อลงกรณ์ พลบุตร ชื่นชมการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการและเน้นย้ำความสำคัญของความยั่งยืนในการผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ โดยยึดหลักการขับเคลื่อนด้วยวิชาการ ประสบการณ์จากต่างประเทศ และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเสนอให้เสริมสร้างการรับรู้ข้อมูล เรียนรู้จากสังคมที่ประสบความสำเร็จ และสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากเพื่อให้เกิดความยอมรับในวงกว้าง
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก อดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ขอเชิญครับ
พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ รวมทั้งคณะกรรมาธิการ ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ใช้ ความพยายามแล้วก็ได้ใช้ความตั้งใจในการเสนอวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ เท่าที่ผม ฟังมาตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงนาทีนี้ การที่จะทําให้ร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. .... ๒๐ ปี บรรลุผลอย่างไร หรือไม่ แม้ว่าเป็นเพียงกรอบความคิด ส่วนสาระและรายละเอียดนั้น เราค่อยว่ากันต่อไป ท่านประธานครับ ผมว่าถึงนาทีนี้อยู่บนหลักใหญ่ ๆ ๒ หลัก ก็คือ ๒ คํา หรือ ๒ ประโยค ประโยคแรกคือความยั่งยืน ที่เราพูดว่าปรารถนาแห่งความยั่งยืน แห่งความต่อเนื่องของนโยบาย แนวทาง หรือการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมและไม่ขาดตอน อีกคําหนึ่งที่อยู่ในใจของเราก็คือการยอมรับ การยอมรับไต่ระดับไปตั้งแต่ ปัจเจกบุคคล ตั้งแต่ชาวบ้าน พี่น้องประชาชน พี่ป้าน้าอาที่อยู่ชนบทห่างไกล คนในเมืองหลวง หรือนานาชาติยอมรับเชื่อถือไต่ระดับไปถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธา สิ่งเหล่านี้ เป็นกระบวนการในการปกครองหรือในการดูแลบริหารบ้านเมืองหรือสังคมทุกสังคม สังคม จะสันติสุข สังคมจะกลับสู่ความเป็นระเบียบก็ต้องเกิดความยอมรับ หลาย ๆ ท่านคงเรียน ทฤษฎีรัฐศาสตร์บางตัว ขออนุญาตยกศัพท์คําว่า ความชอบธรรมทางการเมืองและการปกครอง ผมจะขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่าลีจิทิเมซี (Legitimacy) ความชอบธรรมจะเกิดขึ้นนั้น ต้องเกิดจากการยอมรับของทุกภาคส่วน ซึ่งผมขอกราบขอบคุณทางคณะกรรมาธิการ และขอบคุณที่ท่านได้ระบุถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าการขับเคลื่อนหรือการทํา ยุทธศาสตร์อยู่บน ๓ องค์ประกอบ คือ ๑. หลักวิชาการและความเป็นสากล ๒. ตามมาด้วยหลักศึกษาประสบการณ์จาก ต่างประเทศที่ดี ๆ และประสบความสําเร็จ ๓. อันสุดท้ายคือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
ท่านประธานครับ ผมย้อนมาเรื่องความยั่งยืนและการยอมรับ การจะเกิด การยอมรับนั้นโดยทั่วไป โดยสามัญชน หรือสังคมทุก ๆ สังคม การจะเกิดการยอมรับต้องเกิด ความเชื่อถือก่อน ผมขออภิปรายสั้น ๆ ใช้เวลาขมวดว่าผมขอสนับสนุน และการสนับสนุน ของผมนั้นอยู่ภายใต้คําแนะนํา หรือผมไม่อาจใช้คําว่า แนะนํา เป็นข้อเสนอแนะสั้น ๆ ๓ ประการ
ข้อที่ ๑ ควรที่จะต้องทําให้ประชาชนและสังคมไทยเกิดความรู้ ความเข้าใจ รับรู้ในข้อมูลข่าวสารว่าที่เราจะทํากัน หรือท่านกรรมาธิการจะทํา หรือรัฐจะทํา อยู่บน ความต้องการของประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ก็คือเร่งให้ประชาชน และสังคมรับรู้ในเรื่องนี้มาก ๆ เราเองที่นั่งอยู่ในห้องนี้ผมคิดว่าบางส่วนก็เพิ่งได้อ่านร่างอันนี้ หรือคนที่อยู่หัวไร่ปลายนา หรืออยู่ในเมืองหลวง หรืออยู่ต่างประเทศก็ตาม ทุกอณูจะต้อง เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้
ข้อที่ ๒ จะต้องนําเรียน ซึ่งอาจจะซ้ํากับที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด ๓ ข้อ อ้างอิงความรู้หรือชุดความเชื่อจากสังคมอื่น ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในรอบบ้านเรา หรืออยู่ทวีปอื่น เขาได้ย่างก้าวไปสู่ความสําเร็จ สังคมสันติสุขแล้วนะครับ แม้ว่าจะเกิดความขัดแย้งที่เท่ากับเรา แรงกว่าเรา หรือมากกว่าเราก็ตาม ตรงนี้จําเป็นจะต้องนําชุดความเชื่อมาดูเพื่อให้ ก้าวไปสู่ประเด็นที่ ๓ ที่ผมจะนําเสนอว่าเราจําเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งจากข้างล่างมาก่อน ข้างล่างไต่ระดับขึ้นมานะครับ
ประเด็นที่ ๓ อันที่ ๑ การจะยอมรับหรือไม่ เราบอกว่าต้องให้ประชาชน เกิดความรู้ ความเข้าใจ รับรู้ในข้อมูลข่าวสาร อันที่ ๒. ก็คือนําบทเรียนและชุดความเชื่อ ในสังคมต่าง ๆ ที่เขาประสบผลสําเร็จแล้วมา อันที่ ๓ สําคัญท่านประธานครับ ผมนั่งคิดว่า ระหว่างที่เราอยู่มาเราก็คุ้นกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะนี้เดินมาฉบับที่ ๑๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ผมจําได้ว่าถึงปี ๒๕๕๙ และจะบรรจบถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ นี้นะครับ เราคงเรียนมาหรือเราคงรับรู้มาตั้งแต่พวกเราเป็นเด็ก ๆ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ เราได้ยิน นักวิชาการหรือคนเขาพูดถึงทั่วไปว่าสังคมไทยน่าอยู่ เราคงได้ยินว่าเขาเคยพูด ผมเคยได้ยิน เรียนรัฐศาสตร์หรือเรียนอะไรก็ตามเราคงได้ยินวิชาสังคมศาสตร์ต่าง ๆ ๒๐ กว่าปีมาแล้ว หลายสิบปีมาแล้ว เขาบอกว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่กันแบบหลวม ๆ ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษว่าลูซโซไซตี (Loose society) ลูซโซไซตี (Loose society) แต่เราจะได้ยินว่า คนยกย่อง ไม่ว่าสถาบันต่าง ๆ มีการประมวล มีการให้เหตุผลว่าเมืองไทยนี้น่าอยู่ ทั้งในด้านการท่องเที่ยว ทั้งในด้านอะไรต่าง ๆ ทีนี้ผมก็อยากจะบอกว่าตรงนี้ละครับ เราต้อง มุ่งสร้างสังคมเข้มแข็ง สตรองโซไซตี (Strong society) สร้างชาติของเราโดยวิธีการต่าง ๆ ให้เข้มแข็งจากข้างล่างขึ้นมา โดยเป็นสังคมแบบเบา ๆ สังคมแบบที่เราคุ้นเคย สังคม กัลยาณมิตร รื้อฟื้นความมีน้ําจิตน้ําใจของคนไทยที่มีแต่เดิมเราก้าวข้ามผ่านไป เราอย่าคิดว่า ใต้ดินจะขึ้นมา อันโน้นจะขึ้นมา เกิดความขัดแย้งอะไรต่าง ๆ เราต้องลืมไปบ้าง และต้องถอยมา แล้วก็นําไปสู่จุดที่นําความสุขได้ อย่างเช่นผมดูง่าย ๆ ผมเคยเขียนที่ผมฟังวิทยุหรือเคยไปวัด ข้าง ๆ บ้านสมัยก่อนนี้ ท่านปัญญานันทภิกขุ ท่านบอกว่าอยู่ให้เป็นจะเห็นสุขทุกที่ เพราะฉะนั้นเมืองไทยนี้ก้องโลกว่าเป็นดินแดนที่สุขสมบูรณ์ เราต้องกราบขอบคุณ บรรพชนของเราที่มีสุวรรณภูมิที่นี่ หรือมีแห่งนี้ที่เราอยู่กันมา เพราะฉะนั้นการสร้างชาตินี้ จากสังคมหลวม ๆ เราดูต้นแบบที่บอกว่าชุดความเชื่อ หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายแล้วถึงสังคม ต้นแบบ เช่น เราอาจจะพูดถึงประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเราไปกัน มาแล้วเราก็รู้ วกมาประเทศเกาหลี ประเทศเกาหลีผ่านสงครามโลกมา เราเคยส่งทหารไปช่วยรบ ขณะนั้นเราแข็งแรงกว่า เราเป็นพี่กว่า เช่นบางครั้งเกิดวิกฤติ ต้มยํากุ้งเราคงไม่ลืม ได้ลุกลามไปถึงบ้านเขา เขาได้สร้างความเข้มแข็งของพี่น้องประชาชน เช่นผมจําได้ส่วนหนึ่งบริจาคทองคําให้หลุดพ้นจากภาวะวิกฤติ ซึ่งขณะนั้นเป็นวิกฤติของชาติ อย่างมาก สามารถฟื้นตัวโดยพื้นฐานสังคมที่เข้มแข็ง หรือแม้แต่ผู้นําที่เขาถูกกล่าวหาว่า คอร์รัปชันประมาณแค่หลัก ๑๐๐ ล้านบาท เมื่อ ๒-๓ ปีมาแล้ว สังคมรังเกียจ สังคมเขาเข้มแข็ง สังคมไม่ยอม เขาก็ต้องเป็นอย่างไรครับ มีการกระโดดแล้วเขาสละตัวเองหลีกลี้ไปจากสังคม เพราะสังคมเขาเข้มแข็ง หันมาดูประเทศญี่ปุ่น จะเห็นว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวเล็ก ๆ จะเล็ก หรือไม่เล็กไม่ทราบ มีสมาชิกเทศบาลที่เป็นผู้หญิงอภิปรายเรื่องรณรงค์คนตั้งท้องระหว่าง อภิปรายมี สท. ชาย พูดมาว่าเธอท้องแล้วหรือ ตรงนี้ละครับเป็นประเด็นในโซเชียลมีเดีย (Social media) จะต้องลาออกจากสมาชิกสภาเทศบาล และเขาต้องถูกพิพากษาโดยสังคม หรืออะไรก็ตามว่าพ้นจากพรรคการเมืองไปเลย เขามีความเข้มแข็งทางสังคม สิ่งเหล่านี้ ทั้งประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น หรือย้อนมาดูใกล้ ๆ บ้านเรา ช่วงที่ท่านประธานาธิบดี ประเทศสิงคโปร์ ลี กวนยู ได้เสียชีวิต ผมได้ไปที่ประเทศสิงคโปร์ ผมได้เห็นจดหมายน้อยต่าง ๆ ซึ่งมีประชาชนทั้งลูกเด็กเล็กแดง ฝนตกก็มากราบสักการะศพนะครับ และผมไปกี่ครั้ง ต่อมาก็ยังเห็นจดหมายน้อยเล็ก ๆ เขียนกราบขอบคุณท่าน ลี กวนยู ได้มอบความมั่นคง และความปลอดภัยให้กับชนในชาติ ซีเคียวริตี (Security) เป็นความประทับใจและความยั่งยืน ของเขาที่สร้างชุมชนเข้มแข็งขึ้นมาเหล่านี้ ผมสรุปว่าในข้อที่ ๓ นี้เราควรจะมุ่งไปสู่การสร้าง สังคมเข้มแข็ง ถามว่าเศรษฐกิจการเมืองสําคัญไหม ก็สําคัญ แต่ถ้าเรามาวิเคราะห์ทางทฤษฎี และวิเคราะห์ถึงความเป็นจริงในชนบทไทย หรือชนบทเมืองก็ตาม หรือปริมณฑลก็ตาม เราจะ พบว่าปากท้องสําคัญ ขณะเดียวกันจะเชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจ ถ้าสังคมเข้มแข็งเศรษฐกิจ ก็จะเข้มแข็งและการเมืองก็จะเข้มแข็ง เมื่อสักครู่ที่ผมนํามาสื่อแล้วเรื่องประเทศเกาหลี เรื่องประเทศญี่ปุ่นนะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วผมคิดว่าทั้ง ๓ ข้อนี้เราคงต้องมาเร่ง ดําเนินการควบคู่ไปกับที่เราจะทําแผนยุทธศาสตร์ชาตินี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม อดีต ส.ว. ครับ