สมพงษ์ ชี้ปฏิรูปท่องเที่ยวเน้นโครงสร้างมากเกิน วิจัยซ้ำ-ไม่ลงมือทำ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๗ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

สมพงษ์ สระกวี วิพากษ์การปฏิรูปการท่องเที่ยวที่เน้นโครงสร้างและงานวิจัยโดยไม่ลงมือปฏิบัติ พร้อมเรียกร้องให้เปลี่ยนจิตสำนึกและมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โดยยกตัวอย่างการจัดเส้นทางจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่กรุงเทพฯ และการอนุรักษ์เรือพระที่นั่งที่ไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม

นายสมพงษ์ สระกวี

ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องการท่องเที่ยวนั้นก็ยังแปลกใจอยู่ว่า มีผู้อภิปรายน้อย ถ้าเวลาเกินไปนิดหน่อยขออภัยท่านประธานได้กรุณาด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วผมออกจะเห็นพ้องกับท่านกษิตอยู่ไม่น้อยนะครับว่าเวลาเราพูด เรื่องการปฏิรูปนั้นเราก็ดูเหมือนจะมองเห็นแต่เพียงเรื่องของจะปฏิรูปโครงสร้าง บริหาร การตั้งคณะกรรมการ การทําแผน แนวทาง เสร็จแล้วก็ตั้งหน่วยงานตั้งแต่เรื่องสถาบันกีฬานั่น มาแล้ว บัดนี้ก็ดูเหมือนจะตั้งคณะกรรมการพัฒนาท่องเที่ยว แล้วก็เริ่มพูดถึงเรื่องวิสัยทัศน์ พูดถึงทิศทาง แนวนโยบาย ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรานั้น ทํามาหากินมีรายได้เข้าประเทศกับการท่องเที่ยวมานานเป็นสิบ ๆ ปี หากินอยู่กับสิ่งนี้ จนกระทั่งใครก็มองเห็น จนกระทั่งนํามาสู่การจัดตั้งเป็นกระทรวงเข้าไปแล้ว มีกรม มีปลัดกระทรวง มีโครงสร้างเกินพอครับท่านประธาน แต่กระนั้นก็ตามเมื่อถึงวันที่เราจะ ปฏิรูปประเทศและมองเห็นความสําคัญของการท่องเที่ยวนั้น เราก็ดูเหมือนจะบอกว่า ยังไม่พอนะครับ จะต้องคิดโครงสร้างคณะกรรมการบูรณาการการท่องเที่ยวขึ้นมาอีก จะต้อง จัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติขึ้นมาอีก เมื่อมีแห่งชาติแล้ว ก็ต้องมีแห่งภูมิภาค มีแห่งภูมิภาคแล้วต้องมีกรรมการระดับจังหวัด คิดอย่างอื่นไม่ออกเลย หรือครับท่านประธาน คิดกันแต่โครงสร้าง คิดกันแนวนโยบาย และที่ให้หล่อไปกว่านั้น ผมเห็นเลย และผมมีประสบการณ์ของผมโดยตรงคือต้องมีการวิจัยเรื่องการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ การพูดถึงการท่องเที่ยวและพูดถึงวิจัยไม่หล่อได้อย่างไรครับ อะไร ๆ ก็ต้องศึกษาวิจัย แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานโดยเฉพาะท่านประธาน กรรมาธิการเลยว่าผมเคยอยู่ในสภาที่เรียกว่าวุฒิสภา แล้วก็เป็นประธานกรรมาธิการ งบประมาณอยู่หลายปี ทุกปีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องเสนองานวิจัยขึ้นมา ของบประมาณงานละ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท วิจัยตั้งแต่ทัศนคติชาวต่างชาติ วิจัยตั้งแต่เรื่องส้วม เรื่องอะไรสารพัด วิจัยทุกปี ปีหนึ่งหลายสิบโครงการ ใครจะไปกล้าเถียง ล่ะครับเรื่องวิจัย มันดูหล่อนะครับ นี่วันเวลาผ่านไปเป็น ๑๐ ปีราวกับประเทศนี้ จะต้องวิจัยกันอีกเยอะเลย แต่วิจัยแล้วขึ้นหิ้ง วิจัยแล้วไม่ได้เอามาปฏิบัติ วิจัยว่า ขอให้ผ่าน ๆ ไป ใช้งบประมาณแผ่นดินด้วยหัวข้อหล่อ ๆ ท่านประธานครับ นี่อย่างไรครับ เรื่องที่เราต้องปฏิรูป ท่านประธานครับ แท้ที่จริงแล้วการปฏิรูปการท่องเที่ยวที่สําคัญที่สุดนั้น ที่ผมคิดว่าน่าจะฝากไว้ก็คือการปฏิรูปความมุ่งมั่นจิตสํานึกและเจตจํานงของประเทศนี้ ที่จะทําให้ประเทศของเรานั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นเลิศของโลก ปฏิรูปที่จะให้รัฐบาล หรือทุกคน ทุกองคาพยพในประเทศนี้มีความทะเยอทะยานที่จะกําหนดชะตากรรมอนาคต การท่องเที่ยวของประเทศเราให้เป็นเลิศให้จงได้ ถ้าเราเริ่มต้นเช่นนี้ท่านประธานครับ โครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบันผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าพอและเกินพอ ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ หน้าประตูบ้านประเทศเราคือการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ มาจนถึงพระนคร ประเทศอื่น ๆ พวกเราหลายคนคงเที่ยวประเทศสิงคโปร์เป็นว่าเล่น เส้นทางเข้าสู่ประตูบ้านของเขาร่มรื่นไปหมด ของเราจัดการกันไม่ถูก ทํากันไม่ลงตัว ไม่รู้ว่าจะเนรมิตเส้นทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาถึงในพระนครให้ร่มรื่น ให้มีดอกไม้ นานาพันธุ์ ให้มีต้นไม้ร่มรื่น ทําไม่ได้ครับ แล้วบอกว่าเราเป็นประเทศท่องเที่ยวที่สวยงาม ประตูทางเข้าบ้านคุณยังไม่สนใจเลยและยังจัดการไม่ได้ ต้องออกกฎหมายอีกกี่ฉบับล่ะครับ ที่จะโบ้ยบอกว่าเรื่องนี้ของสนามบินเขา เรื่องนี้ของ กทม. เรื่องนี้ของกรมทางหลวง เรื่องนี้ ของโน่น ของนี่ ของนั่น ก็มีปัญหาไปทุกจุดละครับ จะออกกฎหมายอีกกี่ฉบับล่ะครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าจะหน่วยงานใดก็ตามถ้ามีเจตจํานง มีความมุ่งมั่น มีความทะเยอทะยานที่จะ ทําให้ชาติบ้านเมืองเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นเลิศของโลก ประตูทางเข้าบ้านจะต้องสวยสด งดงาม จะต้องน่าดู จะต้องร่มรื่น แมกไม้นานาพันธุ์ต้องเขียวสดใสขจี เราคิดได้นะครับ เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เวลาพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวผมก็ดูลอย ๆ นะครับ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ๆ พวกผมตื่นเต้นมากเลยเวลามีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คนไทยด้วยกันนานทีปีหนจะได้มีเวลาไปแทรกตัวดูเรือพระที่นั่งทางชลมารคซึ่งเป็นเลิศ เป็นหนึ่งของโลกใบนี้ ประเทศอื่นเขาก็ไม่มี ประเทศเราขบวนพยุหยาตราปรากฏว่า เรือพระที่นั่งอยู่ที่ไหนครับ ไปกองอยู่ที่ไหนครับ ชาวต่างประเทศได้มีโอกาสมาดูไหมครับ คนไทยได้ดูไหมครับ แค่ทําพิพิธภัณฑ์กองเรือพระที่นั่งให้โอ่โถง สง่างาม ใหญ่โต แล้วจําลองภาพพิธีทางชลมารคให้ชาวต่างชาติมาเมื่อไรได้ดูเมื่อนั้น เก็บสตางค์ได้ด้วย ปรากฏว่าไปอยู่กับกองทัพเรือกระมังครับ อยู่กรมอู่ทหารเรือ ซ่อมจอดอยู่ดูไม่ได้เลย ทางเข้าเป็นสลัม (Slum) คนไทยก็ไม่ไปดูทั้ง ๆ เป็นความภาคภูมิใจ ต่างชาติก็ไม่ได้เห็น เก็บสตางค์ไม่ได้อย่างนี้ครับ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ของดีเรามีตั้งเยอะตั้งแยะ ถ้าเป็นผม แค่รื้อฟื้นพิธีของพราหมณ์ โล้ชิงช้าของพราหมณ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยว ของประเทศมายาวนานมากแล้วครับ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กับโล้ชิงช้า เป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวมานานมากแล้ว ผมถามท่านประธานครับ ในชีวิตนี้ท่านได้ดู การโล้ชิงช้ากี่หน ไม่มี รื้อฟื้นได้ไหม ไม่ได้ ไม่คิดจะทํา ดูเหมือนจะเป็นบาปหรืออย่างไรไม่รู้ การรื้อฟื้นประเพณีดี ๆ ที่เป็นสิ่งเดียวในโลกที่มีอยู่ เป็นสัญลักษณ์ของประเทศด้วย ทําไม่เป็นหรือครับ พัฒนาไม่ได้หรือครับ สู้ตั้งคณะกรรมการบูรณาการการท่องเที่ยวดีกว่า ง่ายดี อย่างนี้หรือครับจะเป็นการปฏิรูปที่น่าภาคภูมิใจ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้อยู่ในการท่องเที่ยวเลย แต่ผมมองเห็นว่าในเมื่อผมตระหนักอยู่ ทางคณะกรรมาธิการเองก็ตระหนักอยู่ คนทั้งประเทศ ก็ตระหนักอยู่ ว่าในวันยางถูก ข้าวถูก อะไรถูกนั้น เรายังขายการท่องเที่ยว ยังพอได้ชดเชย เราภาคภูมิใจที่มีชาวต่างชาติมาเที่ยว แต่ก็ดีแต่ภาคภูมิใจ ทางเข้าบ้านก็ดูไม่ได้ แหล่งท่องเที่ยว ก็ไม่ได้คิดครีเอต (Create) อะไรขึ้นมาใหม่ ของดีก็ถูกหมักหมมทิ้งไว้ ประเพณีอันดีงาม ก็ไม่ได้รื้อฟื้น ชาวต่างชาติจะดูโขน คนอื่นเขามีโรงละครแห่งชาติ ของเราโรงละครแห่งชาติ ก็ร้าง คิดกันเรื่องท่องเที่ยวอย่างไรครับ จะฝากความหวังไว้กับการปฏิรูปที่ท่านอุตส่าห์คิด เรื่องการปฏิรูปการท่องเที่ยวลงลึกลงไปในรายละเอียดอันเป็นความภาคภูมิใจ อันเป็น จิตสํานึก อันเป็นเจตจํานง และเป็นความทะเยอทะยานของชาตินี้ที่เรียกว่าประเทศไทย ที่จะทําการท่องเที่ยวของเราให้เป็นเลิศให้จงได้ หัวใจน่าจะอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน แต่เอาเถอะครับ ในเมื่อคิดได้แต่เรื่องกรรมการนโยบาย กรรมการบูรณาการ เพราะว่า ผมได้ยินเรื่องนี้เยอะมากนะครับ ยุทธศาสตร์ พัฒนา หลายร้อยตัวที่จะเจอ แล้วก็เจอ จนกระทั่ง ๒ กระทรวงนี้นะครับท่านประธาน ยังตกลงกันไม่ได้เลยครับว่าจะใช้โลโก้ (Logo) ช้าง ๓ เศียร หรือโลโก้ (Logo) สุพรรณหงส์ อยู่ในกระทรวงเดียวกันยังตีกันอยู่เลยครับ จําเป็นต้องใช้ ๒ และท่านประธานลองคิดดู ขออนุญาตนอกเรื่องนิดเดียวครับ ปรากฏว่า พวกอธิบดี อธิบดีคนหนึ่งมาจากกรมพลศึกษา ก็ถูกดูหมิ่นหาว่าพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง อธิบดีคนหนึ่งก็มาจากกรมการท่องเที่ยว ขนาดในกระทรวงเดียวกันจะสลับอธิบดีกันแทบยาก เพราะมากันคนละสาย เขาเรียกว่าสายงานหรือสายความถนัดที่ต่างกัน อะไรทํานองนี้ครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมก็มุ่งหวังเห็นการปฏิรูปจะใส่ไว้ตรงไหนท่านประธาน กรรมาธิการช่วยใส่ก็แล้วกันครับว่าให้เป็นรูปธรรม ว่าได้ใส่จิตวิญาณ เจตจํานง ความมุ่งมั่น ลงไปให้ไม่น้อยกว่าเรื่องของโครงสร้าง เพราะโครงสร้าง ภารกิจของประเทศระดับที่ถูกยกขึ้น เป็นกระทรวงแล้วก็ถือว่าโครงสร้างไม่ธรรมดาแล้วละครับ ขอขอบพระคุณครับ