ธรรมศักดิ์ เสนอกองทุนพลังงานแทนน้ำมันเชื้อเพลิง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๗ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ เสนอให้เปลี่ยนชื่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกองทุนพลังงาน เพื่อรองรับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านพลังงานอย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณสำหรับงานวิจัยและนวัตกรรมพลังงานสะอาดในอนาคต

นายธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณที่ให้เวลา แล้วก็ขอรบกวน เวลาสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ คือผมอยากจะเสนอว่ากองทุนตามที่ร่างมานี้เป็นน้ํามัน เชื้อเพลิง แล้วท่านผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้พูดหลายเรื่องด้วยกัน แล้วท่านสมาชิกก็อธิบาย ให้เห็นแล้วว่าน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นอนาคตก็ริบหรี่ลงไปนะครับ อยากจะเสนอเปลี่ยนอย่างนี้ ได้ไหมครับว่าน่าจะเป็นกองทุนพลังงานได้ไหม เพราะพลังงานอาจจะเป็นเชื้อเพลิง หรือจะใช้ด้านอื่น ๆ ก็เหมือนกัน ก็อยากจะให้เปลี่ยนชื่อตรงนี้ จากนั้นอยากจะเรียนว่า การที่จะทําพลังงาน หรือทําเป็นกองทุนไว้นี้จะเป็นประโยชน์กับประเทศในหลาย ๆ ด้าน ด้วยกัน คือกระผมเองเป็นประธานอนุกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์ด้วย แล้วจะเห็นว่า มีเอกสารหลายอย่างที่นําเสนอในวันนี้ เช่นแผนยุทธศาสตร์ชาติก็พูดถึงเรื่องของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับพลังงานมากมายเหลือเกิน พลังงานวันนี้ ถ้าหากว่าไม่มีกองทุนหรือส่วนหนึ่งส่วนใดมาช่วยอุดหนุน การพัฒนาอนาคตของพลังงาน เพื่อประเทศก็จะสับสนแล้วก็ไม่มีความยั่งยืน ผมอยากจะเรียนว่าถ้าพลังงาน แหล่งพลังงานต่าง ๆ ที่เราจะค้นคว้าหามานี้ คือประเทศไทยนี่เล็กนะครับ เล็กเท่าประเทศฝรั่งเศสเท่านั้นเอง และเราก็ไม่ได้เป็นเจ้าอาณานิคมที่มีแหล่งพลังงานมากมาย ดังนั้นถ้าหากว่ากองทุนนี้ตั้งขึ้นมาแล้ว ก็สามารถเจียดเงิน หรือนําเงินที่มีอยู่ไปช่วยในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านพลังงาน ก็จะทําให้ประเทศไทยมีความมั่นคงมากขึ้นนะครับ ซึ่ง คสช. หรือแม่น้ํา ๕ สายก็เห็นชอบว่า เราควรจะวางแผนระยะยาว ๒๐ ปีเป็นช่วง ๆ ๕ ปี ดังนั้นการพัฒนาตรงนี้ต้องอาศัยทั้งคน นักวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่รู้เรื่องของพลังงาน รู้เรื่องพลังงานใต้โลกที่มีเทคโนโลยีการเจาะ อย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันก็มีแล้วแต่เราอาจจะซื้อไม่ได้ รู้เรื่องถึงการถ่ายทอดพลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยการส่งจานขนาดยักษ์มหึมาไปรีเฟลกซีฟ (Reflexive) สะท้อนแสงลงมาเมืองต่าง ๆ อันนี้ ก็เป็นเทคโนโลยีทั้งนั้น แต่ถ้าหากว่าไม่มีการพัฒนา ไม่มีกองทุนมาอุดหนุน เงินอุดหนุน นักวิจัย เหล่านี้ก็ทําไม่ได้ อย่างเช่นเทคโนโลยีที่ปรากฏอยู่แล้วคนไม่เลียนแบบเลยนะครับ ก็คือ ที่พระราชวังสวนจิตรลดา ก็มีการใช้ลิเทียมโบรไมด์ (Lithium bromide) ในการแปลงโฉม พลังงานความร้อนมาเป็นความเย็นในห้องรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกปี ลิเทียมโบรไมด์ (Lithium bromide) ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนํามาใช้มีใคร เลียนแบบไหมครับ ไม่มี แก๊สสิฟิเคชัน (Gasification) พัฒนาในหลายประเทศเพื่อไปเป็น พลังงานทดแทนก็ไม่มี เพราะการที่เราไม่มีเงินอุดหนุนให้นักวิจัยและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์มาผลักดันพลังงานมันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากนะครับ ถ้าหากว่าเราอุดหนุนจาก กองทุนอันนี้มาผลักดันนักวิทยาศาสตร์ และผลักดันวิธีการวิจัยให้พัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วโลกเพื่อใช้ประโยชน์ในประเทศไทย อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเสริมก็คือว่า เงินต้องการใช้มากเลยในการพัฒนาพลังงาน อย่างเช่นพลังงานฟิวชันนิวเคลียร์ (Fusion nuclear) ควรจะวางแผนไว้ไหมครับ ต้องวางแผนนะครับ เพราะ ๓๐ ปีต่อไปข้างหน้าพลังงานฟิวชัน นิวเคลียร์ (Fusion nuclear) ผมพูดฟิวชัน (Fusion) นะครับ เอฟยู (Fu) คือท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ที่นั่งอยู่คงรู้เรื่องดีอยู่แล้ว แต่ท่านสมาชิกที่นั่งข้างล่างอาจจะไม่ทราบมา ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เมื่อเดือนที่แล้วไทม์แมกกาซีน (TIME Magazine) ก็อธิบายถึงฟิวชันนิวเคลียร์ (Fusion nuclear) ให้กับสังคมได้รับทราบว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องการการลงทุน ณ ปัจจุบันฟิวชัน นิวเคลียร์ (Fusion nuclear) ก็ทําอยู่ที่ประเทศเยอรมนี ที่ประเทศแคนาดา ที่ประเทศอังกฤษ ที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วก็ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย ฟิวชันนิวเคลียร์ (Fusion nuclear) เป็นการยิงพาร์ทิเคิล (Particle) หรือว่าสั่ง กํากับให้ไฮโดรเจนรวมตัวกันเป็นฮีเลียมนั่นเอง ก็แบบเดียวกับที่เกิดในดวงอาทิตย์ พลังงานนี้เป็นนิวเคลียร์ (Nuclear) ที่สะอาดที่สุด แล้วนิวเคลียร์ (Nuclear) ปัจจุบันจะถูกลบทิ้งไปเลย เพราะว่าเป็นนิวเคลียร์ (Nuclear) ที่สกปรกคือระเบิดปุ๊บให้รังสีมากมายซึ่งคนเขาไม่รับ แต่ฟิวชันนิวเคลียร์ (Fusion nuclear) เป็นนิวเคลียร์ (Nuclear) แบบที่สะอาดแล้วก็พอรวมพลังงานเสร็จก็ได้ความร้อนออกมา ก็ทําให้เกิดการขับเคลื่อนแล้วก็ผลิตพลังงานไฟฟ้าตามมานั่นเอง สิ่งเหล่านี้เป็นเทคโนโลยี ขั้นสูงทั้งนั้นเลยครับ ถ้าหากว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยไม่ได้รับ การอุดหนุน คือจะเห็นว่า ๑๕ กระทรวงเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ หลายกระทรวงเป็น กระทรวงเศรษฐกิจ หลายกระทรวงต้องเป็นกระทรวงที่ทําหน้าที่ผลิตพลังงาน เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือสถาบันการศึกษาทั้งหลาย ดังนั้นการศึกษาทางนี้ ถ้าหากว่าพลังงาน แหล่งกองทุนน้ํามัน หรือกองทุนพลังงานตั้งขึ้นมาแล้วไม่วางวิสัยทัศน์ไกล ๆ เพื่อรองรับการพัฒนาพลังงานของชาติผมคิดว่าจะไม่ประสบความสําเร็จ ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะขยับขยายส่วนนี้เพื่อเปิดโอกาสพัฒนานักวิทยาศาสตร์ พัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงาน ในทุกรูปแบบให้กับประเทศยั่งยืนมากขึ้น ผมขอเรียนเพียงแค่นี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ