กษิต ภิรมย์ ทักท้วงการตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเห็นว่าควรเน้นการปฏิรูประบบพลังงานอย่างจริงจัง ลดการผูกติดกับพลังงานฟอสซิล และเร่งขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนเพื่อความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวแทนการแก้ปัญหาราคาชั่วคราว
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. เบอร์ ๗ ก่อนอื่นเพื่อประโยชน์ของเพื่อน ๆ ในนี้ครับ ขอเท้าความสักนิดหนึ่ง ที่จริงท่านรองประธานอลงกรณ์หรือว่าประธานที่ประชุม ณ วันนี้ก็เคยเป็นผู้รับผิดชอบ ทางด้านพลังงานของพรรคที่ท่านเคยสังกัดอยู่ เพราะฉะนั้นท่านก็เป็นคนที่รอบรู้คนหนึ่ง ผมก็หวังว่าสิ่งที่ผมจะพูดคงจะได้รับการสนับสนุน จากท่านเพื่อไปช่วยในการที่จะให้มีการปฏิรูประบบพลังงานของประเทศไทยอย่างแท้จริง แล้วก็จริงจังนะครับ ทุกครั้งที่มีการเสนอเรื่องปฏิรูปหนึ่งใดในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมาผมก็ หวาดระแวงทุกครั้ง และผมก็ได้กล่าวหลายครั้งว่าไม่น่าจะใช้เวที สปท. นี้เป็นที่ออก พระราชบัญญัติเพื่อจะขยายหน่วยราชการ ตั้งหน่วยงานใหม่ แล้วสิ่งที่เรากําลังประสบ ณ วันนี้เช้านี้ ร่าง พ.ร.บ. กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ก็เป็นไปในทํานองนั้นอีก ผมก็ อยากจะขอทักท้วงไว้ว่าเราไม่ได้มาปฏิรูปพลังงานเพื่อจะมาตั้งหน่วยงาน เราต้องการที่จะ ปฏิรูปแล้วก็ขับเคลื่อนเรื่องพลังงานเพื่อให้มีการปฏิรูปเรื่องพลังงานอย่างจริง ๆ จัง ๆ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แล้วก็สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยแล้วก็ของโลกด้วย ผมคิดว่าการที่จะเปลี่ยนสภาพของพระราชกฤษฎีกาให้มาเป็น พ.ร.บ. เป็นงานง่าย ๆ ใช้ศัพท์ชาวบ้าน เป็นงานหมู ๆ ของ คสช. ครม. หรือแม้กระทั่งกระทรวงพลังงานสามารถจะ ดําเนินการได้ ไม่ต้องมาเสียเวลาในการที่จะต้องมาพิจารณากัน ณ ที่นี้ และนี่ก็เหมือน เป็นงานชิ้นเดียวท่ามกลางงานพลังงานที่จะต้องมีการปฏิรูปอย่างใหญ่หลวง แล้วก็เป็น เรื่องสําคัญของประเทศไทยแล้วก็ของโลก ณ วันนี้ แล้วเราก็เอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นมาก่อน แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะฟังมากกว่าแล้วก็อยากจะร่วมพิจารณาทํางานด้วยก็คือเราจะขับเคลื่อน การปฏิรูปเรื่องพลังงานของประเทศอย่างไร เพราะว่าบริบทของประเทศไทยและของโลก ก็เปลี่ยนแปลงไป การที่จะมีกองทุนเชื้อเพลิงอันนี้ก็หมายความว่าเรายังยึดติดผูกติดกับ น้ํามันแล้วก็แก๊สธรรมชาติ หรือภาษาอังกฤษใช้คําว่าฟอสซิลเอเนอร์จี (Fossil energy) ขณะที่การประชุมที่กรุงปารีสเมื่อเดือนธันวาคมที่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ก็ได้ไปร่วมด้วย มีข้อตกลงออกมา แล้วผมก็ได้กล่าวไปแล้วในที่ประชุมนี้เป็นพันธกรณีที่เราจะต้องลด การใช้น้ํามันแล้วก็แก๊สธรรมชาติเพื่อช่วยในการลดโลกร้อน แล้วเราก็ต้องมุ่งไปในทิศทาง ของการที่จะเพิ่มการวิจัยค้นคว้าแล้วก็การใช้พลังงานทดแทนและหมุนเวียนที่ประเทศไทย มีมากมายมหาศาล แสงแดดแทบจะทั้งวัน ลม คลื่นทะเล พืชไร่ต่าง ๆ แม้กระทั่ง สาหร่ายน้ําจืดและสาหร่ายทะเลก็สามารถที่จะนํามาเป็นเชื้อเพลิงได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราจะ ปฏิรูปพลังงานเราก็ต้องไปในทิศทางนี้เพราะเป็นพันธกรณีระหว่างประเทศที่เราจะต้อง หนีน้ํามันกับแก๊สธรรมชาติ แล้วในขณะเดียวกันเราต้องใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรามีที่ผมได้ กล่าวไว้แล้ว และเราก็ลดการพึ่งพาน้ํามันจากตะวันออกกลาง แก๊สจากประเทศพม่า แล้วก็ ไฟฟ้าจากเขื่อนของ สปป. ลาว และประเทศพม่า อันนี้เป็นพันธกรณีต่อสังคมเราเองแล้วก็ ต่อเพื่อนบ้านเพราะเราไม่ต้องการไปทําลายสิ่งแวดล้อมของเรา และเราก็อยู่ในสถานะผมก็ คิดว่ามีขีดความสามารถที่จะเร่งมุ่งไปในทิศทางของการมีพลังงานหมุนเวียนแล้วก็ทดแทน เราก็ต้องหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดในการที่จะผูกติดกับพลังงานขาประจําคือน้ํามันแล้วก็แก๊ส ขณะเดียวกันราคาน้ํามันทั้งโลกก็ตกมาจาก ๑๐๐ เหรียญต่อบาร์เรล เหลือประมาณสัก ๓๐ เหรียญต่อบาร์เรล แล้วตอนนี้ประเทศอิหร่านก็ไม่ถูกคว่ําบาตรแล้ว ก็หมายความว่า จะมีน้ํามันทะลักออกมาจากตลาดโลกอีกมากมาย เศรษฐกิจของโลกโดยทั่วไปยังไม่เจริญเติบโต เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะใช้น้ํามันกับแก๊สมากขึ้นก็คงจะไม่เป็นที่คาดหวัง ราคาน้ํามันก็อยู่ต่ํา ประมาณ ๓๐-๔๐ เหรียญต่อบาร์เรลไปอีกหลาย ๆ ปีข้างหน้า ประเด็นก็คือว่าจะมีน้ํามันถูก ณ วันนี้ประเทศไทยแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรัฐวิสาหกิจด้วยอย่างน้อยก็ ๒ แห่งด้วยกัน คือ ปตท. แล้วการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้นจะสร้างเสถียรภาพหรือให้มีความมั่นคงทางด้าน พลังงานอย่างไร ผมขอใช้คําว่า เอเนอร์จีเซคิวริตี (Energy security) แต่ว่าการตั้งกองทุน เป็นเรื่องเสถียรภาพของราคา แต่ผมเป็นประชาชนชาวไทยผมก็อยากจะรู้ว่าผมจะมี น้ํามัน มีแก๊สสํารอง มีพลังงานทดแทนที่จะมั่นคงไปอีก ๑๕ ปี ๒๐ ปีข้างหน้าอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ํามัน แก๊สถูกลง แม้กระทั่งถ่านหินที่อาจจะจําเป็นต้องใช้ เราก็ต้องหา ความมั่นคงทางด้านเชื้อเพลิงเป็นอันดับแรก ไม่ใช่หาความมั่นคงหรือเสถียรภาพทางราคา มันก็หัวมังกุท้ายมังกร เป็นการจัดลําดับความสําคัญหรือที่เรียกว่าไพรออริตี (Priority) ที่อาจจะผิดประเด็น ยิ่งของถูกก็น่าจะกว้านซื้อเข้ามาเก็บไว้ให้มากเพื่อเราจะได้มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ ในยามที่น้ํามันอาจจะขึ้นไปเป็น ๗๐ เหรียญอีก ๑ ปี ๒ ปีเราจะได้ระบาย ออกมาได้ใช่หรือไม่ ก็ไม่จําเป็นที่ว่าจะต้องซื้อน้ํามัน แก๊สเข้ามากองไว้ที่ประเทศไทยเรา เราอาจจะมีคลังแสงไม่พอ ก็มีเรือบรรทุกไปลอยทะเลก็ได้ หรือเราจะไปซื้อแล้วก็เก็บไว้ใน ประเทศต่าง ๆ ก็ได้ เพื่อจะมาใช้ในยามยาก ผมก็อยากจะให้วิธีคิดใหม่ในเรื่องที่จะปฏิรูป พลังงาน แล้วก็ในข้อตกลงที่กรุงปารีสเป็นพันธกรณีระหว่างประเทศ ก็บอกแล้วว่ามีแนวคิด ถ้าเผื่อถึงแม้ว่าน้ํามันจะถูก สมมุติว่าเหลือลิตรละ ๒๐ บาท แต่ถ้าเผื่อคุณใช้มากแล้วก็มี ผลกระทบต่อโลกร้อนแล้วก็ไปเก็บค่าทําลายสิ่งแวดล้อมหรือค่าที่ทําให้โลกร้อน อันนั้นเป็น เทรนด์ (Trend) เป็นแนวโน้มที่กําลังจะเกิดขึ้นทั่วโลก เราก็ต้องไปคิดอย่างนั้นนะครับ อุตสาหกรรมอะไรที่ใช้พลังงานฟุ่มเฟือยมากก็ต้องเสียค่าโลกร้อน อะไรที่จําเป็นต่อชีวิตประจําวัน ก็ไม่ต้องเสีย ผมคิดว่าการปฏิรูปพลังงานต้องไปคิดในเรื่องทํานองต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่มาตั้ง หน่วยงานขึ้นมาใหม่ เงินตั้ง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะบอกว่าการเมืองไม่มาแทรกแซง ก็อาจจะเป็นความหวังที่ดี แต่ว่าเมื่อท่านเอารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมาเป็นประธาน ท่านพูดตอนต้นว่าไม่เอาการเมือง แต่ว่าตอนท้ายในร่าง พ.ร.บ. ท่านบอกว่าต้องเอารัฐมนตรี เข้ามา เมื่อสักครู่นี้ท่านนิกร จํานง เพื่อนสมาชิกของผมก็ได้พูดไปแล้ว ท่านจะเอาอย่างไร ไม่ให้เอาการเมืองออกไป ก็ต้องไม่ให้เอาการเมืองออกไป แต่ว่าประเด็นของการที่ว่า ยังจะต้องมีกองทุนเชื้อเพลิงอยู่หรือไม่ช่วยเพื่อจุดประสงค์อันใด ก็มีหลาย ๆ ท่านได้พูด ไปแล้วว่าจะสร้างเสถียรภาพของราคา มีความจําเป็นเมื่อราคาตก ผมเป็นห่วงว่าเมื่อขึ้นสูงขึ้น แล้วขาดแคลนเราจะทําอย่างไร แล้วผมขอย้ํานะครับ การปฏิรูปหรือการจะมีนโยบาย แห่งชาติว่าด้วยเรื่องพลังงานนั้นเราต้องหนีน้ํามันแก๊สแล้วก็ถ่านหิน แล้วก็ไปโยงกับสิทธิชุมชน ที่เราก็ได้อภิปรายกันมากมายในร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นของท่านมีชัย ก็เกี่ยวโยงกัน แล้วก็เกี่ยวโยงกับโลกร้อน ผมก็ขอเสนอประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้มา แล้วถ้าเผื่อเป็นไปได้ ก็ส่งเรื่องไปให้รัฐบาลทางวาจาก็ยังได้ ไม่ต้องมาลงมติที่นี่ให้เสียความรู้สึกกันเปล่า ๆ แล้วก็หันกลับมาใช้เวลากันในการที่จะปฏิรูปเรื่องพลังงานอย่างจริง ๆ จัง ๆ ที่ประชุมที่นี่ ไม่ใช่เป็นสนามเพื่อให้ข้าราชการประจํา อดีตข้าราชการประจํามาสร้างอาณาจักรของตนเอง ผมไม่ต้องการให้รัฐไทยประชารัฐของเราเป็นรัฐแห่งระบบราชการแล้วก็แฝงมาในเรื่องของ การปฏิรูป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ