เฉลิมชัย เครืองาม หารือการปฏิรูปการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน โดยเน้นการเสริมสร้างเนื้อหาและประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง และสันทนาการ พร้อมเสนอการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ต้องปรับปรุงให้น่าสนใจมากขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างความภาคภูมิใจ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้ปรับนโยบายการท่องเที่ยวในภาคใต้เพื่อลดภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงบริการทางเพศ และผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็น "แลนด์ ออฟ สไมล์" อย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม คิดว่าเวลาท่านประธานยังพอมีก็ขออนุญาตเติมเต็ม นิดเดียวครับท่านประธาน ประเด็นเรื่องการปฏิรูปด้านการท่องเที่ยวซึ่งผมนั่งฟังตั้งแต่ต้น พยายามที่จะจับใจความที่ทางคณะกรรมาธิการได้กรุณาเสนอมา ท่านได้ศึกษาไว้ อย่างรอบด้านแล้ว แต่อย่างที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไว้แล้วว่าส่วนมากเน้นในเรื่องของ โครงสร้าง ผมขออนุญาตที่จะเสริมเติมเต็มในเรื่องของคอนเทนต์ (Content) หรือว่าเนื้อหา สิ่งที่นักท่องเที่ยวแสวงหาในเมืองไทยนั้นผมว่ามีความหลากหลายมากมายหลายประการ เมืองไทยนั้นได้ชื่อติดท็อปเทน (Top ten) ท็อปไฟว์ (Top five) ก็ว่าได้ในเรื่องของ การท่องเที่ยว เอกสารหรือว่านิตยสารต่าง ๆ เวลาพูดถึงเรื่องเมืองไทยแล้วส่วนมากพูดไป ในแนวทางที่ดี แต่ในความรู้สึกส่วนตัวของผม ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าสิ่งที่นักท่องเที่ยว แสวงหาเวลามาเมืองไทยนั้นองค์ประกอบหลัก ๆ ที่ผมคิดขึ้นได้เร็ว ๆ เวลานี้มีอยู่ ๕ ประการ
ประการแรก คือเขามาช้อปปิง (Shopping) ก็คือวัฒนธรรมเชิงช้อปปิง (Shopping) คือมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้า ซื้ออะไรต่าง ๆ เรามีชื่อเสียงมากในเรื่องของ ห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อระดับโลกก็ว่าได้
ประการที่ ๒ คือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คิดว่าเมืองไทยติดอันดับท็อปไฟว์ (Top five) ก็ว่าได้ในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว แต่เรายังขาดการบูรณาการในเรื่องของ การพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มทั้งคุณภาพแล้วก็ปริมาณ ขอฝากคณะกรรมาธิการท่าน ศึกษาต่อในเรื่องนี้
ประการที่ ๓ คือเรื่องเชิงวัฒนธรรม อันนี้ละครับที่ผมขออนุญาตใช้เวลา เพิ่มเติมนิดหนึ่ง ผมได้เคยอภิปรายไว้ในห้องประชุมแห่งนี้นานมาแล้วในเรื่องของ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมว่าประเทศไทยนั้นอ่อนด้อยมากในเรื่องของทั้งการประชาสัมพันธ์ ทั้งเรื่องของการบูรณาการ หรือการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวของเราให้เป็นที่น่าสนใจ ในเชิงวัฒนธรรม ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ผมก็เคยพูดคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประเทศไทย บกพร่องมากผมขอกราบเรียนว่าอย่างนี้ ใช้คําว่า บกพร่อง เลยในเรื่องของการพัฒนา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติให้เป็นสถานที่ที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย ของเมืองไทย ของประเทศไทย ของชาติไทย นักท่องเที่ยวที่ท่องเที่ยวในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ รถเป็นคัน ๆ ที่ผ่านออกจากบริเวณวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวังแล้ว สถานที่ห่างออกมา อีกประมาณ ๑๐๐ กว่าเมตรแค่นั้นเองคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เนชันนัลมิวเซียม (National Museum) กลับไม่เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ทั้งไกด์ (Guide) ทั้งบริษัท ที่จัดทัวร์ (Tour) เขาสามารถที่จะขับรถผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของเราไปได้ อย่างหน้าตาเฉย อันนี้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก ผมเคยศึกษาและเคยสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ต้องขอกราบเรียนว่าปัญหาที่สําคัญอันนี้คือขาดความน่าสนใจอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประการที่ ๒ คือขาดสิ่งจูงใจหรือแรงจูงใจ ไม่น่าเชื่อนะครับ แรงจูงใจนั้นคืออะไรครับ คือเงินใต้โต๊ะ ไกด์ (Guide) หรือบริษัทจัดทัวร์ (Tour) จัดเที่ยวไม่มีส่วนเสริม ไม่มีเงินเพิ่ม หรือเงินใต้โต๊ะที่จะสนับสนุนให้บริษัททัวร์ (Tour) แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่อยู่ใกล้ ๆ นั้น เขายอมรับว่ามีนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจหรือเปล่าผมไม่ปฏิเสธ แต่เป็นสิ่งที่บางครั้ง มีความจําเป็นแล้วก็ขาดการพัฒนาในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แต่สําคัญที่สุดคือเราขาดการบูรณาการ หรือการพัฒนา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นสถานที่ที่มีสิ่งของมากมายหลายอย่าง ที่ภาคภูมิใจทั้งคนไทยเองและนักท่องเที่ยวคนต่างชาติควรที่จะมาเยี่ยมชม ผมไปมาแล้ว หลายครั้ง แต่ว่าอันนี้ฝากทางคณะกรรมาธิการท่านช่วยไปบูรณาการกับกระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประการที่ ๔ การท่องเที่ยวเชิงสันทนาการคือการเล่นกีฬาหรืออะไรต่าง ๆ เป็นต้น เรามีสนามกอล์ฟที่ขึ้นชื่อลือชาในระดับโลกก็ว่าได้นะครับ มีไดร์ฟเบลนด์ (Drive blend) มีอะไรต่าง ๆ ที่มากมาย
ประการสุดท้ายที่ขออนุญาตใช้เวลา เป็นสิ่งที่อึดอัดใจครับเพราะว่าผม เป็นคนในพื้นที่ เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในเชิงที่ผมจะกล่าวในอันดับสุดท้ายนี้คือ การท่องเที่ยวเชิงเริงรมย์ คําว่า เชิงเริงรมย์ ในที่นี้ผมเน้นหนักในเรื่องของการขายบริการทางเพศ เมืองไทยเราขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของการขายบริการทางเพศ เราคงไม่ปฏิเสธครับ ไม่ปฏิเสธ เพราะความจริงเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ผมอยู่ในพื้นที่ ไม่พูดถึงพื้นที่ก็แล้วกัน แต่อยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และเชื่อว่าถ้าขาดการท่องเที่ยวในเชิงนี้พื้นที่นั้น จะเกิดความโกลาหลวุ่นวายทันทีในเรื่องของจํานวนนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างชาติ โดยเฉพาะ จากประเทศมาเลเซียคือพื้นที่ทางภาคใต้ ท่านเชื่อไหมครับ คนที่มาท่องเที่ยว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี่คือมาท่องเที่ยวเชิงเริงรมย์เสีย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เริงรมย์ในที่นี้คือการมา ซื้อหาบริการทางเพศ ไม่น่าเชื่อนะครับ เมืองไทยมีขึ้นชื่อเรื่องนี้ ไม่มีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ไหนครับ แต่เขารู้กันเอง เขามากันได้ทุกวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ มาวันศุกร์ มาวันเสาร์ อยู่วันอาทิตย์แล้วก็กลับ อันนี้ต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ผมฝากทางคณะกรรมาธิการว่า เมืองไทยเราพอกันเสียทีในการโฆษณา ในการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างชาติเข้าใจผิดว่า ประเทศไทยขึ้นชื่อลือชาหรือมีชื่อเสียงในด้านนี้ ไม่ใช่ครับ เราเป็นแลนด์ ออฟ สไมล์ (Land of smile) เราไม่ได้เป็นแลนด์ ออฟ เซ็กส์ (Land of sex) เป็นสิ่งที่ทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะต้องไปปรับปรุง เพราะฉะนั้นนอกจากท่านจะมีกฎหมาย ท่านจะมี หน่วยงานขึ้นมากํากับนโยบายเรื่องนี้แล้ว ขอเถอะครับ นโยบายที่จะเขียนขึ้นใหม่ทําขึ้นใหม่ ช่วยตัดเรื่องนี้ออกไปจากเมืองไทยเสียที ผมว่ามีทั้งภาคเหนือแล้วก็ภาคใต้ แต่ภาคใต้พื้นที่ อําเภอหนึ่งขึ้นชื่อลือชาในเรื่องนี้ ถ้าเมื่อไรที่บ้านเกิดของผมที่นี้ไม่มีชื่อเสียงเรื่องนี้ขึ้นมา ผมจะมีความภูมิใจมากกว่านี้อีกมาก ขอบคุณครับ