อลงกรณ์ แจงขั้นตอนทบทวนร่างยุทธศาสตร์ชาติ ย้ำสิทธิ์สมาชิก-ความต่อเนื่องการทำงาน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงแนวปฏิบัติหลังการลงมติของสภาเกี่ยวกับการทบทวนความเห็นโดยกรรมาธิการและการส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีภายในเวลาที่กำหนด พร้อมย้ำสิทธิ์ของสมาชิกในการยื่นขอแก้ไขภายใน 3 วัน และชี้แจงความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นความต่อเนื่องของงานจากคณะกรรมการต่าง ๆ และการมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมเพื่ออนาคตของประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตเรียนท่านวิทยานะครับ เรามีแนวปฏิบัติโดยที่กําหนดไว้ว่าหลังจาก ที่ทางสภามีมติเห็นชอบแล้วทางคณะกรรมาธิการก็นําความคิดเห็นของสมาชิกไปพิจารณา ทบทวนและนําส่งให้ท่านประธานก่อนส่งไปยังคณะรัฐมนตรีภายใน ๗ วัน โดยที่ภายใน ๓ วัน หลังการลงมติสมาชิกสามารถที่จะยื่นเอกสารคําขอให้มีการแก้ไขได้ อันนี้ก็ถือปฏิบัติ ก็สอดคล้องกับข้อแนะนําของท่าน

ส่วนเรื่องของการจะให้กลับไปเพื่อจะย้อนกลับมาอีกนั้น เนื่องจากว่า ทางคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้มีมติเป็นแนวทางไว้แล้วว่า เมื่อมีความเห็นชอบแล้วและดําเนินการภายใน ๗ วัน ก็ส่งท่านประธานเพื่อส่งให้ ท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการต่อไป ในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนที่ทางวิป (Whip) ได้มีความเห็นเช่นนั้น ขณะเดียวกันผมเรียนเพิ่มเติมนะครับ เรื่องของร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. .... นั้น เริ่มปรากฏตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๘ โดยที่มีการนําเข้าสู่ การพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากนั้นก็มีการนําไปปรับปรุง ทบทวน แล้วก็ส่งมา ขอความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่งเป็นรอบสุดท้ายวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ ขณะเดียวกัน ในส่วนของทางท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความเห็นสอดคล้องต้องกัน ก็ได้ดําเนินการในการจัดตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาจัดทําตัวกรอบ ไม่ใช่ตัวรายละเอียด เป็นกรอบวิสัยทัศน์ เป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติโดยที่เผอิญว่า ทางสมาชิก สปท. ท่านหนึ่งคือ พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ก็อยู่ในคณะกรรมการชุดดังกล่าวด้วย ได้มีการประสานการทํางานเมื่อมี สปท. เกิดขึ้น และมีคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ท่าน พันตํารวจตรี ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ยงยุทธ สาระสมบัติ ท่านก็ทําอย่างต่อเนื่อง แล้วระหว่างวันที่ ๒๑-๒๓ ธันวาคม ทาง สปท. ก็ได้พิจารณาวาระปฏิรูป ทั้งวาระปฏิรูปของคณะกรรมการชุดดังกล่าว แล้วก็วาระปฏิรูปเร็ว ๓ วาระ เรื่องนี้เป็นวาระ ปฏิรูปเร็วที่เรียกว่าควิกวิน (Quick win) ๑ ใน ๓ เรื่อง ก็คือ ๑. เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ๒. เรื่องปฏิรูปองค์การมหาชน ๓. เรื่องการปฏิรูประบบผังเมืองและการใช้พื้นที่ ซึ่งตรงนี้ เป็นแนวทางตรงกับทางคณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีก็ทํางานร่วมกัน ขณะเดียวกัน เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการ ๖ คณะขึ้นมา โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม เป็นรองประธาน แล้วก็มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านยงยุทธก็ได้รับการแต่งตั้ง เข้าไปทํางานในโครงสร้างดังกล่าวด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่องของยุทธศาสตร์ก็ดําเนินการ อย่างต่อเนื่องโดยถือว่าเป็นทีมเวิร์ก (Teamwork) ของแม่น้ําทั้ง ๕ สาย ในส่วนกระบวนการ ของเราเอง ก็อย่างที่ผมได้เรียนนะครับ ก็ได้ผ่านกระบวนการของการเห็นชอบในหลักการ ตั้งแต่เดือนธันวาคม คราวนี้ในส่วนของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะก็ไปพัฒนาจนกระทั่ง นํากลับมา แต่ก่อนจะเข้ามาบรรจุระเบียบวาระก็ต้องเข้าไปที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยประธานทุกคณะโดยมี ท่านประธาน สปท. เป็นประธาน เพราะฉะนั้นก็ได้เห็นชอบให้บรรจุแล้วก็นํามาสู่ การพิจารณาในวันนี้ ก็ผ่านกระบวนการมายาวนานพอสมควร ขณะเดียวกันเรื่องวิสัยทัศน์ เป้าหมายนั้นท่านจะเห็นว่ามีความสําคัญมาก ในกล่องกระดาษลังใหญ่วันรายงานตัว ที่ท่านได้รับไปนั้น ตรงนั้นจะมีเล่มหนึ่งก็คือวิสัยทัศน์ออกแบบอนาคตประเทศไทย ที่ท่านประธานยงยุทธและคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้ชี้แจงตั้งแต่เบื้องต้นว่าจัดทําโดยคณะกรรมาธิการซึ่งมีดอกเตอร์สุวิทย์ เมษินทรีย์ ขณะนั้น เป็น สปช. เราได้จัดวิชันเวิร์กชอป (Vision workshop) ก็คือการประชุมเชิงปฏิบัติการ ถึง ๒ ครั้งเพื่อพูดถึงอนาคตประเทศไทยเป็นการเฉพาะว่าเราควรจะมีที่ยืนในสังคมโลก ในระยะยาวอย่างไร ปัญหาอยู่ที่ไหน แล้วก็ภูมิรัฐศาสตร์ต่าง ๆ ภูมิเศรษฐศาสตร์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงในภูมิภาคนี้ก็ดี แล้วก็ในโลกนี้ ในทุกมิติครับ ก็สัมมนากันชุดใหญ่เลย ของ สปช. ขณะนั้น ๒๕๐ คน ถึง ๒ ครั้งด้วยกันนะครับ ก็พยายามกลั่นพยายามกรอง จนกระทั่งนํามาซึ่งรายงานวิสัยทัศน์ออกแบบอนาคตประเทศไทย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ก็นํามาเป็นตัวกรอบ จากนั้นก็นําอีกหลายรายงาน โดยเฉพาะท่าน พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ ท่านเป็นอดีตผู้อํานวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือว่า วปอ. ก็มีรายงานโดยศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ที่ทํามาอย่างยาวนานก็เป็นองค์ประกอบหนึ่ง รวมทั้ง ข้อมูลของสภาพัฒน์ รวมทั้งข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ แม้แต่หนังสือของจอร์จ ไฟรด์แมน เรื่อง ๑๐๐ ปีข้างหน้าสําหรับศตวรรษที่ ๒๑ ผมคิดว่าขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ผมเข้าใจดี ว่ากระบวนการในเรื่องของการยึดโยงประชาชน กระบวนการของการจัดทํา เราพยายาม ที่จะให้ยึดโยงมากที่สุดตามเจตนาที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย แต่ขณะเดียวกันยุคเปลี่ยนผ่าน จําเป็นที่เราจะต้องตั้งลํา ตั้งหลักใหม่นะครับ ส่วนข้อเสนอเรื่ององค์กร ไม่องค์กรนะครับ ได้ยินแล้วว่าคงจะได้มีการให้ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณานะครับ เพราะฉะนั้น ก็เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานเรื่อง การจัดทํา การกําหนด และการขับเคลื่อน กฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. .... แล้วนะครับ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุมผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ