ศานิตย์ นาคสุขศรี แสดงความเห็นสนับสนุนรายงานการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการที่มั่นคง สมบูรณ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเสนอให้มีการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างกว้างขวาง ใช้ชื่อย่อ "ยศช." เพื่อลดความสับสน ประสานแผนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 ตั้งองค์กรขับเคลื่อนที่ชัดเจน และใช้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือสร้างจุดร่วมส่งเสริมความปรองดองเพื่อให้เกิดมรดกอันมีค่าต่ออนาคตของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ และท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ กระผม นายศานิตย์ นาคสุขศรี สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๕๑ ขออภิปรายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่อง การจัดทํา การกําหนด และการขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ และร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. .... ในวันนี้นะครับ ผมได้อ่านเอกสาร และข้อเสนอแนะจากท่านกรรมาธิการด้านการบริหารราชการแผ่นดินแล้วรู้สึกชื่นชม ยินดี และดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ยุทธศาสตร์ชาติได้มีการศึกษาและขับเคลื่อนมาอย่างมั่นคงจนมาถึงจุดนี้ ผมเห็นว่ามีความเหมาะสม ถูกต้อง และสมบูรณ์นะครับ เพราะว่าได้ใช้เวลาในการขับเคลื่อน มาเป็นระยะเวลาแล้วปรุงแต่งมาพอสมควร ผมขอยืนยันว่ายุทธศาสตร์ชาติครั้งนี้เป็นการรีฟอร์ม (Reform) อย่างแท้จริงหลังจากที่เรามีการปฏิรูประบบราชการมาครั้งยิ่งใหญ่ก็คือสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ และคิดว่าจะได้มีการก้าวเดินอย่างมั่นคงต่อไปจนบรรลุเป้าหมายตามระยะเวลา ที่กําหนด เพราะยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นเครื่องมือสําคัญในการนําประเทศชาติของเราเข้าไปสู่ ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ที่กําหนดไว้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน และประเทศของเรา ผมขอยืนยันว่า จะไม่พัฒนาโดยประชาชนไม่เห็นอนาคตที่ชัดเจนเหมือนในอดีตที่ผ่านมานะครับ ต่อไปนี้ เขาจะได้เห็นแสงสว่าง ประชาชนจะได้มีส่วนร่วม และมองเห็นอนาคตของประเทศ และที่สําคัญคือเขาจะมีส่วนร่วมในการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง นี่คือเป้าหมาย ที่เราได้กําหนดไว้นะครับ
อีกประการหนึ่ง ประเทศไทยเราจะมียุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศ ในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกอย่างจริงจังก็ได้ ที่ผ่านมาจะเห็นว่าเรามีแผนยุทธศาสตร์ หลายอย่างมาก เรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็คือสภาพัฒน์ซึ่งทําเรื่องเศรษฐกิจ และสังคม เรามีสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ทําเรื่องความมั่นคง เรามีแผนชาติในเรื่อง ของสาธารณสุข เรื่องการศึกษา มีทุกอย่างนะครับ เรามีอยู่แล้ว แต่ที่สําคัญส่วนใหญ่ เป็นแผนระยะสั้นหรือปานกลางก็คือระยะ ๕ ปีบ้าง หรืออาจจะ ๑๐ ปี แต่ที่สําคัญคือ ขาดการบูรณาการที่แท้จริง อันนี้สําคัญ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นจุดอีกอันหนึ่ง ผมเห็นว่าตั้งแต่ เราได้มีการเริ่มต้นเห็นชอบโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องขอขอบคุณสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ผ่านมาที่ได้เห็นความสําคัญแล้วก็มีการผลักดันจนกระทั่งผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วผ่านไปถึง ครม. เสร็จแล้ว อันนี้ถือว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเราได้รับมรดก เราต้องให้เกียรติสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วย เราจะขับเคลื่อนให้เป็นมรรคเป็นผลโดยสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศในครั้งนี้นะครับ ทั้งนี้ที่สําคัญคือท่านนายกรัฐมนตรี ครม. ได้ขานรับ และเห็นชอบให้มียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ซึ่งเมื่อก่อนนี้อาจจะไม่มีความชัดเจนและมีการดําเนินเรื่องนี้อย่างจริงจังและควบคู่กันไปด้วย จากที่ท่าน พลเอก ชูศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ซึ่งได้รายงานให้สภาทราบว่าทางรัฐบาล ก็ได้เห็นความสําคัญและมีการดําเนินการควบคู่ไปกับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเรา อย่างนี้ และที่สําคัญคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้บัญญัติเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญตามมติของสภาแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสําคัญที่สุด เรามีรัฐธรรมนูญ ในประเทศไทยมา ๘๓ ปียังไม่เคยบัญญัติคําว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ไว้ในรัฐธรรมนูญเลย เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่มีค่าอย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้ได้เห็นความสําคัญและจะกําหนดยุทธศาสตร์ เพื่อกําหนดหลักคิดทิศทางต่อไปในอนาคต ในเรื่องนี้ผมขอเรียนว่าแม้เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ได้เริ่มปักธงและมีการขับเคลื่อนอย่างมั่นคงแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กําหนดขึ้นใหม่ หลายท่านก็อภิปรายเห็นด้วยในหลักการ แต่ว่าเป็นห่วง ในเรื่องของสาระรายละเอียดต่าง ๆ ผมคิดว่าถ้าหากไม่ดําเนินการอย่างเป็นระบบ และสร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่ายอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว อาจจะเกิดปัญหาความเบี่ยงเบน หรือไม่สมบูรณ์ในมิติต่าง ๆ อันนี้จึงใคร่ขอเสนอหลักคิดหรือข้อเสนอแนะสัก ๔ ประการครับ
ประการที่ ๑ ผมคิดว่าความสําเร็จของยุทธศาสตร์ชาติจะบรรลุผลสําเร็จได้ นอกจากจะขึ้นอยู่กับการจัดทําและการจัดตั้งกลไกที่เราได้อภิปรายกันแล้ว ที่สําคัญ รวมตลอดถึงการติดตามประเมินผลแล้ว ระยะแรก สิ่งที่สําคัญคือเราต้องทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชน องค์กร และภาคส่วนต่าง ๆ ให้เห็นความสําคัญยิ่งนะครับ ในช่วงที่ ผมเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้มีโอกาสไปจัดทําเวทีรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งผมเป็นสมาชิกในนามของจังหวัดสระแก้วอยู่ ได้จัดทําเวทีครบทุกอําเภอ แล้วก็ได้สอบถามถึงประเด็นในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ ในเรื่อง ความต้องการของพี่น้องประชาชนจะให้บรรจุว่าแต่ละคนจะปฏิรูปเรื่องอะไร และที่สําคัญ เขาได้เสนอว่าใน ๒๐ ปีต่อไปเขาอยากให้จังหวัดสระแก้วเป็นอย่างไร ใน ๒๐ ปีต่อไป เขาอยากให้ประเทศชาติเป็นอะไร เพราะฉะนั้นอย่าไปดูแคลนประชาชน ประชาชนมีความตื่นตัว มีความพร้อมที่จะมองอนาคตของบ้านเขา ของประเทศของเขา เพราะฉะนั้นอยู่ที่เรา ยังไม่มีหลักที่เราจะทําให้การกําหนดยุทธศาสตร์ชาติในระยะยาวเป็นอย่างไร แต่พี่น้องประชาชน มองเห็นแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเราคิดว่าเราน่าจะมีกลไกในด้านต่าง ๆ ที่จะทําให้ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติหรือความต้องการของพี่น้องประชาชนเขาได้เห็นแสงทาง และเห็นอนาคตของชีวิตเขา ของประเทศและของจังหวัด รวมทั้งจังหวัด ตําบล อําเภอ หมู่บ้านของเขา จากการที่ผมได้ไปสดับตรับฟังและพบปะกับพี่น้องประชาชนหลายส่วน ยังเข้าใจและเรียกกันสับสนจากการที่มีการเรียกชื่อคล้าย ๆ กัน อย่างเช่นบางคนก็เรียก ยุทธศาสตร์ บางคนก็เรียกแผนชาติ บางคนก็เรียกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ผมจึงใคร่ขอเรียนท่านกรรมาธิการนะครับ ถ้าเราจะเผยแพร่ ทําความเข้าใจให้ชัดเจนเสียแต่เบื้องต้น และมีวิธีการหนึ่งที่ผมเห็นว่าจะช่วยได้มากคือ กําหนดชื่อย่อ จะเห็นว่า คสช. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เข้ามาปั๊บเรียกเลย คสช. เราคุ้นเคยกับ ครม. เราคุ้นเคยกับ สปช. แม้แต่ สปท. เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราน่าจะ ปักธงเสียแต่เริ่มแรกเลย อาจจะใช้คําย่อ ยศช. เพื่อจะได้ป้องกันความสับสนแล้วก็ประหยัด ด้านอื่น ๆ ด้วย อันนี้ก็อยากจะฝาก เพราะว่าต่อไปเราคงต้องกล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติกัน บ่อย ๆ แต่ถ้าบอกว่า ยศช. นี่เข้าใจเลยว่าเป็นอย่างไร
ประเด็นที่ ๒ เป็นหัวใจอีกประการหนึ่งคือกําหนดให้มีองค์กรที่รับผิดชอบ อย่างรวดเร็วเพราะว่าจะได้ไม่เกิดความสับสน จะได้กําหนดว่าทิศทางเป็นอย่างไรบ้าง เพราะการไม่กําหนดให้ชัดเจนหรือให้หน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยงานอาจจะทําให้การขับเคลื่อนล่าช้า เพราะอันนี้เป็นเรื่องสําคัญแล้วก็ไม่ชัดเจน และอาจจะเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายหลักก็ได้
ประเด็นที่ ๓ เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าประเทศของเรา เราต้องสร้าง ความสามัคคีและความปรองดองของคนในชาติซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก และอาศัยหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักและระยะเวลาในการดําเนินการ ผมเห็นว่าถ้าเรานําการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นเครื่องมือในการหาจุดร่วมของคนในชาติในการพัฒนาย่อมต้องได้รับ ความร่วมมือและสัมฤทธิผลอย่างแน่นอน เนื่องจากยุทธศาสตร์ชาติของเรานั้นจําเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือของคนในชาติทุกคน ทุกภาคส่วน และทุกองค์กรอยู่แล้ว ประกอบกับการที่เราจะนําประเทศไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้ ก็ต้องอาศัยความเป็นน้ําหนึ่งใจเดียวของคนในชาติทุกคน ทั้งนี้ ก็จะสอดคล้องกับ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ผมถึงใคร่ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วยว่าการที่จะเสริมสร้าง ความปรองดองคงจะต้องใช้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือและเป็นกลไกสําคัญที่จะต้อง ให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้เข้าใจและยอมรับในเรื่องของความรักใคร่ ความสามัคคีปรองดอง ตามยุทธศาสตร์ชาติของเรา
ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายนะครับ โดยที่ยุทธศาสตร์ชาติ ที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกําลังเสนออยู่ขณะนี้ ทางรัฐบาลก็ได้กําหนดโรดแมป (Road map) ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ดําเนินการควบคู่ไปกับการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ซึ่งทางสภาพัฒน์เป็นแกนหลักร่วมจัดทําอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องที่จะต้องทําอย่างไรไม่ให้เกิดความสับสนทั้งจากประชาชนและฝ่ายการเมือง รวมทั้งประสานความสอดคล้องกับกระบวนการที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ผมจึงใคร่ขอฝากข้อเสนอแนะดังกล่าวไว้ ๔ ประการด้วยความสุจริตใจและจริงใจ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปักธงยุทธศาสตร์ชาติในครั้งนี้จะเป็นมรดกอันดีงามที่ทางแม่น้ํา ๕ สาย ได้ฝากไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลานในอนาคตที่มีคุณค่าต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ