สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๗ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องการท่องเที่ยวและเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดหน่วยใหม่และเสนอแนะให้แยกเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีออกจากสํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เพื่อนําไปไว้กับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณ ที่ท่านประธานกรุณาให้โอกาสในการอภิปรายในเรื่องของการท่องเที่ยว ก็ขอใช้เวลาสัก ๒-๓ นาทีเท่านั้นครับ ในประเด็นแรกที่ตั้งใจจะพูดก็ตรงกับที่ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ได้กรุณาพูดไปแล้วนะครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องฝากมาจากอดีตประธานคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยวของวุฒิสภา ซึ่งท่านอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ก็เป็นข้อเท็จจริงตามที่ท่าน พลตํารวจโท อํานวยได้กรุณากล่าวไว้ว่าเป็นปัญหาที่สําคัญมาก ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ในจังหวัดภูเก็ตเดือดร้อนกันค่อนข้างมาก เพราะว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่ไปที่จังหวัดภูเก็ต คือต่างชาติจากยุโรปจะลดลงไปเยอะก็อาศัยพึ่งพานักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ซึ่งนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเขาก็มีความเฉลียวฉลาดในการเข้ามาทําธุรกิจ รองรับนักท่องเที่ยวเขาเอง และตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่สําคัญยิ่งว่าจะมีมาตรการอย่างไร ยิ่งเมื่อเรามีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดหรือระดับประเทศขึ้นแล้วจะต้องนํา ปัญหาเหล่านี้ไปใช้ในการพิจารณาว่าทําอย่างไรเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วเราจะ รักษาประโยชน์อันพึงได้จากการที่นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศเรา มิใช่ปล่อยให้ปัญหานี้ เรื้อรังแล้วก็ขยายเกินเลยไปจนถึงจังหวัดอื่น ๆ ด้วย ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะขออนุญาต กราบเรียนคือเรื่องของการจัดหน่วยใหม่นี้ ซึ่งเป็นแผนการปฏิรูปที่อนุกรรมาธิการ ด้านการท่องเที่ยวได้นําเสนอขึ้นมาซึ่งกระผมก็เห็นด้วยนะครับ เพียงแต่ จะฝากข้อสังเกตไว้ในหน่วยที่เรียกว่า สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็น องค์การมหาชน ประกอบด้วยศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ พระชนมพรรษา ๗ รอบ แล้วก็เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่เรารู้จักกัน ซึ่งเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนี้เกิด ขึ้นมาประมาณสัก ๑๐ ปีที่แล้วนี่เอง ใช้งบประมาณไปหลายร้อยล้านบาท ปัจจุบันนี้ก็เปิด ดําเนินการอยู่ก็ยังต้องอาศัยการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเนื่องจากว่าเป็นหน่วยงาน ที่ค่อนข้างใหม่ แล้วที่สําคัญที่ผมอยากจะฝากเรียนตรงนี้คือว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนี้ อยู่ไม่ถูกที่ถูกทาง เป็นหน่วยงานที่ไม่ได้แตกต่างจากการบริหารกิจการของสวนสัตว์ เพราะเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเองเรียกว่า ไนท์ซาฟารี แต่กลางวันก็เป็นกิจกรรมเหมือนกับ สวนสัตว์ทั่ว ๆ ไป แล้วสวนสัตว์ทั่ว ๆ ไปที่อยู่ภายใต้องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ทุกวันนี้ประมาณ ๘-๙ สวนสัตว์ เขาก็มีกิจกรรมให้เข้าไปเที่ยว สวนสัตว์ในเวลากลางคืน เช่น สวนสัตว์เปิดเขาเขียว หรือแม้แต่เขาดินในบางช่วงก็เปิดให้ เข้าไปดูสัตว์กลางคืนได้ ไปส่องสัตว์ได้ จึงคิดว่าการแยกเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีออกไปไว้กับ สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) และในเมื่อจะมีการปรับ การจัดองค์กรใหม่ ผมอยากจะเสนอว่าน่าจะแยกเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้มาขึ้นกับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เสียเลย เพราะการบริหารสวนสัตว์หรือไนท์ซาฟารีต้องใช้บุคลากร ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนั้น ๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นสัตวแพทย์เป็นผู้ดูแล ผู้ดูแล สัตว์ต่าง ๆ หรือแม้แต่ผู้บริหารสวนสัตว์ก็ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ถ้าให้เขามาอยู่กับองค์การ สวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ การเจริญเติบโต การหาคนเข้าไปทดแทน การสับเปลี่ยนบุคลากรต่าง ๆ แคเรียร์พาท (Career path) ของผู้ทํางานในเชียงใหม่ ไนท์ซาฟารีเองก็จะมีอนาคตที่ก้าวไกลกว่าที่จะเป็นแค่ผู้อํานวยการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี หัวหน้าแผนกแล้วก็ตันอยู่แค่นั้นแทนที่จากหัวหน้าแผนกตรงนี้จะไปเป็นผู้ช่วยสวนสัตว์ ตรงโน้นอะไรต่าง ๆ นานา รวมถึงการนําความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ที่องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีอยู่เพราะตั้งมาแล้วประมาณ ๖๐-๗๐ ปีมาใช้ในการดูแลสัตว์ต่าง ๆ ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ซึ่งก็เป็นสัตว์ประเภทเดียวกันนั่นละ ก็จึงฝากเป็นข้อสังเกตว่า ไหน ๆ จะมีการปรับหน่วยงานใหม่แล้วก็แยกเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีออกเสียนะครับ ที่จังหวัดเชียงใหม่ก็มีสวนสัตว์เชียงใหม่อยู่ก็สามารถนํามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์การสวนสัตว์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งก็อยู่ตรงข้ามกับสภาเรานี่ละเรียกว่าองค์การ สวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นํามาเป็นหน่วยแม่ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เสียด้วยก็เลยทําให้การบริหารจัดการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนั้นคุ้มค่าขึ้นแล้วก็เกิดประสิทธิผล มากขึ้นครับ ขอขอบพระคุณครับ