สมพงษ์ สระกวี แสดงความเห็นว่าร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สะท้อนเพียงเจตจำนงของผู้นำ ไม่ใช่เครื่องมือที่มีอำนาจเหนือจริง และขาดการปฏิรูปอย่างแท้จริง จึงเรียกร้องให้ทบทวนความจำเป็น พร้อมเสนอแนวทางการปฏิรูปโดยยึดแบบอย่างจากเยอรมนีและเกาหลีใต้ที่เน้นการสร้างอุดมการณ์และจิตสำนึกของประชาชน แทนการตั้งองค์กรใหม่เพียงเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงบริหาร
ท่านประธานที่เคารพครับ เรากําลังพูดเรื่องใหญ่มาก ๆ แล้วสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่าสังคมโดยรวมนั้นก็รับทราบเรื่องยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีกันบ้างแล้ว ก็มีความหวาดกลัวว่ายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนี้จะมีอิทธิฤทธิ์ อิทธิพล รวมทั้งจะมีอํานาจ อาญาสิทธิ์ที่น่าหวาดกลัวอยู่ แต่หลังจากผมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าเป็นอํานาจที่ไม่น่ากลัวเลย ที่พูด ๆ ไปนั้นน่าจะพูดกันเอาเองว่าเป็นอํานาจอาญาสิทธิ์ที่ครอบคลุมน่ากลัว เนื่องจากผม เห็นตรงข้ามจริง ๆ ครับ ผมเห็นว่าเป็นอํานาจที่น่ารักน่าชัง แล้วท่านกรรมาธิการได้โปรด อย่าโกรธผมนะครับ ถ้าผมจะใช้คําว่า หน่อมแน้ม แล้วก็ไม่มีอะไรใหม่ที่จะใช้คําว่าปฏิรูปได้ ท่านประธานครับ ผมจะเรียนท่านอย่างนี้จริง ๆ ผมเห็นว่าไม่มีอะไรที่จะเรียกว่า เป็นการปฏิรูปได้ แท้ที่จริงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนั้นไม่เฉพาะสภาแห่งนี้นะครับ ผมเห็นท่าน พลตรี สรรเสริญ แก้วกําเนิด ได้อธิบายความว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทางหน้าจอทีวี (TV) ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปแล้ว ซึ่งเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนั้น ผมเห็นว่าหัวใจสําคัญก็คือเป็นเรื่องเจตจํานงของนายกรัฐมนตรี และอาจจะหมายรวมถึง รัฐบาลทั้งหมด คณะรัฐมนตรีทั้งหมด และอาจหมายรวมถึง คสช. ด้วย ผมจําความได้ว่า เจตจํานงอันมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอยู่ ๓ ประการที่สังคม รับรู้ จดจํา และถามถึง
เจตจํานงที่ ๑ ก็คือสัจจะวาจาที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศต่อชาติต่อประชาชนว่า ท่านมีเจตจํานงอันแน่วแน่ว่าประสงค์จะให้การยึดอํานาจหรือการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมานั้น เป็นครั้งสุดท้าย นี่คือความกังวลของสังคมนี้ว่าเราประกาศว่าเป็นสังคมประชาธิปไตย รัฐบาล ต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่เราก็เกิดการปฏิวัติ รัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า ฉีกรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไปเลือกตั้ง ซึ่ง ณ วันเวลานี้เราก็ทําสิ่งนี้อยู่ มองข้ามช็อต (Shot) ออกไปหน่อยเดียวว่าเมื่อรัฐธรรมนูญเสร็จมีการเลือกตั้งแล้วจะมีการรัฐประหารอีกไหม มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้สัจจะวาจาต่อสังคมว่าท่าน มีเจตจํานงที่จะเห็นการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมานั้นเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจะไม่มีอีก เพราะฉะนั้นคําว่าเจตจํานงของผู้นําประเทศในภาวะเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ ความหมาย และความสําคัญอยู่ที่ตรงนี้ครับ
เจตจํานงที่ ๒ ของท่านนายกรัฐมนตรีและของ คสช. ก็คือการปฏิรูปประเทศ ด้านต่าง ๆ เพื่อการส่งมอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยเยี่ยงอารยประเทศสู่รัฐบาล ต่อ ๆ ไป ซึ่งการปฏิรูปนั้นพวกเราสภาแห่งนี้ก็ดูเหมือนจะทําภารกิจนี้อยู่เป็นสําคัญ อันนี้ก็เป็นเจตจํานงข้อที่ ๒
เจตจํานงข้อที่ ๓ ซึ่งได้ประกาศต่อสังคมและสังคมรอรับรู้อยู่ นั่นก็คือ เจตจํานงที่จะวางยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เพื่อการกําหนดทิศทางประเทศเพื่อก้าวไปสู่ชาติ ที่มั่งคั่ง มั่นคง มีเสถียรภาพ สถาพร มีความเจริญอันสถาพร ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องเจตจํานง ที่สําคัญที่ประชาชนทั้งแผ่นดินก็มุ่งหวังที่อยากจะเห็นรัฐบาลนี้รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ได้เดินตามเจตจํานงในการวางยุทธศาสตร์ชาติต่อไป แต่ผมรู้สึกแปลกใจครับท่านประธาน พอถึงขั้นการดําเนินงานนั้นขึ้นต้นเป็นลําไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา ผมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ถูกเสนอต่อสภาแห่งนี้ไม่มีอะไรเลยนะครับ ตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ตั้งกรรมการเสร็จก็ตั้งกรรมการบริหาร ตั้งกรรมการบริหารเสร็จ ก็ตั้งสํานักงาน แล้วพอตั้งกรรมการเสร็จก็มานั่งเถียงกันว่าคุณสมบัติของกรรมการน่าจะเป็น อย่างไร หลังจากนั้นก็ไปศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เผยแพร่ ว่าแล้วก็วางแผน วางแผน แผน แผน แล้วก็แผน และต่อมาแผนจะสําเร็จได้อย่างไรก็ต้องงบประมาณ ก็ต้องสํานักงาน ท่านประธานครับ ทําไมประเทศนี้ถึงถนัดกับการตั้งกรรมการ วางแผนตั้งองค์กรใหม่ นี่ละครับ การแปลงเจตจํานง ของผู้นําประเทศในระยะเปลี่ยนผ่านที่ได้มาด้วยการยึดอํานาจ แลกมาด้วยชีวิต ต้องการ จะเห็นจุดเปลี่ยนของประเทศด้วยการตั้งกรรมการหรือครับ แล้วก็ตั้งสํานักงานหรือครับ ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศตามแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรีผมดูจาก ๒ ประเทศ ซึ่งท่านก็ศึกษาไว้หลายประเทศ อันนี้ก็เป็นเรื่องน่าชื่นชม ประเทศเยอรมนีซึ่งท่านพูดถึงน้อยหน่อย ภายใต้คําขวัญมหัศจรรย์บนฝั่งแม่น้ําไรน์ (Rhine) มิราเคิล ออฟ เดอะ ไรน์ (Miracle of the Rhine) ประเทศเยอรมนีเปลี่ยนประเทศที่พ่ายแพ้สงครามบนพื้นฐานของการสร้างจิตสํานึก ประชาชน สร้างเจตจํานงแห่งชาติให้กลายเป็นอุดมการณ์ชาติ สร้างความทะเยอทะยาน สร้างจิต วิญญาณเป็นนักต่อสู้ในการทํางานเพื่อการสร้างชาติ เขาสามารถสร้างมหัศจรรย์ บนฝั่งแม่น้ําไรน์ (Rhine) สร้างประเทศเยอรมนีจากวันนั้นที่พ่ายแพ้สงครามย่อยยับมาเป็น ประเทศเยอรมนีที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ เขาเรียกสิ่งนั้นว่ามหัศจรรย์บนฝั่งแม่น้ําไรน์ (Rhine) ก็คล้าย ๆ กับเจตจํานงและความมุ่งมั่นของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ในวันนี้ ที่ต้องการสร้างประเทศไทยที่ย่อยยับ ที่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย (Asia) ให้ผงาดขึ้นมาเป็นผู้นําแห่ง เอเชีย (Asia) ให้จนได้ เขามุ่งเน้นเรื่องเจตจํานง เรื่องอุดมการณ์ชาติ เรื่องการสร้างคน ในชาติไม่ใช่สร้างกรรมการ สร้างสํานักงาน สร้างกรรมการบริหาร วิจัย ๆ วางแผน ๆ ท่านประธานครับ นายพล ปาร์ค ชุง-ฮี ของเกาหลีใต้ ได้สืบทอดแนวความคิดการปฏิรูป ประเทศและการสร้างชาติจากประเทศเยอรมนี ได้ชูคําขวัญที่คล้ายกันว่าจะสร้างมหัศจรรย์ ริมฝั่งแม่น้ําฮัน (Han) ปาร์ค ชุง-ฮี ก็ได้สร้างประเทศเกาหลีใต้ ที่จริงนายพล ปาร์ค ชุง-ฮี ก็ขึ้น สู่ประเทศก้าวสู่อํานาจด้วยการรัฐประหารคล้าย ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์เรา เพียงแต่ ท่านไม่รีบไปเท่านั้นเอง ท่านรัฐประหารเสร็จท่านสร้างประเทศ สร้างมหัศจรรย์บนฝั่งแม่น้ําฮัน (Han) ผมถึงไม่อยากให้ท่าน พลเอก ประยุทธ์รีบไปครับ อยากให้ท่านอยู่นาน ๆ สร้างมหัศจรรย์บนฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยา ประเทศเกาหลีใต้โดยนายพล ปาร์ค ชุง-ฮี ก็ได้สร้าง มหัศจรรย์ริมฝั่ง แม่น้ําฮัน (Han) สร้างประเทศเกาหลีใต้ซึ่งประสบสงครามมาเช่นเดียวกับ ประเทศเยอรมนี ถ้าพูดไปแล้วท่านประธานครับ ประเทศเยอรมนีเขาสร้างประเทศ จาก ๒ ชาติที่แตกแยก ประเทศเยอรมนีตะวันออก ประเทศเยอรมนีตะวันตก นับภาษาอะไร กับประเทศไทยที่พูดอยู่คําว่า ปรองดอง ๆ แตกแยก ๆ และดูเหมือนว่าชาติไทยจะล่มสลาย ด้วยคําว่า แตกแยก ไม่หรอกครับ จิ๊บจ๊อย ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศเยอรมนีที่เขาแบ่งเป็น ๒ ประเทศ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในการที่จะสืบต่อเจตจํานงของ ท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องการสร้างอุดมการณ์ชาติ ในเรื่องการสร้างแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แต่ตั้งคําถามนิดหนึ่งได้ไหมครับ ฝากท่านกรรมาธิการไปว่าเรื่องการตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้นผมเห็นด้วยครับ สนับสนุนครับ เนรมิตสิ่งมหัศจรรย์ริมฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยาให้ปรากฏขึ้นในแผ่นดินเรา เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง และผมอยู่ข้างท่านครับ แต่ถามว่าก้าวให้พ้นจาก กรรมการยุทธศาสตร์ชาติไปได้ไหม ก้าวให้พ้นการตั้งกรรมการบริหารไปได้ไหม และก้าวให้พ้น การตั้งสํานักงาน ผมได้ยินรองเลขาธิการสภาพัฒน์บอกว่าให้สภาพัฒน์ หรือสํานักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรืออะไรมาเป็นสํานักงานเลขาธิการได้ไหม แล้วสภาพัฒน์ที่ทํางาน มานี้ออฟฟิศมันเล็กไปหรืออย่างไร ท่านประธานครับ ผมยังไม่เห็นว่าหน่วยงานใดที่รวบรวม เอามันสมองของประเทศระดับดอกเตอร์ทั้งนั้นกองอยู่เป็นภูเขาเลากาเกินไปกว่าที่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผมดูตามภารกิจหน้าที่ของกรรมการ การทํายุทธศาสตร์ชาติ ทุกหน่วยงาน มั่นคง ทหาร การเมือง ศึกษาธิการ สาธารณสุข คมนาคม สังคม วิทยาศาสตร์ ครอบคลุมทั้ง ๑๘ กระทรวง ไม่มีเลย ไม่มีหลุดเลย แล้วดอกเตอร์ที่กองกันอยู่ที่สภาพัฒน์เอาไปทิ้งเสียที่ไหนล่ะครับ ตั้งเป็นสํานักงานเลขาธิการ ได้ไหม ออฟฟิศตั้งที่นั่นได้ไหม อะไรได้ไหม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้การปฏิบัติตามภารกิจ ตามเจตจํานงของนายกรัฐมนตรีในเรื่องการวางยุทธศาสตร์ชาติ การสร้างมหัศจรรย์บนริมฝั่ง แม่น้ําเจ้าพระยา เหมือนดังประเทศเยอรมนีได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์บนฝั่งแม่น้ําไรน์ (Rhine) ได้ปรากฏเป็นจริงขึ้นในประเทศนี้ แต่ถ้าเราเริ่มต้นเพียงพระราชบัญญัติว่าด้วยกฎหมาย ว่าด้วยกรรมการ ขอประทานโทษนะครับ ไม่ใช่สิ่งใหม่เลย แล้วอีกหน่อยจะไปตั้งกระทรวง ผมทายไว้ กรรมการเอาไม่ไหวนะครับ อีกหน่อยจะไปตั้งกระทรวงพัฒนา หรือกระทรวง ยุทธศาสตร์ชาติ คิดกันได้แค่นี้จริง ๆ ประเทศนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมก็ให้ กําลังใจในฐานะเป็น ๑ ในสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็หวังว่าการปฏิรูป ในครั้งนี้จะดุดันหน่อย เข้มข้นหน่อย และผมเชื่อว่าไม่น่ากลัว ไม่มีอะไรที่พรรคการเมือง จะกลัว ไม่มีอะไรที่พรรคประชาชนจะหวาดหวั่นว่ากําลังจะมีดาบอาญาสิทธิ์ใหม่ หรือจะมี องค์กรใหม่ที่มีอํานาจล้นฟ้า หามิได้ สรุปสุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมจึงเห็นว่ากรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติหรือยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนี้นั้นเป็นเรื่องใหญ่ ๑ ใน ๓ เรื่องที่ผมขอสนับสนุน ขอสืบต่อ และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศจะต้องสนับสนุน และควรสนับสนุน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีในครั้งนี้ และเชื่อว่าเจตจํานงของนายกรัฐมนตรีในเรื่องที่จะวาง ทิศทางของชาติใน ๒๐ ปีข้างหน้าเพื่อคนรุ่นลูก เพื่อคนรุ่นหลาน เพื่ออนาคตของประเทศไทย ที่มั่นคง สถาพร กินดีอยู่ดี อันนี้จะเป็นความปรารถนาร่วมกัน วางแนวให้ดี ๆ เถอะครับ ดุดันหน่อยนะครับ เอาจริงเอาจังหน่อยนะครับ แต่อย่ามามัวเถียงกันอยู่ใครควรจะเป็น กรรมการ หรืออย่ามาเที่ยววิ่งกันอยู่ว่าผมจะได้เป็นกรรมการยุทธศาสตร์หรือไม่ มิฉะนั้น เสียของครับ ขอบคุณครับ