กิตติ ยันร่างรัฐธรรมนูญเน้นส่งเสริมคนดี-กีดกันคนไม่ดีเข้าสภา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

กิตติ กิตติโชควัฒนา หารือเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นเจตนารมณ์ในการส่งเสริมคนดีเข้าสู่สภาและกีดกันคนไม่ดี พร้อมตั้งข้อห่วงใถึงประสิทธิภาพและความรวดเร็วของกระบวนการยุติธรรมตามมาตรา ๒๓๐ ที่ต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดผลอย่างแท้จริง

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม นายกิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ลําดับที่ ๑๐ จากจังหวัดยะลาครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศเพื่อจะได้นําไปใช้ ปกครองบ้านเมืองให้ประชาชนคนไทยบังเกิดความสุข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคืนความสุข ให้กับประชาชนตามนโยบายของ ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นยังทําให้ผมและคณะเพื่อน ๆ สปท. ได้มีโอกาสนําความคิดเสนอในที่ประชุม สภาแห่งนี้ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่เป็นมงคล และที่สําคัญยิ่งคือได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิด แก้ไขปัญหาบ้านเมืองในหมู่มวลสมาชิก สปท. ต่างล้วนแต่เป็นผู้ที่มีจิตใจมุ่งมั่นปรารถนาดี ต่อชาติบ้านเมืองด้วยความบริสุทธิ์ใจ ท่านประธานครับ การประกอบกิจการใด ณ ที่ใดก็ตาม ถ้าได้บังเกิดมีปัจจัยที่เป็นมงคลตั้งแต่ ๓ ประการขึ้นไปในกิจการนั้น ๆ ท่านผู้รู้กล่าวว่า ยังแต่จะก่อให้เกิดความสงบ ความมั่นคง ทั้งแก่ผู้พูด เพื่อนร่วมงาน รวมไปตลอดจนถึง ก่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชาติบ้านเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย เฉกเช่นวันนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ สมัยตอนที่ผมเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย อาจารย์ผู้ประสาทวิชาทางด้าน ทฤษฎีการเมืองทางตะวันตกซึ่งเป็นทฤษฎีการเมืองจากผู้คิดหลายพันปีมาแล้วได้ให้ข้อคิดว่า คนดี ๆ ถ้าไปเล่นการเมืองเมื่อไรเสียของ นี่ภาษาบ้าน ๆ บอกว่าคนดี ๆ ถ้าไปเล่นการเมือง เมื่อไรเสียของ ถ้าพูดตามภาษาอีกนิดหนึ่งก็คือเสียคน แต่คําพูดในภาษาหนังสือที่เขียน เขียนว่าอย่างนี้ท่านครับ ความดีของมนุษย์สิ้นสุดเมื่อเล่นการเมือง นี่เป็นคําพูดของ นักปราชญ์ตะวันตกที่พูดไว้ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว ผมคิดว่าท่านประธานก็คงจะจําได้ เคยเรียนรู้มา อันนี้ก็ต่างคนต่างคิดจินตนาการเอาเองว่าสิ่งที่นักปราชญ์พูดอย่างนี้เท็จจริง เป็นอย่างไรก็สุดแล้วแต่แต่ละท่านที่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตอนที่ร่างขึ้นท่านประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้มีเจตนา ที่สําคัญยิ่งยวดก็คือต้องการปราบคนไม่ดี คนโกงเข้าสภา และส่งเสริมคนดีเข้าปฏิรูปประเทศเพื่อให้ประชาชนมีความสุข มีความมั่งคั่ง ตลอดจนถึงมีความมั่นคงของประเทศ อดีตที่ผ่านมาครับท่านประธาน กฎหมายทุกฉบับ ล้วนมีข้อความที่พูดถึงเรื่องกําหนดการส่งเสริมคนดีเข้าสภา กีดกันคนไม่ดีมีมาตลอด ไม่เว้นแต่ละยุคแต่ละสมัย ตอนผมเด็ก ๆ สมัยรับราชการใหม่ ๆ ก็เช่นกันก็ได้มีโอกาส ทําหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคัดสรรคนดีเข้าสภา กีดกันคนไม่ดีอย่าให้เข้ามามีอํานาจไปติดป้าย เยอะแยะมากมาย รวมไปตลอดจนถึงท่านผู้ใหญ่บอกว่าคุณปลัดมีความคิดอะไรดี ๆ ที่เกี่ยวข้องจะติดป้ายโฆษณาชวนเชื่อให้ได้คนดีที่สุด เก่งที่สุด กล้าที่สุด เข้ามาสภาเพื่อจะทํา หน้าที่เป็นผู้แทนของพวกเราที่ดี เป็นคนที่กล้าพูด เป็นคนที่มีความดีที่สุด เก่งที่สุด เรื่องดีทั้งหลายอยากให้เข้ามาในสภา ให้อยู่ในตัวของคนเป็นผู้แทน แต่ในขณะเดียวกัน ของไม่ดีอย่าให้เข้ามาเลย ก็ไปคิดถ้อยคําอย่างนี้ หมายความว่าดีที่สุด เก่งที่สุด กล้าที่สุด ให้เลือกคนดีที่สุด เก่งที่สุด กล้าที่สุด ในขณะเดียวกันถ้าไม่ได้คนดีที่สุด เก่งที่สุด กล้าที่สุด ให้เลือกคนที่แย่ที่สุด หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเลวน้อยที่สุดครับ นั่นไม่มีทางเลือกแล้ว แต่ท่านประธานครับ พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วกลับตาลปัตรครับ ที่ว่าเราต้องการดีที่สุด กล้าที่สุด เก่งที่สุด กลายเป็นว่าคนที่เลวน้อยที่สุดเข้ามาเยอะแยะมากมายอย่างที่เป็นปัญหา ในขณะนี้จนต้องมีการปฏิรูปครับท่านประธาน นี่ก็คือเหตุการณ์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นข้อห่วงใย ที่น่ากลัวน่าห่วงว่าถ้ายังเป็นอย่างที่ผ่านมาจะมีอันตรายอย่างไรจนเป็นเหตุให้เกิดมีการปฏิรูป ขึ้นมา อย่างไรก็ตามเวลาหมดท่านประธาน ผมขออนุญาตนิดเดียว ผมสรุปประเด็น ที่ผมอยากจะฝากข้อคิดซึ่งมีอยู่ในมาตรา ๒๓๐ ว่าด้วยความเกี่ยวข้องเรื่องของการขับเคลื่อน กระบวนการยุติธรรมของฝ่ายที่ทําหน้าที่รับผิดชอบเรื่องขับเคลื่อนการยุติธรรม ในมาตรา ๒๓๐ ที่เขียนไว้ว่าให้ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความรวดเร็ว ข้อห่วงใยก็คือ ในเมื่อกระบวนการยุติธรรมเมื่อสักครู่นี้พวกเราก็คงได้ฟังจากที่ประชุมพูดคุยกันเยอะแยะว่า คดีข้างนอกเยอะแยะ ทั้งศาล ทั้งอัยการ ทั้งตํารวจ ทั้ง ป.ป.ช. ค้างเยอะ นั่นก็ย่อมแสดง ให้เห็นว่าที่แล้วมาในเรื่องของความรวดเร็วในการบริหารจัดการเรื่องคดีไปไม่รอด เพราะฉะนั้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้พูดถึงเรื่องให้มีการบริหารจัดการให้เกิดความรวดเร็ว สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือว่าเราจะจัดการอย่างไรเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ รับผิดชอบเรื่องคดีเหล่านี้ เรื่องคดีของนักการเมืองที่ทุจริตเยอะครับ แล้วนักการเมือง ก็ไม่ธรรมดาที่เข้ามา เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นข้อห่วงใยว่าทําอย่างไรในกระบวนการยุติธรรม จะเป็นต้นน้ําก็ตาม กลางน้ําก็ตาม ปลายน้ําก็แล้วแต่ ให้เกิดการประสมประสาน เกิดการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว อย่าให้คนไม่ดี อย่าว่าแต่ ๑๐-๒๐ วันเลยครับ แม้แต่วันเดียวก็ไม่ควรจะอยู่ในตําแหน่งก็จะหยุดทันที อย่างเช่นตัวอย่าง เคยปรากฏครับ วันที่ไม่เคยเปิดก็ยังอุตส่าห์ประกาศให้เปิดทําการ ท่านคงนึกออกใช่ไหมครับ วันไม่เปิดทําการก็ยังมีคําสั่งให้เปิดทําการเพื่อให้คนที่ไม่ดีมาใช้ประโยชน์จากที่สั่ง ให้เปิดทําการ นี่คือความกล้าหาญของคนไม่ดีที่ถูกเลือกเข้ามา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ในเรื่องประสิทธิภาพของการบริหารให้เกิดความรวดเร็วในการจัดการกระบวนการยุติธรรม กับบุคคลที่มีอํานาจทางการเมืองนั้นอยากจะฝากเป็นข้อสําคัญว่าทําอย่างไร ประสิทธิภาพ คือความรวดเร็วอย่าให้เกิดความล่าช้าว่าต้องหยุดเมื่อไร ศาลพิพากษาให้ละเว้นจาก การปฏิบัติหน้าที่หรือต้องรับโทษ ซึ่งกฎหมายก็พูดชัดเจนว่ารวดเร็วและรุนแรง เพราะฉะนั้น อยากจะฝากประการสุดท้ายในเรื่องความรวดเร็ว การขับเคลื่อนด้านกระบวนการยุติธรรม จะเป็นต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําก็สุดแล้วแต่ ขอบคุณท่านประธานครับ