สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสาธารณสุข และเสนอแนะให้เขียนเจตนารมณ์ของแต่ละมาตราไว้ด้วย เพื่อให้เข้าใจและใช้งานได้จริง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงการสร้างเสริมสุขภาพ การเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและมาตรฐานทั่วถึง และการกระจายรายได้ให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศค่ะ ดิฉันอยากจะ อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในประเด็นทางด้านสาธารณสุขและประเด็นในมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสาธารณสุข ก่อนอื่นที่แสดงให้เห็นไว้อย่างชัดเจนก็มีอยู่ ๒ มาตรา ในเรื่องของสาธารณสุขโดยตรงก็คือมาตรา ๕๑ ซึ่งอยู่ในหน้าที่ของรัฐ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ที่ท่านได้กําหนดเรื่องที่สําคัญของระบบสาธารณสุขไว้ให้เป็นหน้าที่ของรัฐ ซึ่งหมายความว่า รัฐจะต้องปฏิบัติในเรื่องนี้ให้ครบถ้วนและให้มีคุณภาพตามที่ได้เขียนเอาไว้ หลายท่านอาจจะ บอกว่ามาตรานี้เขียนไว้สั้นเกินไปอาจจะไม่ครบถ้วน สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอแนะในการที่จะ ดําเนินการต่อไปก็คือดิฉันคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ต้องการการเขียนเจตนารมณ์ของแต่ละมาตรา ไว้ด้วย เพราะว่าอันนั้นจะแสดงให้เราที่สงสัยทั้งหลายว่าสิ่งที่เราเข้าใจในแต่ละมาตราตรงกับ เจตนารมณ์ของผู้เขียนหรือไม่ เวลาใช้แล้วสัมฤทธิผลจะตรงกันไหม เพราะฉะนั้นในเมื่อไม่มี ดิฉันก็อยากจะเรียนเพื่อที่จะสอบถามกับท่านที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญนี้ ผ่านท่านประธานว่าอย่างในมาตรา ๕๑ ซึ่งในความเห็นของดิฉัน ดิฉันคิดว่าครอบคลุม ครบถ้วนแล้ว แต่ว่าอาจจะยังมีปัญหากับหลายบุคคล เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนถามว่า ที่ท่านเขียนเอาไว้ว่ารัฐต้องดําเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญา ด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด สําหรับดิฉัน ดิฉันคิดว่าในมาตรานี้มีคีย์เวิร์ด (Keyword) อยู่ประมาณ ๒-๓ แห่งที่สําคัญ แล้วถ้าหากว่าเราเข้าใจตรงกันดิฉันคิดว่า มาตรานี้สมบูรณ์ค่ะ ก็คือบริการสาธารณสุขรัฐต้องดําเนินการให้ประชาชนได้รับบริการ สาธารณสุข บริการสาธารณสุขในที่นี้ในความเข้าใจของดิฉันแล้วก็บรรดาบุคคล ที่อยู่ในแวดวงสาธารณสุขหมายความถึงบริการที่ครอบคลุมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การคัดกรองโรค คัดกรองว่าใครบ้างที่ความดันโลหิตสูง ใครบ้างที่เป็นเบาหวาน ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าเขาจะเป็น การรักษาโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังจากอาการอะคิวท์ (Acute) ของโรคได้สงบลงแล้วแต่มีความพิการหลงเหลือก็ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมทั้ง การคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านสุขภาพด้วย ถ้าบริการสาธารณสุข ท่านหมายความอย่างนี้ แปลว่าครบถ้วน

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของประสิทธิภาพ ท่านพูดถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพ ในความหมายของดิฉัน ดิฉันคิดถึงประสิทธิผล ก็คือผลที่กระทบว่าเมื่อให้บริการไปแล้ว พยาธิสภาพที่เป็น หรือปัญหาสุขภาพที่เป็นได้รับการแก้ไขหรือไม่ อันนี้คือประสิทธิผลนะคะ แล้วควรจะรวมถึงความครอบคลุมของประชาชนที่ต้องการด้วย ก็หมายถึงว่าประชาชน ที่มีปัญหาสุขภาพนั้นควรจะได้เข้าถึงบริการสุขภาพด้วยและได้รับบริการที่มีประสิทธิผล ก็คือเข้ารักษาแล้วได้รับผลดีขึ้น อันนี้คือความหมายของประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะรวมถึง การใช้เงินที่คุ้มค่าด้วย ถ้าเผื่อทั้งหมดนี้แปลว่าเราเข้าใจตรงกันนะคะ บริการที่มีประสิทธิภาพ ก็คือบริการที่ให้ไปแล้วส่งผลกระทบทําให้สุขภาพดีขึ้น ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องการแก้ไขทางด้านสุขภาพ และมีการใช้เงินอย่างคุ้มค่า อันนี้คือประสิทธิภาพนะคะ หลังจากนั้นท่านก็ยังได้ย้ําว่าบริการนั้นจะต้องมีคุณภาพ ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง ดิฉันดีใจ ที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่เขียนถึงคุณภาพของบริการ ที่ผ่านมาในระบบสาธารณสุข ทั้งหลายเราเน้นย้ําแต่ความครอบคลุม เราบอกว่าเราครอบคลุมได้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จากการศึกษาวิจัยในประเทศไทยได้ระบุแล้วว่ามีความแตกต่างกันในระหว่างผลลัพธ์ ทางสุขภาพของกองทุนต่าง ๆ อันนี้แสดงว่าความครอบคลุมนั้นยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ก็คือผู้วิจัยได้คอมเมนต์ (Comment) ว่าอันนั้นเป็นเพราะคุณภาพของบริการอาจจะ ไม่ได้มาตรฐาน หรือการเข้าถึงของประชาชนยังไม่สามารถจะเข้าถึงได้ในผู้ที่ต้องการจริง ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นการที่ใส่คุณภาพที่ได้มาตรฐานไว้ก็คิดว่าจะได้ย้ําเตือนและอาจจะต้องมีการรีไวส์ (Revise) ครั้งใหญ่ถึงมาตรฐานในการรักษาที่จะต้องทําให้เท่าเทียมกันทั้งหมดนะคะ

อีกคําหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าสําคัญก็คืออย่างทั่วถึงของท่าน อย่างทั่วถึงของท่าน ไม่ใช่เสนอว่าเป็นนโยบายที่ครอบคลุมประชาชนทุกคน แต่ท่านคงจะต้องหมายความว่า รัฐจะต้องพยายามให้ประชาชนที่มีความต้องการในด้านสุขภาพต่าง ๆ กันได้เข้าถึง บริการทางสุขภาพที่เขาต้องการตามความจําเป็นทางด้านสุขภาพด้วยใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้น ก็คือการเข้าถึงที่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน แล้วก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ คือถ้าเผื่อ ความเข้าใจของเราตรงกันในมาตรา ๕๑ ดิฉันคิดว่าท่านเขียนได้อย่างครอบคลุม แล้วถ้าหากว่ามาตรานี้ได้ถูกนําไปอิมพลีเมนต์ (Implement) แน่ใจว่าประชาชนทั้งประเทศ ที่มีปัญหาสุขภาพจะได้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงกัน คุณภาพได้มาตรฐาน ดิฉันคิดว่าในขณะนี้เราวัดได้ตามมาตรฐานสากล องค์การอนามัยโลก ได้กําหนดมาตรฐานของบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพเอาไว้แล้ว และสามารถที่จะใช้วัด ได้ด้วย ก็ขอบคุณที่ได้เขียนในสิ่งที่ดิฉันอยากจะเรียกว่าทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถที่จะวัดผลได้นะคะ ทุกวันนี้เรามีแต่สิ่งที่จะวัดก็คือโพรเซส (Process) แต่อันนี้คือวัดเอาต์คัม (Outcome) ของบริการสาธารณสุขจริง ๆ ก็คิดว่าเป็นประโยชน์มากค่ะ

อีกมาตราหนึ่งที่กําหนดเอาไว้ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งท่านกําหนดเอาไว้ในมาตรา ๖๘ เป็นแนวนโยบายของรัฐนะคะ เท่ากับเน้นย้ําอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าในเรื่องของสร้างเสริมสุขภาพความจริงก็อยู่ในบริการสุขภาพแล้ว แต่อันนี้ท่านอาจจะ มองกว้างขึ้น ก็คือปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนให้เหมาะสมกับสุขภาวะมากยิ่งขึ้น ท่านใส่ไว้ ในหมวดของแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งน้ําหนักก็เบาลงไปหน่อยหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามดิฉัน อยากจะเรียนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รวบรวมเอาสิ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนว่าโซเชียล ดีเทอร์มิแนนต์ส ออฟ เฮลท์ (Social determinants of health) คือปัจจัยทางสังคม ที่ส่งผลกระทบถึงสุขภาพ ซึ่งในการศึกษาวิจัยในปัจจุบันได้ยอมรับกันว่ามีผลยิ่งกว่าเราทุ่มเทเงินไปสู่การรักษาพยาบาล เท่านั้น ทุกวันนี้เราใช้เงินในเรื่องทางสุขภาพประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์สู่การรักษาพยาบาล การสร้างเสริมสุขภาพน้อยมากแล้วก็จัดว่าเป็นการลงทุนซึ่งไม่คุ้มค่า ถ้าหากว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้สามารถจะนําไปปฏิบัติได้อย่างเป็นผล โดยรัฐบาลที่มีคุณภาพและเก่ง ดิฉันคิดว่า เราจะเปลี่ยนโฉมหน้าระบบสาธารณสุขของไทยไปสู่การให้ความสําคัญกับปัจจัยทางสังคม ที่ส่งผลกระทบถึงสุขภาพ แล้วก็จะได้ความเปลี่ยนแปลงที่มั่นคงและยั่งยืนกว่าในปัจจุบัน

สิ่งที่ดิฉันอยากจะกล่าวถึงปัจจัยเหล่านั้นมีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างย่อ ๆ ที่ชอบใจมากก็คือในด้านการศึกษา การศึกษาคือการเอ็มเพาเวอร์ (Empower) ของคน โดยเฉพาะผู้หญิง แล้วในการศึกษาวิจัยทั่วโลกได้ระบุว่ายิ่งคนมีการศึกษาสูงเท่าไรสุขภาพเขา จะดีเท่านั้น อันนี้เป็นความไม่เท่าเทียมกันเลยซึ่งน่าสลดใจมาก แล้วเราก็สามารถที่จะแก้ไข ให้ได้ เพราะฉะนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นการศึกษาไว้เป็นหน้าที่ด้วยแล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐ และเป็นหน้าที่ของประชาชนด้วย ดิฉันก็หวังว่าจะได้ผลมากยิ่งขึ้น แล้วท่านก็ยังคิดถึง การศึกษาก่อนวัยเรียน ปัจจัยอันหนึ่งทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสุขภาพก็คือชีวิตตั้งแต่ เกิดขึ้นมาจนกระทั่งก่อนวัยเรียนซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่สําคัญ ความรุนแรงที่เขาได้รับในช่วงชีวิตนั้น จะนําไปสู่ความรุนแรงในช่วงชีวิตต่อไป เพราะฉะนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสําคัญ ในการศึกษาทั้งก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพด้วย หวังว่าท่านคงจะได้เขียนเจตนารมณ์ในเรื่อง การมีคุณภาพของชีวิตก่อนวัยเรียนเอาไว้อย่างชัดเจน เพราะอันนั้นจะนําไปสู่ประชาชน คนไทยที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง รัฐจะต้องให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับโดยไม่เก็บ ค่าใช้จ่าย ไม่ทอดทิ้งผู้ด้อยโอกาส อันนี้ก็คือทําให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมขึ้น ให้ได้รับ การศึกษาตามความถนัดโดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้วย ขอบคุณมากค่ะที่ได้ใส่เอาไว้ อย่างครบถ้วน

ถัดไป ท่านได้บรรจุในเรื่องของโซเชียลดีเทอร์มิแนนต์ส (Social determinants) ที่ดิฉันคิดว่าสําคัญก็คือการดํารงชีวิต รัฐต้องจัดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน สิ่งที่ทําให้คนด้อยโอกาส แล้วก็ด้อยโอกาสมากขึ้นก็คือเขาขาดการสนับสนุนทางด้านความจําเป็นพื้นฐาน ทางด้าน การดํารงชีวิต อันนั้นที่จะก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพหลายอย่างตามมา เพราะฉะนั้น ที่ท่านกําหนดเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเอาไว้ในมาตรา ๕๒ แล้วก็คุ้มครองมาตรา ๖๗ ดิฉันคิดว่าเป็นประโยชน์ก็คือส่งเสริมให้มีความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิ ดํารงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรมประเพณี อันนี้ก่อให้เกิดความยึดโยงเป็นความมั่นคง ในสังคม คือไม่มีกลุ่มชนใดไม่ว่าจะเป็นกลุ่มน้อย กลุ่มที่แตกต่างหรืออะไรได้ถูกแปลกแยก ในสังคม อันนี้เป็นการสร้างความสามัคคี สร้างความรู้สึกที่ดีทางด้านจิตใจ จิตวิญญาณ แล้วก็ สร้างความสามัคคี ทําให้ลดอาชญากรรมลงไปได้ ลดความรุนแรงลงไปได้ในสังคมก็ส่งผล ที่ดีต่อสุขภาวะ

นอกจากนั้นในด้านการดํารงชีวิต ท่านได้ให้ความสําคัญกับเกษตรกรที่จะทํา การเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วข้อสําคัญคือให้มีผลผลิตที่มีปริมาณคุณภาพสูง และความปลอดภัย ก็หมายความว่าโอกาสที่ประชาชนจะได้อาหารที่ปลอดภัยในอนาคต จะมีมากยิ่งขึ้น อันนี้ก็เป็นผลดีต่อสุขภาพ

นอกจากนั้นแล้วปัจจัยที่สําคัญอันหนึ่งก็คือคนต้องมีงานทําเพื่อที่จะเป็นผล ทางเศรษฐกิจ และทางด้านจิตใจ ทางด้านความรู้สึกว่าตัวเองสามารถที่จะนําพาชีวิต ของตัวเองได้อย่างมีอิสระก็คือการมีงานทํา เพราะฉะนั้นในมาตรา ๗๐ อยู่ในแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ ท่านได้ส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทํางานโดยเหมาะสมกับ ศักยภาพและวัย คุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัยในการทํางานด้วย อันนี้ก็เป็น ผลดีต่อสุขภาพด้วยเช่นเดียวกัน

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือที่สําคัญท่านเขียนไว้ในมาตรา ๗๑ แนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐด้านเศรษฐกิจ รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์ จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน อันนี้ หมายความว่าเป็นการกระจายรายได้ ลดช่องว่างระหว่างคนร่ํารวย และคนยากจน รายได้มากกับรายได้น้อยให้แคบเข้าใช่หรือไม่ ซึ่งอันนี้ถ้าเผื่อว่าสามารถจะวัดได้โดย อินดิเคเตอร์ (Indicator) ที่มีอยู่ถ้าเผื่อเจตนารมณ์ของท่านเป็นเช่นนั้น อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะสร้างความเป็นธรรมในสังคมซึ่งเชื่อมโยงกับด้านสุขภาพได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้นในด้านสิ่งแวดล้อมท่านก็ได้เขียนความคุ้มครองไว้พอสมควร ซึ่งท่านต่อ ๆ ไปก็อาจจะมีการอภิปรายในเรื่องนี้

แต่สิ่งที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือท่านได้สร้างครอบครัวให้เข้มแข็งและป้องกัน ความรุนแรง ซึ่งปรากฏอยู่ในมาตรา ๖๘ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่รัฐจะต้องเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของครอบครัว สร้างเสริมสุขภาพและพัฒนาการการกีฬา อันนี้คือเฮลท์ตีลีฟวิง (Healthy living) ช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ให้สามารถ ดํารงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ คุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติ อย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้รับการบําบัด ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ถูกกระทําดังกล่าว สิ่งทั้งหมดนี้ ก็คือปัจจัยทางสังคมทั้งหลายซึ่งได้บรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญหมวดซึ่งดิฉันคิดว่า มีความสําคัญ เพราะหมวด ๑ คือหน้าที่ของรัฐที่รัฐต้องทําก็คือการต้องให้บริการสาธารณสุข ให้บริการทางด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ อีกอันหนึ่งคือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งควรจะ ได้รับการพิจารณาให้ดําเนินการเหมือนกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพ แล้วก็เชื่อว่าถ้าหากทั้งหมดได้อิมพลีเมนต์ (Implement) อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะได้สังคมซึ่งมีความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น การศึกษาวิจัยซึ่งสรุปโดยเซอร์ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต ที่ได้รับรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลนี้ระบุชัดเจนว่าสังคมที่ยุติธรรมจะนํามาซึ่งสุขภาพที่ดี ของประชาชน เพราะฉะนั้นนอกจากที่เราจะได้สังคมที่ยุติธรรม ทั้งในด้านการศึกษา การสาธารณสุข การประกอบอาชีพ รายได้ การดํารงชีวิตที่ปลอดภัย ปลอดจาก ความรุนแรงมีคุณภาพ ตั้งแต่เกิด เติบโต ดํารงชีวิต ทํางาน จนถึงวัยแก่ชราที่ท่านยังแนะนํา ให้มีการออมเกิดขึ้น ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะนําไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คงจะเป็นสิ่งท้าทายสําหรับพรรคการเมือง ถ้าเผื่อว่าดิฉัน จะถามพรรคการเมืองที่อาสาเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินต่อไปนี้ก็ควรจะถามแค่ว่า ท่านจะปฏิบัติตามหมวดในหน้าที่ของรัฐได้อย่างไร ได้มากน้อยแค่ไหน และปฏิบัติอย่างไร อันนั้นคือสิ่งที่ท้าทายสําหรับผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลทุกยุคในต่อไปข้างหน้า แล้วก่อนอื่น ก็ขอขอบคุณคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งดิฉันคิดว่านําสิ่งที่ดี ๆ มาสู่ประเทศโดยเฉพาะ ทางด้านสุขภาพ ขอบคุณค่ะ