วิทยา สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ ชี้ขาดต่อเนื่อง-ต้องบูรณาการ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วิทยา แก้วภราดัย สนับสนุนการมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศ แต่เสนอให้เขียนแนวนโยบายดังกล่าวลงในรัฐธรรมนูญแทนการตั้งกฎหมายใหม่ เพื่อให้มีความผูกพันกับประชาชนผ่านกระบวนการลงประชามติและลดข้อกังวลเรื่องการขาดการมีส่วนร่วม

นายวิทยา แก้วภราดัย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมคงมีประเด็นไม่ยาว สั้น ๆ ครับ ผมเห็นด้วย กับการที่จะมีแผนยุทธศาสตร์ชาติด้วยเหตุผลความจําเป็นที่คณะกรรมาธิการได้เสนอมาก็คือ ประเทศเราขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาเนื่องจากขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลแต่ละสมัย แม้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง แผนพัฒนากระทรวงต่าง ๆ เป็นแบบเอกเทศขาดการบูรณาการ การจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานรัฐเป็นแบบแยกส่วน และเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลแต่ละสมัย การกําหนดอนาคตชาติภาครัฐเป็นผู้กําหนด ทิศทางเป็นส่วนใหญ่ ประเทศไทยไม่เคยมียุทธศาสตร์ชาติ และประเทศที่เขาเจอกันแล้วเขามี ยุทธศาสตร์ชาติ ผมได้ยินคําว่า ยุทธศาสตร์ชาติ เกิดในยุคนี้ละครับ แล้วก็เป็นที่น่ายินดีครับ ที่ สปช. ก็เคยพูดถึงยุทธศาสตร์ชาติ นายกรัฐมนตรีพูดถึงยุทธศาสตร์ชาติ และท่านพูดถึง การตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เตรียมการสร้างยุทธศาสตร์ชาติ ทุกครั้งที่มีการพูดถึง ยุทธศาสตร์ชาติจนมากําหนดในร่างรัฐธรรมนูญฉบับของอาจารย์มีชัยไม่เคยมีใคร วิพากษ์วิจารณ์ครับ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ผมเข้าใจว่าทุกคนเห็นด้วย ปัญหาว่าทําไมตั้งแต่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทํา การกําหนด และขับเคลื่อน กฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ และยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาจึงถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาก จนพูดถึงเป็นอํานาจที่ ๔ อํานาจที่ ๕ ของอธิปไตย ผมก็พยายามติดตามทําความเข้าใจ มีเหตุผลครับ การทําร่างอันนี้ของคณะกรรมาธิการชุดนี้หลังจากทําเสร็จกระบวนการก็น่าจะ เป็นอย่างนี้ครับ ท่านทําเสร็จแล้วท่านก็เสนอรัฐบาลหรือเสนอไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ถ้าทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นด้วยร่างพระราชบัญญัตินี้ก็จะถูกนําไปสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติและยกร่าง เป็นกฎหมาย เมื่อยกร่างเป็นกฎหมายแล้วเสร็จคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติชุดแรกก็จะ เกิดตามกฎหมายฉบับนี้ คนสงสัยครับว่าคณะกรรมการชุดแรกจะไปเขียนยุทธศาสตร์ชาติ อย่างไร คณะกรรมการที่มาชุดแรกมีการยึดโยงกับประชาชนอย่างไรในเมื่อทั้ง สปท. สนช. ทั้งหมดไม่ได้ยึดโยงประชาชน ผมไม่ได้พูดแบบนักประชาธิปไตยจ๋าครับ แต่ผมเข้าใจความรู้สึก ฝ่ายที่ค้านว่าเราไปกําหนดยุทธศาสตร์ชาติโดยไม่ยึดโยงประชาชนเลยและประกาศบังคับใช้ กับรัฐบาลที่จะมีต่อไปข้างหน้า แต่ผมยังยืนยันครับ เห็นด้วยกับการมียุทธศาสตร์ชาติ และผม สะท้อนในฐานะประชาชนว่าประชาชนเขาฟังรัฐบาลแถลงครับ แล้วก็เชื่อมั่นที่นายกรัฐมนตรี พูดว่าจําเป็นต้องมียุทธศาสตร์ มีเสียงแต่เห็นด้วยครับ ไม่มีเสียงคัดค้านเพราะเขาเชื่อมั่นในตัว นายกรัฐมนตรี และเมื่อนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติก็ไม่มีเสียง ติติงครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายคนที่อยู่ในนี้หลายคนบอกว่านายกรัฐมนตรีเขาทํา ไปไกลแล้วครับ ทําไปถึงขั้นว่ายุทธศาสตร์ชาติน่าจะเสร็จแล้วด้วย ผมก็มีเหตุผลรองรับตั้งแต่ เบื้องต้นว่าพวกผมเห็นด้วยอยากเห็นยุทธศาสตร์ชาติจริง ๆ คราวนี้เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ทําไปแล้วถามว่าเราจะมียุทธศาสตร์ชาติประเทศนี้ได้อย่างไรโดยประชาชนมีส่วนร่วมด้วย โดยไม่ต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติอย่างนี้ ผมเสนอช่องทางท่านประธานครับ ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันท่านอาจารย์มีชัยท่านอธิบายความไว้ว่าในส่วนที่เป็นหน้าที่ของรัฐก็ดี แนวนโยบาย ของรัฐก็ดี ทั้ง ๒ ส่วนนี้รัฐไหนขึ้นมาเป็นแล้วไม่ปฏิบัติถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผิดประมวลกฎหมายอาญา ในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีท่านเตรียมการของท่านเกือบเสร็จแล้ว ท่านรู้แล้วว่าทิศทางในการกําหนดนโยบายชาติเป็นอย่างไรแล้ว รอสักนิดได้ไหมครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกท่านอาจารย์มีชัยเอาแนวนโยบายแห่งชาติ แนวนโยบายที่ ท่านนายกรัฐมนตรีคิดได้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการขึ้นทําและคนให้ความเชื่อถือ ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์เลยให้ท่านเขียนออกมาส่งให้อาจารย์มีชัยและกําหนดให้เป็นหน้าที่ ของรัฐและแนวนโยบายของรัฐในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย เขียนไปเลยครับ เราได้ ยุทธศาสตร์ชาติมาแล้วจากรัฐบาลที่ปฏิวัตินี้ละกําลังจะกําหนดยุทธศาสตร์ชาติให้คนทั้งชาติ ได้เห็นแล้วก็ร่างไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขียนไว้ในแนวนโยบายแห่งรัฐ เขียนไว้ในหน้าที่ของรัฐ เขียนเสร็จแล้วใครจะมาวิพากษ์วิจารณ์เชิญครับ เพราะตั้งแต่ผมฟังคําว่า แนวนโยบายแห่งชาติ ไม่มีใครค้าน และถ้าเขาร่วมกันเห็นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมคิดว่าปล่อยให้วิพากษ์วิจารณ์ ท่านอาจารย์มีชัยมีระยะเวลาในการปรับปรุง ตกแต่งถ้อยคํา และสามารถเขียนแนวนโยบายแห่งชาติ ลงไปในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ บังคับรัฐทุกรัฐในวันข้างหน้า แล้วก็มีส่วนเชื่อมกับประชาชน เพราะประชาชนเขาจะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าเขาลงมติรับแล้ว เป็นแนวนโยบายแห่งชาติที่กําหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญและร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยากมาก อยู่ยงคงยาวกว่าร่างพระราชบัญญัติที่เราจะเสนอด้วยซ้ําไป แล้วถ้าเดินไปอย่างนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาคประชาชนมีส่วนร่วมแล้ว และอย่างนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการสร้างอํานาจข้าราชการขึ้นมา อีกองค์กรหนึ่ง เรามีสภากลาโหม เรามีสภาพัฒน์ เรามีสภาพัฒนาสังคม เรามี ๓ สภาหลัก ในการดูแลทั้ง ๓ ด้าน ยึดโยงโดยร่างรัฐธรรมนูญสิครับว่าแนวนโยบายแห่งรัฐหรือหน้าที่ของรัฐ ข้อไหนที่มีปัญหาให้ทั้ง ๓ สภามีส่วนร่วมกันในการที่จะกําหนดเปลี่ยนแปลงแก้ไขอํานาจรัฐ หรือแนวนโยบายแห่งรัฐ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่าเราไม่จําเป็นต้องยกร่างแล้วร่างก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก ผมไม่ได้ เชียร์ (Cheer) นะครับ แต่สะท้อนเสียงประชาชนเขายังให้ความเชื่อมั่นกับรัฐบาลชุดนี้ และให้ความเชื่อมั่นกับนายกรัฐมนตรี เพราะแนวคิดนายกรัฐมนตรีเรื่องแนวนโยบายแห่งชาติ เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ปฏิเสธ อยู่ที่ว่าวันนี้แนวนโยบายแห่งชาติของท่านนายกรัฐมนตรี เป็นอย่างไร ได้มาแล้วใส่ไว้ในแนวนโยบายแห่งรัฐเลย แล้วประชาชนก็ร่วมลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญทุกอย่างจบ เราไม่ต้องไปแย่งไปไล่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเดินหน้าแล้ว อย่างดีก็ สปท. เราช่วยหนุนหลังท่าน ท่านคิดในสิ่งที่ถูก ผมไม่ตําหนิคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการพยายามเสริมรัฐ แต่ผมคิดว่าเป็นการสร้างเรื่องที่มองไม่เห็นและประชาชน วิพากษ์วิจารณ์เราเสียหายเปล่า ๆ ท่านตั้งใจดีในการเสริมนโยบายรัฐบาล แต่พอถึงเวลา เสริมนโยบายรัฐบาลท่านไปสร้างองค์กรให้รัฐบาล เพื่อรัฐบาล ส่งเรื่องที่รัฐบาลคิดไปใส่ ในองค์กรที่ท่านสร้าง และองค์กรที่ท่านสร้างเขาไม่คิดว่ายึดโยงกับประชาชน เพราะฉะนั้น ของท่านนายกรัฐมนตรีเขียนให้เสร็จพาไปใส่ในร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็ให้ วิพากษ์วิจารณ์ ใครไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะแนวนโยบายแห่งชาติให้มันรู้ไป เพราะมีหลายเรื่องที่จะไม่รับ แต่ผมเชื่อมั่นว่าถ้าถูกกําหนดอย่างนั้นจะปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวนโยบายแห่งชาติที่เรากําหนดนั้นรับรองโดยประชาชนที่จะเดินไป ๒๐ ปีข้างหน้า ได้อย่างมั่นคง ผมขออนุญาตที่จะเห็นด้วยกับความคิดในการตั้งยุทธศาสตร์ชาติ แต่ผมไม่เห็นด้วย ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรามีทางออก และเป็นทางออกที่สามารถคู่กับ กระบวนการประชาธิปไตยยึดโยงได้ และทางออกนี้ประชาชนไม่เคยคัดค้าน ยุทธศาสตร์ชาติ ไม่เคยได้รับเสียงคัดค้าน เพียงแต่ว่าพอเรายกร่าง พ.ร.บ. เสียงค้านกลับตามมา มีปัญหา อย่างที่ผมอธิบายครับ ขออนุญาตท่านประธานเสนอความคิดเห็นต่อท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการครับ