นิกร ตั้งข้อสังเกตกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กองทุนน้ำมัน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๗ · ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

นิกร จํานง ตั้งข้อสังเกตและสอบถามกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การเงินเกี่ยวกับกองทุน พร้อมขอชี้แจงขั้นตอนการส่งให้คณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเสนอให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเป็นธรรมเพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง และหารือร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าพรีเมียมที่อาจทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ส่งผลต่อผู้ใช้น้ำมันและผู้โดยสารรถสาธารณะ โดยเฉพาะประชาชนรายได้น้อย จึงเสนอให้พิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้านและรักษาความเป็นกลางของคณะกรรมการกองทุนอย่างเคร่งครัด

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗๙ ต่อวาระนี้เกี่ยวกับเรื่องกองทุน ผมมีอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่อยากจะ มีความเห็นแล้วก็เป็นข้อสังเกต

อันแรก ก็คือว่าถ้าตามกรอบนี้งานดําเนินการไปผมเข้าใจว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ยกร่างขึ้นมาเป็นร่าง พ.ร.บ. การเงิน คิดว่าคงจะใช่นะครับ หรือไม่ใช่ ก็สอบถามท่านด้วย แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นตามรัฐธรรมนูญแล้วเราคงต้องส่งให้รัฐมนตรี พิจารณาด้วยถึงจะเอากลับมาส่ง สนช. หรืออย่างไรนะครับ ตรงนี้ขั้นตอนที่ท่านเสนอไว้ ระยะที่ ๒ ก็คือเสนอร่างขึ้นมาแล้วก็เสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วก็เสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนมีนาคม เป็นประเด็นแรกนะครับ หมายถึงโพรเซส (Process) จะได้ทราบ

ประเด็นที่ ๒ ในเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัตินี้มีอยู่ข้อหนึ่งที่ผมเห็น ประเด็นแล้วก็มีข้อคิดเห็นนะครับ เนื่องจากว่าเดิมนี้เราไม่มีคณะกรรมการหรือว่า พระราชบัญญัติขึ้นมารองรับจริง เราใช้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านเป็นประธานอยู่ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วในบอร์ด (Board) ชุดนั้นมีชุดใหญ่ ทีนี้การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้เป็นการตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ บุคคลที่มีก็มีโดยตําแหน่ง มีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มีส่วนต่าง ๆ ทีนี้ที่เรามายกร่างใหม่ ผมไปเร็ว ๆ นะครับไม่อยากรบกวนเวลา เรามีเป้าหมายว่าป้องกันการแทรกแซงจาก ทางการเมือง แต่ที่เราเสนอตั้งขึ้นมาก็คือว่าตั้งตามมาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน และมีข้าราชการประจําโดยตําแหน่ง ๘ คน กรรมการอื่น ๕ คน แต่กรรมการอื่น เป็นการตั้งโดยรัฐมนตรี ตรงนี้ถ้าหากว่าเราต้องการป้องกันการแทรกแซง ผมมีความเห็นว่า คือเดิมตั้งโดยนายกรัฐมนตรี คือตั้งโดยคณะกรรมการ การพิจารณาตรงนี้ก็จะอยู่ในวงกว้าง แต่พอเรามามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะประธานเป็นคนตั้ง เป็นผู้เลือกมาในนี้เขียนไว้อย่างนั้น ดังนั้นถ้าหากว่าจะมีการแทรกแซงทางการเมืองตรงนี้ เป็นมุมที่ไปได้ ซึ่งในตรงนี้ตามมาตรา ๘ บอกว่า ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เป็นคณะกรรมการกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงคือ คกน. มี ๑๕ คน มีรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นรองประธาน มีกรรมการโดยตําแหน่ง มีกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนสํานักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนกรมธุรกิจพลังงาน ผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้อํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ใช่ข้าราชการประจํา จํานวน ๕ คนที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งตรงนี้แม้เราจะมี การกําหนดว่าความรู้ด้านต่าง ๆ ด้านละ ๑ คน แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็คือรัฐมนตรีเป็นคนแต่งตั้ง ในนี้กําหนดว่าการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ ตามมาตรานี้ หากรัฐมนตรีเห็นสมควร จะให้มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาและเสนอชื่อขึ้นมาเพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งได้ ผมมีความเห็นว่าผู้ทรงคุณวุฒิมีอายุ ๓ ปี ทีนี้ถ้าเป็นแบบนี้เราแค่พลิกตัวนี้ขึ้นมาว่า ให้มีคณะกรรมการสรรหาแล้วเสนอชื่อมาและรัฐมนตรีแต่งตั้งตามนั้นอาจจะดีกว่า เพราะว่า ตรงนี้รัฐมนตรีในอนาคตถ้าสมมุติจะมีการแทรกแซง คือเดิมคณะกรรมการจะตั้ง โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่พอมาตั้งตัวนี้เป็น อินเฮาส์ (In house) ของร่าง พ.ร.บ. กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงฉบับนี้ ซึ่งรัฐมนตรีเป็นคนแต่งตั้ง อาจจะมีการกล่าวว่าแต่งตั้งคนของตัวเองขึ้นมาเป็นแล้วจะมีปัญหาต่อเนื่องแปลว่า มีการแทรกแซงได้ ก็เลยเห็นว่าเราเพียงแต่เอาข้อนี้ไม่ใช่ว่าหากรัฐมนตรีเห็นสมควร คือให้สมควรตั้งแต่เป็น พ.ร.บ. เลย การแต่งตั้งตรงนี้ให้มีการตั้งคณะกรรมการสรรหา และเสนอชื่อขึ้นมาเพื่อคัดเลือก แล้วรัฐมนตรีก็คัดเลือกตามนั้นแล้วเสนอต่อไปยัง คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติก็ได้ ตรงนี้เป็นการป้องกัน อันนี้เป็นประเด็นเดียว ที่ผมเห็นว่าถ้าเรามีเป้าหมายไม่อยากให้ถูกแทรกแซง ผมเสนอในฐานะเป็นนักการเมือง ก็เสนอปิดมุมนี้เสียเลยจะได้ชัดเจนไป

ประเด็นต่อมาก็คือตรงนี้ฝากเป็นข้อสังเกตไว้ ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายตรงนี้ อาจจะได้ไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือว่าอาจจะไปให้ความเห็นต่อเนื่อง ตอนที่กองทุนนี้ ออกมาแล้วผมเห็นว่าก็ชัดเจนดี มีกองทุนตามกฎหมายขึ้นมาก็จะได้ชัดกว่าที่เป็นอยู่เดิม เป็นอยู่เดิมนี้เหมือนขึ้นอยู่ตามสถานการณ์แบบนี้ก็เป็น พ.ร.บ. ชัดเจนไป แต่ว่าการพิจารณา ดูแล้วมีประเด็นที่ผมเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ๆ ตอนบริหารเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งที่เราหวั่นเกรง ก็คือราคาน้ํามันตามเป้าหมายตรงนี้คือเราใช้ตัวนี้เป็นบัฟเฟอร์ (Buffer) หรือกันชน บางที อย่างตอนนี้น้ํามันถูกเราตั้งกองทุนขึ้นมาประชาชนก็งงว่าตั้งขึ้นมาเพื่อทําให้น้ํามันแพง หรืออย่างไร ซึ่งก็เป็นประเด็นอยู่ว่าถ้าใช้น้ํามันกันถูกเราเก็บเข้ามาเป็นกองทุนไว้ก่อน ก็ทําให้คนใช้น้ํามันน้อยลงสักนิดหนึ่งก็จะเป็นเรื่องดีเหมือนประหยัดเพราะเรานําเข้าทั้งหมด ตรงนี้ก็มีเหตุผล แต่ประเด็นที่ว่าชนิดของน้ํามันซึ่งในร่างพระราชบัญญัติกองทุนนี้ เราไม่ได้กําหนดไว้ชัด เป็นนโยบายของคณะกรรมการโดยแท้ในการพิจารณาว่าเราจะดึง จากตรงไหน ในนี้เขียนว่าไม่ให้ข้ามจากจุดนี้ไป จุดนี้กลายเป็นเหมือนเบี่ยงเบนในลักษณะ ของตลาด แต่ในนี้เราไม่ได้เขียนยังเป็นนโยบายอยู่ ข้อที่เราจะชี้เกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไม่มี หรือว่าการเข้าไปช่วยเหลือกองทุนน้ํามันอย่างเช่นน้ํามันดีเซล เรามีน้ํามันเบนซินอาจจะ เก็บเป็นพรีเมียม (Premium) เข้ามากองทุน แต่สมมุติเราเก็บน้ํามันดีเซลด้วย ตรงนี้เป็นประเด็นครับ อยากจะฝากไว้ว่าเกี่ยวกับค่าขนส่ง รถสาธารณะ คือรถสาธารณะนี้การกําหนดราคาค่าโดยสารขึ้นอยู่กับน้ํามัน สมมุติว่าเราดึงเงิน เข้ามาเป็นกองทุนผู้ประกอบการเขาจะอ้างน้ํามันแพง ซึ่งผู้ใช้น้ํามันตรงนี้ไม่ใช่ว่าประหยัด ตรงนี้จ่ายแพงขึ้นจะเกิดผลว่าเขาใช้น้อยลง ประชาชนเองที่มีการเดินทางรถสาธารณะ จะไปตามชนบทอะไรต่าง ๆ อย่างไรเขาก็ต้องจ่าย เขาไม่มีสิทธิจะหลีก ดังนั้น พอเราเก็บเงินมาเข้ากองทุนทําให้ราคาน้ํามันสูงขึ้น พอน้ํามันสูงขึ้นผู้ประกอบการก็ชาร์จ (Charge) หรือคิดเพิ่ม เขาไปที่กรมการขนส่งทางบกกลางกําหนดราคาและไม่ยอมลดราคา ของรถโดยสาร เพิ่มแล้วไม่เคยลดเลยเสมอมา ดังนั้นจุดเป้าหมายตรงนี้สมมุติว่าเราจะมี การเก็บค่าพรีเมียม (Premium) เข้ามาเพื่อให้ใช้น้ํามันน้อยลง แต่เวลากระทบไม่ได้กระทบ ประชาชนที่ใช้ตรงนั้น ไปกระทบประชาชนปลายทางก็คือประชาชนที่มีรายได้น้อยตรงนี้ ต้องฝากท่านไว้พิจารณาในกรณีที่มีการเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะว่าเป็นการส่งผลโดยปลาย เป้าหมายต้องการให้ใช้น้อยลงก็เลยขึ้นภาษี คล้าย ๆ ขึ้นมาให้ใช้น้อยแต่ว่าผลกระทบลงไป ข้างล่าง แล้วก็ไม่กลับขึ้นมาอีกเลยนะครับ ก็นําเรียนในประเด็นไว้เกี่ยวกับเรื่องกรรมการ ที่ให้ปลอดจากการเมือง แล้วก็ประเด็นผลกระทบอันจะเกิดขึ้นได้กับการเก็บค่าพรีเมียม (Premium) ที่ว่านี้ เป็นประเด็นขอเสนอต่อคณะกรรมาธิการนะครับ นําเรียนด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ