อลงกรณ์ เสนอปรับรัฐธรรมนูญเพิ่มวินัย-ต้านทุจริต-บันทึกศาลโปร่งใส

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร แสดงความชื่นชมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเสนอแนะการปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเสนอให้เพิ่มถ้อยคำเกี่ยวกับวินัย ทรัพยากรธรรมชาติ และการต่อต้านการทุจริตอย่างชัดเจน รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้รวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการบันทึกภาพและเสียงการสืบพยานเพื่อสอดคล้องมาตรฐานสากล และเสนอแก้ไขมาตรา 192 เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอัตโนมัติหากคดีศาลปกครองล่าช้าเกินสองปี พร้อมเสนอให้ตัดบทบัญญัติการตั้งคณะกรรมการอิสระที่อาจซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการที่มีอยู่เดิม

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านต่อไปขอเชิญ พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา นะครับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ขอเชิญครับ

พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๗๖ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ได้ร่างรัฐธรรมนูญได้ตรงกับ เจตนารมณ์แห่งรัฐได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ ผมขอเสนอเพิ่มเติมเพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในประเด็นที่จะกล่าวตามลําดับต่อไปนี้ครับ

หมวด ๔ หน้าที่ของปวงชนชาวไทย ในมาตรา ๔๗ ระบุไว้ว่า บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้นะครับ ใน (๒) ที่บอกว่าป้องกันประเทศ รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผมขอนําเสนอให้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และถูกต้อง ตรงตามหลักไวยากรณ์ดังนี้นะครับ เป็นป้องกันประเทศ รักษาเกียรติภูมิ พิทักษ์ผลประโยชน์ ของชาติและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ใน (๓) ผมขอเพิ่มเติมคําว่า มีวินัย และปฏิบัติตาม กฎหมายอย่างเคร่งครัด คือแต่เดิมบอกเพียงแค่ว่าปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผมถือว่าการมีวินัยนั้นเป็นเรื่อง สําคัญ และปวงชนชาวไทยถ้ามีวินัยเสียแล้วหน้าที่ตั้งแต่ข้อ ๑ ถึงข้อ ๑๐ นั้นก็จะปฏิบัติได้ อย่างสมบูรณ์ มีวินัยนั้นสําคัญมากกว่าปฏิบัติตามกฎหมายเสียอีก เพราะว่าถ้ามีวินัยเสียแล้ว การปฏิบัติตามกฎหมายนั้นทุกคนก็จะไม่ละเมิดกฎหมายและบางอย่างไม่ได้เป็นกฎหมาย แต่เป็นวินัยที่ต้องปฏิบัติ ดังนั้นการมีวินัยจึงเป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง ใน (๘) ผมขอปรับปรุงแก้ไข ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ดังนี้นะครับ ร่วมมือ สนับสนุน อนุรักษ์ และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่เดิมนั้นไม่ได้ใส่คําว่า ทรัพยากรธรรมชาติ ไปนะครับ อันนั้นถือว่า ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องสําคัญและเป็นเรื่องที่ปวงชนชาวไทยทุกคนจะต้องช่วยกัน อนุรักษ์และคุ้มครองให้คงอยู่ตลอดไปนะครับ (๑๐) ผมขอเติมเป็นดังนี้นะครับ ต่อต้าน และไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ เหตุที่เติมคําว่า ต่อต้าน เข้าไปก็เพราะว่านอกจากไม่ร่วมมือ ไม่สนับสนุนแล้วยังต้องมาต่อต้านด้วย คือจะต้องช่วยกัน รณรงค์ต่อต้านในทุกรูปแบบด้วย ทั้งนี้เพื่อหยุดยั้งและแก้ไขปัญหาการทุจริตให้บังเกิด ผลสําเร็จอย่างเป็นรูปธรรมนั่นเองครับ

หมวด ๖ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๖๔ ผมขอแก้ไขเพิ่มเติม ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเป็นดังนี้ครับ รัฐพึงจะจัดระบบการบริหารงาน การประสานงาน และการให้บริการในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และตรวจสอบได้ รวมทั้งให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินควร เหตุที่ต้องเติมตรงนี้ ในเรื่องของโปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ ตรวจสอบได้นั้น เพื่อให้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม นั่นเองครับ

หมวด ๑๐ มาตรา ๑๘๓ ขอเพิ่มเติมในวรรคสองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นดังนี้นะครับ ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เติมคําว่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม และปราศจาก อคติทั้งปวง อันนี้ก็เพื่อตามหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐนั่นเองครับ ขอเพิ่มเติมในวรรคสาม ดังนี้นะครับ ให้ประธานศาลออกระเบียบว่าด้วยการกําหนดระยะเวลาในการพิจารณาคดี เพื่อให้การพิจารณาคดีดําเนินการไปโดยรวดเร็ว เหตุผลที่ต้องบัญญัติไว้ตรงนี้ ระบุไว้ก็ เพราะว่าในขณะนี้มีคดีที่ค้างศาลทั้งศาลสถิตยุติธรรมและศาลปกครองเป็นจํานวนมาก จากหลักการที่ว่าความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรม ตรงกับภาษาอังกฤษว่า จัสติส ดีเลย์ อีส จัสติส ดีไน (Justice delayed is justice denied) เป็นภาษิตกฎหมาย หมายความว่า ถ้ากฎหมายจัดให้มีการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้เสียหาย แต่การเยียวยานั้น มาไม่ทันการณ์หรือล้าสมัยก็ไม่ต่างอะไรกับว่าไม่ได้เยียวยาหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมนั่นเอง หลักการนี้ตั้งอยู่บนสิทธิอันที่จะเข้าถึงการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วและสิทธิอื่น ๆ ทํานองเดียวกันที่มีความมุ่งประสงค์เพื่อขับเคลื่อนให้การดําเนินการในกระบวนการยุติธรรม เป็นไปโดยเร็ว เพราะถือว่าความเป็นธรรมสําหรับผู้ที่เสียหายที่จะต้องทนทุกข์ทรมาน กับความเสียหายต่อไปนั้น พร้อมกับความหวังอันน้อยนิดว่าได้รับการเยียวยาจะต้องมาทันเวลา

ส่วนที่ ๒ ศาลยุติธรรม มาตรา ๑๘๙ ขอเพิ่มเติมในวรรคสองดังนี้ครับ การสืบพยานในศาลจะต้องทําการบันทึกภาพและเสียงโดยมีเจ้าหน้าที่ถอดเทป (Tape) แบบคําต่อคําเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดี เหตุผลเพราะว่าเพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ในกระบวนการพิจารณา เพราะในอนาคตหรือในปัจจุบันนี้นอกจากมีการสืบพยานที่เป็นชาวไทยแล้ว ยังมีการสืบพยาน ที่เป็นชาวต่างชาติโดยไม่ได้ใช้ภาษาไทยแต่ใช้ล่ามแปล เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนในการแปล และความเคลือบแคลงสงสัยที่จะเกิดขึ้นจากชาวต่างชาติที่เป็นคู่ความได้ และ ๒. เพื่อป้องกัน การโต้แย้งของทนายความที่กล่าวหาว่าผู้พิพากษาไม่บันทึกคําให้การของพยาน หรือบันทึก คําให้การของพยานไม่ตรงกับคําเบิกความของพยาน ๓. เพื่อป้องกันมิให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กลั่นแกล้งร้องเรียนศาล ทําให้เกิดการเสียขวัญกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของศาล ที่ดําเนินการอย่างถูกต้องเที่ยงธรรมแล้ว ๔. เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปตามหลักสากล และเป็นที่ยอมรับของนานาชาติในความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ ของกระบวนการพิจารณาคดี อันจะส่งผลดีต่อความศักดิ์สิทธิ์และเกียรติภูมิของศาลไทย ที่มีต่อสายตาชาวโลก ประเทศที่มีการบันทึกเทป (Tape) ภาพ และเสียง ในกระบวนการ พิจารณาในศาลนั้นก็มีทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาที่บันทึกภาพและเสียง ประเทศอังกฤษ บันทึกแบบดิจิทัล (Digital) ในศาล ประเทศนิวซีแลนด์ใช้ระบบวงจรซีซีทีวี (CCTV) บันทึกภาพและเสียง ประเทศสิงคโปร์ใช้ระบบบันทึกผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ประเทศเกาหลีใต้ ใช้การบันทึกเสียง ประเทศจีนใช้การบันทึกเสียง สําหรับประเทศไทยก็มีการนํามาใช้ ในคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมาแล้ว

ส่วนที่ ๓ ที่จะขอเพิ่มเติมของศาลปกครอง มาตรา ๑๙๒ ขอเพิ่มเติมในวรรคสาม ดังนี้ เพื่อพิทักษ์ความเป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดี และป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้น และไม่สามารถเยียวยาแก้ไขได้ในภายหลัง อันเนื่องมาจากความล่าช้าในการพิจารณา คดีปกครอง หากพ้นกําหนดระยะเวลา ๒ ปี นับแต่วันที่มีการยื่นฟ้องคดีปกครองแล้ว การพิจารณาพิพากษาคดีปกครองยังไม่แล้วเสร็จ ศาลปกครองที่จะพิจารณาคดีจะต้อง ออกคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามคําขอของผู้ฟ้องคดีเพื่อบรรเทาความเสียหายที่มิอาจเยียวยา แก้ไขได้ในภายหลัง ตรงนี้อาจจะใช้ข้อความอื่นในทํานองเดียวกันนี้เพื่อให้ผู้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนนั้นได้รับการเยียวยา เพราะหากล่าช้าไปความเป็นธรรมนั้นก็อาจจะไม่ได้รับ ความเป็นธรรมก็ได้นะครับ เพราะในปัจจุบันนี้คดีศาลปกครอง คดีชั้นต้นมีคดีคงค้างอยู่ ๑๓,๔๓๕ คดี คดีศาลสูงค้างอยู่ ๙,๒๓๖ คดี รวม ๒ ศาลแล้วค้างอยู่ ๒๒,๖๗๑ คดี จะเห็นว่า จํานวนคดีที่รับเข้ามากกว่าการพิจารณาคดีที่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแต่ละปีนั้น ก็มีคดีคงค้างมากขึ้นทุกปี ๆ ไม่มีทางแก้ไขได้ และไม่มีวันที่จะทําได้ทัน ทําให้ผู้เสียหาย ที่เป็นผู้ฟ้องคดีไม่ได้รับการเยียวยาได้ทัน ถึงแม้ว่าศาลจะตัดสินให้เป็นผู้ชนะก็เปรียบเสมือน เป็นผู้แพ้เพราะว่าเวลาล่วงเลยไปนานแล้วเช่นข้าราชการที่ถูกโยกย้ายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ฝ่ายรับการเยียวยาบางรายก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว หรือการทําสัญญาระหว่างภาครัฐ กับเอกชนเกิดความเสียหาย ก็ไม่สามารถเยียวยาแก้ไขได้ทันทําให้เกิดความเสียหาย ทั้งต่อประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มีคดีที่ค้าง ศาลปกครองนานถึง ๗ ปี ๖ ปี ๕ ปี ๔ ปี ๓ ปี เป็นจํานวนมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่า ความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมก็คือความไม่เป็นธรรมนั่นเองครับ

และสุดท้ายนะครับ บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๖๘ ตรงนี้ผมขอนําเสนอว่า ขอให้ตัดวรรคสุดท้ายออก ที่บอกว่า เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการอิสระคณะหนึ่งมีหน้าที่ที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์นี้ตามที่กําหนดไว้ใน พระราชกฤษฎีกานั้น ขอให้ตัดออก สาเหตุที่ให้ตัดออกเพราะว่ามีคณะกรรมาธิการกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอยู่แล้ว จึงไม่จําเป็นต้องตั้ง คณะกรรมการอิสระขึ้นมาใหม่ คณะกรรมการชุดนี้ก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีอยู่แล้วนะครับ จึงขอนําเสนอผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมีความครบถ้วน สมบูรณ์ และบรรลุ เป้าหมาย เพื่อความผาสุกของประชาชนและความมั่นคงของประเทศชาติอย่างยั่งยืน สืบต่อไปครับ

ต่อไปนะครับ ขอเชิญท่านกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด รองประธานสภาพัฒนา การเมือง และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเชิญครับ