วิทยา แก้วภราดัย หารือบทบาทของคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารในระดับภูมิภาค รวมถึงเรียกร้องให้เร่งพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมต่อจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสู่ใจกลางกรุงเทพฯ และภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อการท่องเที่ยว โดยใช้กฎหมายกรรมสิทธิ์เพื่อให้สิ่งปลูกสร้างในที่ดินของรัฐตกเป็นของรัฐ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาการฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแทนการทุบทิ้งทั้งหมด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๑๔๒ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจนะครับ โดยเฉพาะคณะทั้งหมดและท่านประธานกรรมาธิการ เพราะว่าท่านได้ หยิบยกเรื่องที่เป็นเรื่องหลักของเศรษฐกิจประเทศไทยขณะนี้ครับ วันนี้การท่องเที่ยว ไม่ใช่กิจการเล็ก ๆ แล้ว ประเทศเราที่อยู่รอดมาได้ภาวะเศรษฐกิจที่ทุกอย่างรุมเร้าทั้งหมด ทั้งภาวะการเมือง ทั้งเศรษฐกิจโลก ปรากฏว่าสิ่งที่พาประเทศเราอยู่รอดถึงวันนี้จริง ๆ ต้องยอมรับครับ เรื่องการท่องเที่ยว แม้หลายคนจะบอกว่านักท่องเที่ยวจากบางประเทศ ที่ไม่มีคุณภาพ แล้วเขาเริ่มครอบครองกิจการการท่องเที่ยวของเรามากกว่าที่เราได้จากเขา แต่ผมก็มองอีกด้านหนึ่ง ในด้านบวกครับ วันนี้นักท่องเที่ยวจีน ถ้าขาดนักท่องเที่ยวจีน เสียอย่างเราคงซบเซากว่านี้เยอะ หลายจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เดี๋ยวนี้จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งหมดครับ ทุกฤดูกาลนักท่องเที่ยวจีนเดินกันเต็มไปหมด เกาะสมุย อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ทุกเมืองการท่องเที่ยวพัทยา คนจีนเดินเต็มไปหมดครับ เราก็กลัวว่า นักท่องเที่ยวจีนเป็นนักท่องเที่ยวที่ด้อยคุณภาพ แต่จริง ๆ แล้วนักท่องเที่ยวจีนปริมาณเยอะมาก และเขากําลังพัฒนาคุณภาพของเขา วันนี้คนจีนในยุคการท่องเที่ยวปีนี้กับเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เปลี่ยนแปลงครับ และผมเชื่อว่าประเทศเขากําลังที่จะพัฒนาโดยปฏิรูปคนของเขามากกว่านี้ เหมือนกับเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วครับที่ผมเคยบอกว่าประเทศไทยรังเกียจนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ สนามกอล์ฟทุกสนามกอล์ฟไม่มีใครอยากรับ จอมโวยวายที่สุดไม่มีใครชนะเกาหลี วันนี้เกาหลีไปที่ไหนทุกสนามปูพรมเดินให้เขาแล้วครับ แล้วถ้าเรารองรับนักท่องเที่ยวจาก ประเทศจีนได้ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมแล้วก็การเอาจริงเอาจังผมเชื่อว่าเรายังสามารถ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจเหล่านี้ไปได้ในระดับที่สวยงามมากกว่าประเทศอื่น ๆ มากครับ ท่านประธานครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมจะฝากคณะกรรมาธิการไปก็คือเรื่อง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมคิดว่าลองไปช่วยปรับปรุงกระทรวงสักนิดเถอะครับ เรารู้ว่าการท่องเที่ยวเป็นม้ามืด ที่จะแซงอุตสาหกรรมต่าง ๆ มาเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว เราก็เลยยกการท่องเที่ยวจาก ททท. ขึ้นเป็นกระทรวงการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันเราก็รู้สึกว่าการกีฬาเป็นเรื่องสําคัญ สําคัญเกินกว่า ที่จะแอบอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ สําคัญยิ่งกว่าจะแอบไว้ในสํานักนายกรัฐมนตรี เห็นสําคัญพร้อมกันก็เลยพามาด้วยกันครับ กลายเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จนมาถึงวันนี้ระบบราชการในภูมิภาคปั่นป่วนหมด ท่านประธานสถิตย์ก็เป็น คนในภูมิภาคครับ ท่านคงเข้าใจดีว่าวันที่หัวหน้าสํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด กลายเป็นครูพลศึกษาการท่องเที่ยวจังหวัดนั้นจะเป็นอย่างไร เราก็อาจจะเห็นสนามฟุตซอล ได้งบจากกระทรวงนี้ไป และเป็นที่อื้อฉาวเรื่องการทุจริตในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งไม่น่าจะเกิด สิ่งเหล่านี้ผมฝากท่านไปนิดหนึ่งครับ ไปช่วยคิดดูว่าเราปฏิรูประบบราชการ มาครั้งสุดท้ายปี ๒๕๔๕ ปฏิรูปตามกระแสครับ ผมอยู่ในสภานี้ช่วงการปฏิรูปและชิงไหวชิงพริบกัน ในสภาเพราะอยากได้กฎหมายก่อนวันที่ ๓๑ ตุลาคม ถึงขั้นว่าลักลอบเอากฎหมาย ที่คนกําลังจะค้านเพราะว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญกราบบังคมทูลภายใน ๕ นาทีนับแต่ กฎหมายผ่านสภา กฎหมายปฏิรูประบบราชการวันนั้นจะทําให้ระบบราชการสั้นลง กระชับเข้า เราเพิ่มจาก ๑๓ กระทรวงจนเป็นกี่กระทรวงผมจําไม่ได้ เราเพิ่มกรมขึ้นมา มากมาย ขณะเดียวกันเราก็เอาการกีฬาที่เขาบอกว่าอยากก้าวหน้ามาซุกไว้อยู่ในกระทรวงนี้ วันนี้ฟุตบอลไทยไปแพ้ในต่างประเทศ ไม่มีใครนึกไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาหรอกครับ แต่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตั้งกระทรวงกีฬา ขึ้นมาอีก แต่บอกว่างาน ๒ อย่างนี้เมื่อทับซ้อนกันในภูมิภาคจะเป็นปัญหาในการพัฒนา การท่องเที่ยวบางจังหวัดที่รอการเติบโตทางการท่องเที่ยว
ประเด็นที่ ๒ ที่จะฝากท่านไปอีกนิดครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกซึ่งเป็นอดีตวุฒิสภา ท่านได้พูดถึงประตูหน้าของการเข้าสู่ภูมิภาคประเทศไทยของอาเซียน (ASEAN) วันนี้ประตูสําคัญ จากอาเซียน (ASEAN) และจากทั่วโลกที่ประเทศไทยเปิดรับก็คือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั่วโลกเดินทางมาจากที่ไหนเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย ร้อยละ ๘๐ ร้อยละ ๙๐ ลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถามว่าวันนี้การท่องเที่ยวเรากับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รองรับอะไรบ้างครับ วันนี้ท่านเอาคนจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเข้ามากรุงเทพฯ อย่างไรครับ ใครจะต้องคิดครับ จะให้กระทรวงคมนาคมคิดเชื่อมระหว่างเส้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือจะให้การรถไฟคิดก็จะได้แอร์พอร์ตลิงก์ (Airport link) ถ้าเราคิดเรื่องการท่องเที่ยวว่าเราจะนํานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้ามาสู่กรุงเทพฯ โดยวิธีไหน แล้วจะเชื่อมจากกรุงเทพฯ ไปสู่ภูมิภาคด้วยวิธีไหน ด่านประตูกรุงเทพฯ อยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เรารองรับการคมนาคมตรงนี้ไว้อย่างไร วันนี้ยังไม่มีระบบครับ ยังขึ้นแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport link) มาลงครึ่งทาง แล้วต่อรถไฟฟ้าก็ไม่ได้ ก็ต้องมาไล่ต่อแท็กซี่ วันนี้แท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นปัญหา รถเมล์ รถไฟก็ใช้ไม่ได้ รถไฟฟ้าจะเชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับท่าอากาศยานดอนเมืองก็ไม่รู้จะให้ ใครทําต่อ ถ้าภารกิจของการท่องเที่ยวนําไปสู่อย่างนี้ ผมคิดว่าเราก็สามารถเปิดประตู ด้านการท่องเที่ยวเพื่อรับรายได้มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของเราได้อีกมาก
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านเศรษฐกิจไปครับ เรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นเชิงอนุรักษ์ และบางครั้งการอนุรักษ์ ก็ทําให้การท่องเที่ยวหดสั้นเข้า ผมตื่นเต้นดีใจที่มีการปราบปรามการบุกรุกป่าโดยกลุ่มที่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ดีใจครับที่รัฐเอาจริงเอาจัง และถือว่าเรื่องการทําลายธรรมชาติ เป็นเรื่องการทําลายชาติ แต่ก็เสียใจทุกครั้งเมื่อเห็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกแล้วถูกสร้างเป็นโรงแรม ถูกสร้างเป็นอาคารอย่างสวยงาม ขณะเดียวกันเราบุกเข้าไปเพื่อทุบทิ้งอย่างเดียว ถามว่าเราทุบทิ้งอย่างเดียวแล้วเราเอาป่านั้นคืนมาได้ไหม หลายประเทศเขาบอกว่าการฟื้นฟู สภาพป่าที่ดีที่สุดก็คืออย่าไปยุ่งกับป่าเขา แต่ประเทศไทยเราใช้นโยบาย ๓๐ ปีครับ เน้นหนัก การปลูกป่า บางป่าประสบความสําเร็จก็ต้องสรรเสริญนะครับ แต่โดยหลักแนวทางของ การรักษาป่าที่แท้จริงก็คือการอย่าไปยุ่งกับป่ามากนักธรรมชาติเขาจะฟื้นฟู ขณะเดียวกันวันนี้ เรามีพื้นที่ป่ามากที่โดนบุกรุก แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากธุรกิจการท่องเที่ยว แล้วเรา ก็จะเข้าไปทุบโรงแรม รีสอร์ต (Resort) ในการท่องเที่ยวอีกเยอะแยะ วันนี้ฝากการท่องเที่ยว ไปดูกรณีภูเก็ตที่เกิดขึ้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาก แล้วก็ขัดแย้งระหว่างการท่องเที่ยวกับ การอนุรักษ์ แต่ที่ผมจะเสนอกับท่านก็คือในบางพื้นที่ที่เราประสบความเสียหาย และไม่สามารถฟื้นได้ในระยะเวลาอันสั้นกลายเป็นพื้นที่ที่สร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นมามากมาย ผมคิดว่าแนวทางที่ดีที่สุดวันนี้คงไม่ใช่ทุบทิ้งครับ แนวทางที่ดีที่สุดก็คือต้องใช้กฎหมาย ว่าด้วยกรรมสิทธิ์ ใครที่ไปปลูกสร้างอะไรก็ตามในที่ดินของผู้อื่น สิ่งปลูกสร้างนั้นตกเป็น เจ้าของที่ดิน ที่ดินของรัฐตกน้ําไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ใครไปสร้างรีสอร์ต (Resort) อยู่ในที่ดินหลวง ในที่ป่าสงวนตกเป็นของรัฐหมด ไม่ต้องทุบทิ้งนะครับ ถือว่าเป็นของรัฐทั้งหมด รัฐเขาจัดการ แล้วก็จัดการในฐานะเป็นเจ้าของเอง ใครจะอยู่ต่อมาทําข้อตกลงกับรัฐ ในเรื่องของการที่จะจ่ายค่าบํารุงรักษารวมทั้งฟื้นฟูสภาพธรรมชาติคืนขึ้นมา ใครผิดเงื่อนไข ก็เลิกสัญญา ผมว่าในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้การสร้างน่าจะดีกว่าการทําลายทิ้ง เพราะฉะนั้นขอฝากคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจไปด้วยนะครับ คิดการท่องเที่ยวควบคู่กับเศรษฐกิจไป ยังมีอีกหลายแปลงในประเทศนี้ที่รอการทุบทิ้ง แล้วต้องเอาคืนมาเป็นของรัฐ อย่างเช่นที่เพื่อนสมาชิกของเราต่อสู้เรื่องอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ที่จังหวัดภูเก็ต ผมเข้าใจว่าพื้นที่ที่เป็นอุทยานแห่งชาติสิรินาถประมาณสัก ๖,๐๐๐ ไร่เป็นพื้นที่ ที่เหลือเป็นป่าสัก ๒,๐๐๐ ไร่ หายไป ๔,๐๐๐ ไร่ หายไป ๔,๐๐๐ ไร่เขาบอกแน่ ๆ ว่าสัก ๑,๐๐๐ ไร่ ผิดกฎหมายแน่ ส่วนจะเป็นสีเทา ๆ อีกสัก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ไร่ แต่ถ้ามีการเบียดเบียน กฎหมายนิดเดียวที่ดินของรัฐก็จะหายไป ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ไร่เฉย ๆ กลายเป็นของเอกชน ถ้าเข้าไปดูจริง ๆ รัฐเราจะได้มหาศาล มีคนไปลงทุนไว้ให้รัฐเสร็จแล้วในป่าเหล่านั้นผมว่า หลายหมื่นล้านบาท ถ้าทุบทิ้งก็ได้ครับ แต่ถามว่าคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจไปคิดต่อยอดให้เขาหน่อยว่าตึกที่สร้าง โรงแรมที่สร้าง บ้านพัก รีสอร์ต (Resort) ที่สร้างทั้งหมดเป็นหมื่นล้านบาทท่านจะสนุกเล่นกับการทุบทิ้งและปลูกต้นไม้มาทดแทน และท่านเชื่อไหมว่าคนของเราจะไปปลูกต้นไม้ได้ และป่าจะคืนมาได้ แต่ถ้าท่านอยู่เฉย ๆ ครับ รีสอร์ต (Resort) ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นจะตกเป็นของรัฐทันที คนที่ครอบครองอยากจะ สู้กับรัฐก็เชิญครับ ติดคุกหมดทุกคนละครับ แต่ถ้าไม่สู้กับรัฐ มาทําความตกลงกับรัฐก็ได้ครับ ลงทุนไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทจ่ายให้รัฐไหม ขอเก็บค่าเช่าปีละสัก ๑,๐๐๐ ล้านบาท มีหน้าที่ ปลูกป่ากี่ต้น ปลูกต้นไม้กี่ต้น รักษาแนวเท่าไร รัฐก็จะได้มา และที่เหล่านั้นก็จะถูกปรับปรุง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่กับธรรมชาติได้จริง ๆ คนอยู่กับป่าได้ครับ ประชาชนก็อยู่กับป่าได้ ถ้าเขามีหน้าที่หวงรักษาป่า ผมเห็นพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวประมงอยู่ในป่าโกงกางเขาอยู่ มาเป็นร้อยปีครับ ป่าโกงกางไม่เคยถูกบุกรุก เพราะเขาหากินกับธรรมชาติที่อยู่ในป่าโกงกาง คนที่สร้างรีสอร์ต (Resort) อยู่ในป่าเขาก็อยากหากินอยู่กับป่า ถ้ารัฐควบคุมเขาได้แล้วเอามา เป็นของรัฐผมคิดว่าเราก็จะเอาการท่องเที่ยวอยู่กับธรรมชาติได้ และสอนคนให้รู้จักกับ การท่องเที่ยวกับธรรมชาติ ๒-๓ ประเด็นฝากท่านไป แล้วก็ภูมิใจในความหวังดี ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเท่านั้นที่จะพา ประเทศเราฟันฝ่าไปได้ในช่วงวิกฤติสั้น ๆ นี้ ส่วนการเกษตรจะสร้างความยั่งยืนและขาหยั่ง ให้กับประเทศอย่างประเทศไทยเราครับ ขอขอบพระคุณมากครับ