มนู เลียวไพโรจน์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการเก็บและคืนอย่างเป็นธรรม โดยยกตัวอย่างความสำเร็จจากกองทุนอ้อยและน้ำตาล พร้อมเสนอให้กองทุนมีสถานะเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการเงิน ดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ไม่ถูกแทรกแซง และอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยกำหนดทบทวนโครงสร้างทุก 3 ปีเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ และท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่าน กระผม นายมนู เลียวไพโรจน์ สปท. ลําดับที่ ๑๑๕ นะครับ ผมขออนุญาตเรียน ตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะครับว่ากระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องมีกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง สําหรับประเทศไทยเรา ในอดีตนั้นเราก็มีกองทุน แต่ว่ากองทุนนั้นบางครั้งดําเนินการไป ในลักษณะที่ไม่ค่อยตรงกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติ นั่นก็คือในเรื่องของการรักษา เสถียรภาพ ของเดิมนั้นใช้ไปทางด้านอื่นนอกเหนือจากการที่เก็บมา อาทิเช่น ในเรื่องของ การเก็บจากราคาน้ํามันแล้วก็ไปชดเชยราคาก๊าซ ไปชดเชยน้ํามันดีเซล ลักษณะนี้ เป็นลักษณะที่เก็บจากสินค้าหนึ่งแล้วก็ไปชดเชยอีกสินค้าหนึ่ง ตรงนี้เกิดความที่เรียกว่า ไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เสียเงินทางด้านนี้ไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับน้ํามัน แล้วก็ไปชดเชย ก๊าซแอลพีจี (LPG) ก๊าซหุงต้มต่าง ๆ ทําให้ตลาดบิดเบือน มีคนใช้ก๊าซแอลพีจี (LPG) จนมากมายก่ายกองทําให้ตลาดไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ตรงนี้ผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ชัดเจนในแง่ที่ว่าเก็บจากใครก็คืนให้กลุ่มนั้นไป คือเก็บจากผู้ใช้น้ํามันก็จะต้องไปใช้รักษา เสถียรภาพของน้ํามันเชื้อเพลิงนะครับ อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากและกระผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง ผมขอเรียนว่าการมีกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ มากกว่าผลเสีย ผมขออนุญาตเรียนถึงเรื่องของกองทุนอื่นที่มีอยู่แล้วและเป็นกองทุนที่ประสบ ความสําเร็จและใช้มาประมาณ ๓๑ ปีแล้ว นั่นก็คือกองทุนอ้อยและน้ําตาล กระผมขออนุญาต เรียนท่านเพียงนิดเดียวเท่านั้นนะครับว่ากองทุนนี้มีลักษณะคล้ายกับกองทุนที่กําลังจะเสนอ แต่ว่าใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ เป็นกองทุนอ้อยและน้ําตาล ในขณะนั้นประเทศไทยเรา ส่งออกน้ําตาลเป็นอันดับท้าย ๆ ของโลก และประเทศที่เป็นอันดับหนึ่ง คือประเทศบราซิล ประเทศออสเตรเลีย สหภาพแอฟริกาใต้ และอื่น ๆ รวมทั้งประเทศฟิลิปปินส์ก็อยู่เหนือ ประเทศไทยในปี ๒๕๒๗ แต่ ณ ปัจจุบันด้วยกองทุนอ้อยและน้ําตาลทําให้ประเทศไทยเรา เป็นผู้ส่งออกน้ําตาลเป็นอันดับ ๒ ของโลกรองจากประเทศบราซิล นั่นก็คืออานิสงส์ของ การมีกองทุนอ้อยและน้ําตาลเพื่อรักษาเสถียรภาพของอ้อยและน้ําตาลของประเทศ และราคาต่างประเทศด้วย นั่นก็คือสิ่งที่ผมคิดว่ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงที่กําลังเสนอนี้ชัดเจนและเหมาะสมที่สุด แล้วผมเรียนได้เลยว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากนะครับ
ประเด็นสําคัญที่สุดที่ผมเห็นด้วยก็คือในเรื่องของกองทุนมีสถานภาพเป็น นิติบุคคล ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับน้ํามันเชื้อเพลิง เกี่ยวข้องกับวงการปิโตรเลียม และเกี่ยวข้องกับผู้ที่ดูแลทางด้านงบประมาณ ทางด้านการเงิน และทางด้านอื่น ๆ ที่อยู่ในแวดวง ผมคิดว่าบุคคลเหล่านี้ละครับจะเป็นผู้ที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และผมเชื่อครับว่ากองทุนนี้ถึงแม้ว่าจะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่ถ้าหากว่าดําเนินการ โดยมีจริยธรรมแล้วจะเป็นกองทุนที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากครับ
ในเรื่องนี้ร่างพระราชบัญญัติกําหนดอีกอันหนึ่งที่ผมเห็นด้วยแล้วก็ดีมากเลย ก็คือว่ามีความยืดหยุ่นพอสมควร คือในตอนหนึ่งที่มีการกําหนดให้มีการทบทวน พระราชบัญญัติในแง่วัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติ ภารกิจ บทบาท และส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกองทุนนี้สามารถที่จะมีการทบทวนได้ภายในระยะ ๓ ปี ทุก ๆ ๓ ปี จะมีการทบทวน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งแล้วก็จะเกิดประโยชน์เพราะเหตุว่า สถานการณ์ต่าง ๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในช่วงระยะ ๓ ปีอาจจะมี การเปลี่ยนแปลงไปในทางใดทางหนึ่งซึ่งสามารถที่จะทบทวนได้ อันนี้ก็เป็นการเปิดโอกาส ที่ชัดเจนที่สุด และผมขอเรียนว่าการที่กองทุนมีสถานภาพในลักษณะนี้จะไม่อยู่ภายใต้ การควบคุมของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่อยู่ภายใต้การแทรกแซงของบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการ เพราะเหตุว่า เป็นการดําเนินการในรูปของคณะกรรมการแล้วก็เป็นนิติบุคคล การที่เป็นนิติบุคคลอย่างนี้ จะเกิดประโยชน์อยู่อย่างหนึ่งก็คือว่าถ้ากองทุนต้องการเงินสามารถที่จะไปกู้เงินสถาบันได้ด้วย นี่เปิดโอกาสให้ทําไม่ดีใช่ไหม ความจริงไม่ใช่ครับ นั่นก็คือตัวอย่างสําคัญ กองทุนอ้อย และน้ําตาลมีความมั่นคงตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ จนถึงปัจจุบันนี้ ๓๑ ปีนะครับ ไปที่ไหน ธนาคารทุกธนาคารสามารถให้กู้ได้เพราะ ๑. คือความมั่นคงของกองทุน ๒. มีความเชื่อมั่นว่า รายได้จากกองทุนนั้นมาจากไหน รายจ่ายมาจากไหน มีความชัดเจนของกองทุน เพราะฉะนั้นสามารถที่จะให้บุคคลทั่วไปได้รับทราบ เมื่อเป็นดังนี้แล้วกองทุนนี้จะมี สถานภาพที่มั่นคงแล้วก็ได้รับความเชื่อถือจากบุคคลภายนอก และสุดท้ายกองทุนนี้ ยังได้รับการตรวจสอบจาก สตง. ทุกปี นั่นก็เป็นเรื่องของการตรวจสอบบัญชี อันนี้ชัดเจน และการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นเรื่องสําคัญ แล้วถ้าหากว่ามีจริยธรรมที่ดี กองทุนนี้จะสามารถเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคตได้ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน