัฐธรรมนูญหรือเป็นกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ความจริงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงว่ากฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็อยากจะภาวนาให้ผ่าน แต่ตอนนี้ที่เราทําไปกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ให้ความกรุณาสนใจถึงเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติเรื่องนี้ต้องให้เครดิต (Credit) กับ สปช. ที่ว่า สปช. ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ แล้วต้องให้เครดิต (Credit) กับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างยิ่งด้วยนะครับ ๓ วันหลังจากนั้นท่านก็พูดในรายการคืนความสุข ให้คนในชาติว่าเป็นนโยบายของ คสช. แล้วก็ ครม. ที่จะให้มียุทธศาสตร์ชาติ แล้ววันที่ ๓๐ มิถุนายน คือหลังจาก ๗ วันที่ สปช. ผ่านร่างนี้ไปก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมา ทําร่างสารัตถะหรือเนื้อหาของยุทธศาสตร์ ทีนี้เป็นอย่างไร เราทํางานควบคู่กันไป ผมกราบเรียนอย่างนั้นนะครับ ระหว่างที่ทางรัฐบาลร่างยุทธศาสตร์ชาติไปเราก็ทํากฎหมาย ไปรองรับ อย่างที่ผมกราบเรียนไปเบื้องต้นว่าถ้าร่างยุทธศาสตร์ชาติทําโดยคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีกฎหมายรองรับรัฐบาลต่อไปมาเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ ฉะนั้นก็ต้องมีกฎหมายมารองรับ ที่พูดถึงกฎหมายรองรับก็โยงไปถึงร่างรัฐธรรมนูญที่กรุณาพูดอยู่ ๓-๔ มาตรา ที่มีท่าน อภิปรายบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญที่พูดเอาไว้ในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติไม่มีใครอภิปราย ก็เป็นส่วนดี แต่บังเอิญร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีรายละเอียด ต้องขอประทานอนุญาต มีอยู่ในมาตรา ๖๑ มีอยู่ในมาตรา ๑๕๗ มีอยู่ในมาตรา ๑๕๙ มีอยู่ในมาตรา ๑๓๗ และมีอยู่ในมาตรา ๒๖๓ ท่านกรุณาไปดูถึงความเชื่อมโยงในรายละเอียดตรงนั้น แต่ของเรา มี ๖๑ มาตราแล้วลงลึกทางโน้นเป็นวรรคสั้น ๆ และด้วยความเคารพในร่างรัฐธรรมนูญ พูดถึงด้วยว่าจะต้องมีกฎหมายมาแต่ไม่เป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นเป็นเรื่องที่ขออนุญาต กราบเรียนเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ผมน้อมรับข้อแนะนํา ข้ออภิปรายของท่านเพื่อรับไป ดําเนินการในคณะกรรมาธิการ กระผมจะไม่ชี้แจงในรายละเอียดแต่มีประเด็นที่น่าจะต้อง กล่าวถึงเพราะไม่อย่างนั้นสาธารณชนจะเข้าใจผิด ประเด็นที่ ๑ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ไม่มีอํานาจลงโทษโดยตรงเป็นเหมือนเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) เท่านั้นว่าท่านทําไม่ถูกต้อง แล้วก็ส่งไปตามกระบวนการที่มีอยู่ตามกฎหมาย ถ้าสมมุติเสียหายนิดหน่อยเราก็ยังไม่ได้ว่า เสียหายร้ายแรง เราส่งไปตามกระบวนการ ถ้าเป็นนักการเมืองก็ไปว่าตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นข้าราชการก็ไปดําเนินการทางวินัย ถ้าทุจริตก็ไป ป.ป.ช. นี่เป็น มาตรการปกติเราเป็นเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) เราไม่ใช่เป็นผู้ที่จะไปผ่าตัดเองนะครับ กราบเรียนตรงนี้ และผมเรียนเพิ่มเติมด้วยว่าจริง ๆ ก็ไม่อยากพูดถึงหรอกครับ มีอดีตนักการเมืองคนหนึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีพูดเลยก็ได้ว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูดว่าถ้ามียุทธศาสตร์ชาติหรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในระหว่างที่มีการจํานําข้าว ประเทศเราจะไม่เสียหายถึง ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างมากก็ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะจะมีเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) เข้าไปบอกเสียก่อนว่า เกิดปัญหาแล้ว นี่คือตัวอย่างที่ว่าเราทําไมจะต้องทําหน้าที่เป็นเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) ด้วย ขออนุญาตกราบเรียนเพื่อความเข้าใจนะครับว่าถ้าเราไปเอกซเรย์ (X-ray) คนอื่น แล้วคนอื่น เอกซเรย์ (X-ray) เราได้ไหม ได้ครับ เขียนไว้ในมาตรา ๕๔ วรรคสอง โดยจะต้องถูกตรวจสอบ โดย สตง. และต้องทํารายงานเสนอผลการตรวจสอบต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี ฉะนั้น เมื่อเราจะไปเอกซเรย์ (X-ray) คนอื่นเราก็ต้องพร้อมจะให้คนอื่นมาเอกซเรย์ (X-ray) กราบเรียนเพิ่มเติมว่า หลายท่านให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน เราเห็นตรงกันนะครับ ผมเคย ออกทีวี (TV) ทีวี (TV) ถามผมว่าแล้วประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร ผมพูดถึงตั้งแต่แรกว่า การกําหนดอนาคตของประเทศที่ผ่านมาประชาชนมีส่วนร่วมน้อย ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมาแล้วประชาชนจะมีส่วนในการกําหนดอนาคตของประเทศมากขึ้น ยืนยันครับ เห็นความสําคัญของการมีส่วนร่วม เราจึงเขียนไว้ในมาตรา ๗ มาตรา ๗ นี่ก็ล้อกับ ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วกราบเรียนเพิ่มเติมด้วยว่าร่างกฎหมายของเรา เราก็ต้องคอยชําเลือง ร่างรัฐธรรมนูญเหมือนกันว่าร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไร แล้วเราก็จะต้องสอดคล้องกับ ร่างรัฐธรรมนูญ ท่านทั้งหลายทราบอยู่แล้วเราไปขัดร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ก็ตกม้าตายเปล่า ๆ อันนี้เป็นเรื่องที่เราตระหนักดี เราต้องทําตามอยู่แล้ว เพื่อความสบายใจนะครับ ผมยืนยันว่าเราจะต้องสร้างกระบวนการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น จัดให้มี การสนับสนุนกระบวนการกําหนดนโยบายที่เป็นระบบ และเน้นการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งในระดับชาติ ระดับพื้นที่ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง นี่คือกระบวนการทํา เนื่องจากว่าผมใช้เวลาของท่านประธานมาพอสมควรแล้ว แล้วใช้เวลาของท่านสมาชิก มาอย่างมากนะครับ กระผมจะไม่ลงรายละเอียด กระผมจะขออนุญาตขอบพระคุณ ท่านทั้งหลายอีกครั้งหนึ่งนะครับ คืนนี้ผมนอนหลับ ท่านจะตัดสินอย่างไรเป็นดุลยพินิจ ของท่าน กราบเรียนตรง ๆ ว่าผมกังวลกับเรื่องนี้อยู่พอสมควร แต่อย่างไรก็ตามผมน้อมรับ คําตัดสินของท่าน แต่คืนนี้ผมนอนหลับแล้ว เพราะผมได้ทําหน้าที่ของผมแล้ว แล้วท่าน จะอนุญาตไหม ผมคารวะท่านแล้วก็สมาชิกสัก ๑ จอก ผมขอคารวะท่าน ๑ จอกนะครับ ท่านทั้งหลายด้วยที่ได้กรุณาให้ข้อชี้แนะจริง ๆ ครับ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ