สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา หารือเรื่องการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเสนอให้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้งที่จะต้องเปิดเผยบัญชีภาษีย้อนหลัง 5 ปี และการตรวจสอบรายได้ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้คนไม่ดีเข้าสู่ระบบการเมือง นอกจากนี้ยังเสนอให้ปฏิรูปตํารวจและลดการทุจริตในวงการการเมือง

นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีข้อเสนอซึ่งต่อเนื่องจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ ประเด็นสําคัญที่ผมอยากจะเรียนต่อที่ประชุมนั่นก็คือว่า การปราบปรามทุจริตเป็นหนึ่งในการปฏิรูปที่จะตัดวงจรอุบาทว์ วงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้น วนเวียนมาทําให้การเมืองเราเปลี่ยนผ่านไม่ได้ตั้งแต่หลังปี ๒๔๗๕ มาแล้ว นั่นก็คือมีการเลือกตั้ง เลือกตั้งทุจริต ทุจริตมาก ๆ บ้านเมืองวุ่นวายแล้วก็ยึดอํานาจ แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ เลือกตั้งวนอยู่อย่างนี้นะครับ นี่เป็นครั้งที่ ๒๐ ที่มีการร่างรัฐธรรมนูญ ทีนี้ในวงจรมีอันหนึ่ง ก็คือเรื่องการทุจริต ถ้าเราตัดวงจรนี้ได้ผมก็เชื่อว่าคนดี ๆ เขาจะมาลงเลือกตั้ง เพราะว่า บนโต๊ะอาหารถ้าไม่มีเศษอาหาร มด แมลงสาบ หนูก็ไม่มา แต่ทุกวันนี้เราปล่อยให้มีอยู่ พอมด แมลงสาบ หนูเข้ามาในระบบ เข้ามาอยู่ในสภานี่ละครับ คนดี ๆ เขาก็ไม่อยากมาด้วยหรอก หรือก็แข่งไม่ได้ ฉะนั้นยุทธศาสตร์ที่สําคัญในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้อันหนึ่งก็คือต้องจัดการ เรื่องคอร์รัปชันหรือการทุจริตให้ได้ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้มีข้อเสนอไว้ แต่ว่ามีทั้งที่ได้รับการตอบสนองจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และมีบ้างที่ตกหล่นไป ก็อยากจะนําเรียนเพื่อย้ําท่านให้เห็นความสําคัญ นั่นก็คือ ประเด็นแรก ท่านกําหนดไว้ว่าจะต้องเอาคนดีเข้าสู่ระบบ ผมก็มีประเด็นที่ว่าตั้งแต่ สปช. แล้วนะครับ ก็เสนอว่าควรจะมีการกําหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกระดับ ทุกระดับที่มาเป็น ผู้แทนชาวบ้านเขาต้องยื่น ไม่ต้องยื่น เปิดเผยเลยครับ เปิดเผยบัญชีภาษีย้อนหลัง แต่เดิมขอ ๕ ปี แล้วก็ต่อรองมาเหลือ ๓ ปี ๓ ปีก็ ๓ ปี มาถึงชุดนี้หายนะครับ ตอนที่เสนอใหม่ ๆ ก็มีนักการเมืองมาวิ่งกับผม มาคุย มาล็อบบี (Lobby) ว่าอย่าเอาเลยประเด็นนี้นะครับ ผมก็บอกว่าพี่ ภาษีนี้พี่ยังโกงเลย ยังเบี้ยวเลย แล้วพี่จะเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎรได้อย่างไรนะครับ ผมก็จะชี้ให้เห็นว่าการกําหนดคุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้งจะต้องเปิดเผยบัญชีภาษีย้อนหลัง ๕ ปี

เหตุผลข้อ ๑ การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ท่านเองเป็นคนร่าง ในนี้มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ในเมื่อเป็นหน้าที่ที่ดี พลเมืองดีเขาทํากัน หนีภาษีพลเมืองไม่ดีเขาทํากัน ในเมื่อเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ดีคุณจะมาเป็นผู้แทนราษฎรของประชาชนแล้วทําไมคุณ ไม่แสดงตัว ทําไมไม่กําหนดให้แสดงตัวนะครับ แล้วที่สําคัญคือประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๐ เขียนห้ามเลยไหมครับ ห้ามเปิดเผย ผมเป็นสื่อเองชอบที่ไปเปิดของเขาโดยเฉพาะคนที่รวย แบบไม่มีที่มา ผมอยากดูมากเลย เขาห้ามเปิดครับ อันนี้ควรจะกําหนดนะครับ

เหตุผลที่ ๒ ภาษีนี้สะท้อนที่มาของรายได้ ก่อนที่ท่านจะให้รู้ว่าคนนี้ ท่านจะไปตรวจสอบในบัญชีทรัพย์สินเขา ท่านรู้ไหมเขามีรายได้มาอย่างไร ท่านไม่รู้หรอกครับ ท่านตรวจสอบแค่ปลายทาง ต้นทางทําไมท่านไม่ตรวจสอบ เมื่อท่านไม่ตรวจสอบ การตรวจสอบก็ไม่ครบวงจร ป.ป.ช. อยู่ตรงท้ายก็เหนื่อย เพราะคดีจะไหลไปที่ ป.ป.ช. เยอะนะครับ จริง ๆ แล้วผมว่าวิธีนี้จะทําให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ก่อนสมัคร เปิดเลยครับ ผมก็จะได้ไปส่องดูคนที่มาสมัคร ใครบ้างเสียภาษี ไม่เสียภาษี บ้านใหญ่โตมีรถ ไม่เคยเสียภาษีเลย ไม่โกงมาก็ค้ายาเสพติดจะได้ไม่ไปเลือก หรืออะไรก็แล้วแต่ผมก็จะได้ไปบอก ป.ป.ช. เขา นี่ประชาชนไม่รู้ครับ และที่สําคัญท่านเขียน ไว้เองนะครับ มาตรา ๑๕๕ (๔) เขียนไว้ดีครับ ผมเห็นก็ชอบใจ บอกว่ารัฐมนตรีต้องมี ความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ แต่พอมาเจอเรื่องคุณสมบัติไม่เปิดเผยบัญชีภาษีมันจะประจักษ์ ได้อย่างไรครับ ผมไม่รู้เลยว่าท่านได้เงินมาอย่างไรเพราะภาษีมันจะสะท้อนรายได้ ถ้าท่านอยากให้ประจักษ์นะครับ ให้ประชาชนอย่างผมประจักษ์หรือชาวบ้านเขาประจักษ์ ได้ด้วยท่านต้องกําหนดมาตรานี้เข้าไปในคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง แล้วที่สําคัญ ท่านต้องป้องกันไม่ให้คนไม่ดีเข้าสู่ระบบ แต่ร่างรัฐธรรมนูญนี้ก็เขียนไว้เหมือน ๆ เดิม พอคนไม่ดีเข้ามาสู่ระบบท่านสร้างมาตรการที่เรียกว่ายาแรงไว้ตอนปลายทางนั่นก็คือ ป.ป.ช. กับศาล ท่านทราบไหมท่านจะทําให้ระบบมันช็อต (Short) เพราะว่าถ้าเกิดคนไม่ดีเข้ามาเยอะ มันจะเข้าไปในระบบมาก ๆ ป.ป.ช. พอทํางานไม่ได้ก็ไปตําหนิว่าทํางานช้า คดีมันท่วมครับ เพราะมันช็อต (Short) ทําไมท่านไม่เอาประชาชนเป็นด่านแรกตั้งแต่ต้น คนพวกนี้เห็นแล้ว ไม่เคยเสียภาษีอย่าเลือกเข้ามาก็จะแก้ปัญหาได้มาก ผมอยากจะนําเสนอท่าน นิดหนึ่งครับ นิทานเรื่องคนเลี้ยงเสือ ผมซื้อเสือตัวหนึ่งมาให้นาย ก ไปเลี้ยง ให้เงินไป ๑๐๐ บาทค่าอาหารต่อวัน เลี้ยงเสือเดือนสองเดือนก็ไม่อ้วนทั้งที่ ๑๐๐ บาทมันควรจะอ้วน ผมก็ไปตาม ข ไปช่วยดู ก ปรากฏว่าเสือผอมหนัก ผมไม่ไหวแล้วผมไปเอา ค มาเลย เอา ค มา มือปราบครับ ไปดูสิ ๒ คนทําอะไร ค ไปไม่ถึงอาทิตย์เสือตายผอมแห้งเลยครับ ผมจับ ๓ คนมา ก ชี้หน้าผม ความผิดอยู่กับคุณเองนั่นละ แต่เดิม ก บอกผมกับเสือกินกันคนละครึ่ง ค มาหาร ๔ เสือตายครับ เสือไม่พอกิน นี่คือระบบปราบทุจริตของบ้านเรา ทําไมล่ะครับ ทําไมไม่เปิดดูตั้งแต่แรกว่าอาหารกินอย่างไร ไม่ต้องเอา ก ข ค มาเลย นั่นคือให้ ประชาชนเข้าถึงอํานาจการตรวจสอบ ต้องให้ข้อมูลกับประชาชนมากที่สุด คุณอยากจะเข้ามา อยู่ในระบบการเมืองคุณต้องเสียสละความเป็นส่วนตัวเพราะไม่ได้มีใครเอาเชือกไปผูกคอคุณ แล้วลากมาเป็น ส.ส. มาเป็นรัฐมนตรี คุณอยากทั้งนั้นละครับ ถ้าท่านอยากคุณต้องเสียสละ

ประเด็นที่ ๒ อันนี้ผมเห็นด้วยกับทางกรรมการร่างรัฐธรรมนูญคือมาตรา ๙๓ อันนี้เขียนไว้ดีครับโดยเฉพาะการห้ามพวกกระดํากระด่าง ผมใช้คํานี้นะครับ คือตัวไม่เนียน แล้วอยากจะมาเล่นการเมือง ฉะนั้นท่านก็จะกําหนดคุณสมบัติไว้เยอะนะครับ พวกต้องคําพิพากษามา พวกทุจริตไม่ให้เข้า โกงเลือกตั้งไม่ต้องมา ถูกยึดทรัพย์ ถูกปลดออก กระดํากระด่างมีประวัติไม่ดีไม่ต้องเข้ามานี่ผมเห็นด้วยครับ

ประเด็นที่ ๓ อีกมาตราหนึ่งที่เห็นด้วยก็คือมาตรา ๑๓๙ คืออย่างนี้ครับ ส.ส. เราไปเสพติดเขาและยอมให้เขาเสพติด นั่นคือเสพติดเงินงบประมาณ เมื่อก่อน มีงบพัฒนาจังหวัด ๓๐ ล้านบาท ต่อมารัฐธรรมนูญบอกว่าห้าม พอห้ามเขาก็แอบตัดงบกัน ชั้น ๓ ตึกโน้นข้างหลัง ตัดงบเสร็จแล้วก็แจกเลยครับ กรรมาธิการเยอะหน่อย กรรมาธิการ แปรญัตติงบประมาณได้เยอะหน่อย ส่วนรัฐบาลได้รองลงมา ฝ่ายค้านได้บ้างไม่ได้บ้าง ได้มาปั๊บ ใครไม่มีรับเหมาไม่รู้จะทําอย่างไร ไปขายตรงสโมสร ถ้าเกิดท่านประธานอยู่ตอนนั้น ผมจะชวนไปแอบดู ผมเป็นนักข่าวไปแอบดูกัน ไปขายงานกันตรงนี้ครับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ มีห้องชั้นล่างอยู่ตรงสโมสรครับ มีห้องกระจกเฉพาะเลย มีคนหนึ่งมีอํานาจที่จะมี ห้องตรงนี้ได้เอิกเกริก ผู้รับเหมารู้กันทั่วประเทศยกเว้นคนในสภาไม่รู้หรอกเพราะเขา ไม่พูดกัน ถ้ารู้เขาต้องพูดแล้วนะครับ ตรงนี้ท่านเขียนมาตรานี้ไว้ดีครับ ดัดหลังกันก็คืองบ ถ้าตัดปั๊บ ส.ส. จะแอบไปแปรญัตติเป็นงบของตัวเองไม่ได้แล้วไปซุกอยู่กรมโน้นกรมนี้ ไม่ได้แล้ว และเอามาขายกันไม่ได้แล้ว ท่านบอกอย่างนี้ครับ ถ้างบมาแล้วเงินเหลือ แสดงว่าเงินเหลือเอาไปใช้หนี้ประเทศดีครับ การทําเช่นนี้จะทําให้การทุจริตลดน้อยลง

ประเด็นที่ ๔ ที่ผมจะนําเสนอก็คือเขาบอกว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดก่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินแผ่นดินอันประชาชนพึงเห็นว่าก่อให้เกิด ความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรง ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือ ป.ป.ช. ไต่สวนยื่นฟ้องดําเนินคดีได้ อันนี้ก็ดีนะครับ แต่อีกอันหนึ่งที่ไม่เห็นก็คือว่าที่จริงทางคณะกรรมาธิการเสนอไปอันนี้น่าจะ เป็นข้อที่ ๕ คนที่เป็น ส.ส. นี้ผมไม่ทราบว่าเป็นอะไร ส.ส. กับ ส.ว. ไม่ทราบว่ามีญาติโยม เป็นเทวดาหรือเปล่าถึงได้สิทธิดีกว่าประชาชนไปทําผิดกฎหมาย ที่จริงควรจะมีสํานึกที่ดีกว่า ประชาชนเพราะเป็นผู้มีการศึกษามีอะไรสารพัด คุณสมบัติดีทั้งสิ้น ไปทําผิดมีเอกสิทธิ์ ไม่ต้องถูกจับ ปีหนึ่งประชุม ๒ สมัย สมัยละ ๔ เดือน รวมเป็น ๘ เดือน พวกนี้ถ้าอยู่ครบ คดีก็ยังไม่ได้ไปถึงไหน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเสนอท่านอยากจะให้เอกสิทธิ์เขาก็ให้ ที่จริง เป็นผู้แทนราษฎรไม่ควรจะมีสิทธิดีกว่าประชาชน มาตรา ๔ ท่านเขียนบอกว่าเสมอภาค มันเสมอ ได้อย่างไรคนพวกนี้เขามีสิทธิมากกว่าชาวบ้าน เขาขอคณะกรรมาธิการเสนอนิดเดียวบอกว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกันถ้ามาเจอคดีทุจริต คดีโกง คดีอะไรอย่าไปให้เอกสิทธิ์ โกงเลือกตั้ง โกงอะไร สารพัด ถ้าโดนไปเลย แล้วจริง ๆ ไม่ควรจะให้ด้วยซ้ํา ผมไม่รู้ว่าจะให้ไปทําไม มันเป็นประเพณี มาแต่โบราณไม่ดี เราปฏิรูปแล้วต้องเอาออกไปไม่ควรจะให้มีมาตรา ๑๒๐ แล้วอีกอันหนึ่ง ที่ทางคณะกรรมาธิการเสนอไปเพื่อถ่วงดุลอํานาจระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ที่จริงแล้ว เวลามาเป็นฝ่ายค้านคณะกรรมาธิการก็มีหลายชุด แต่ว่าพอมาใช้เสียงโหวต (Vote) ข้างมาก รัฐบาลก็จะใช้เสียงโหวต (Vote) เลือกประธานคณะกรรมาธิการไปอยู่ในชุดที่สําคัญ ๆ น่าจะ มีการกําหนดที่ชัดเจนล็อก (Lock) ไว้เลยครับ คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ น่าจะไปให้ฝ่ายค้านเขาโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการป้องกันการทุจริตหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ในร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่มีนะครับ ผมว่าน่าจะถ่วงดุลอํานาจไว้ไม่อย่างนั้นคนนี้เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงก็จะไปหาเพื่อนมาเป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้เวลาตรวจสอบจะได้จู๋จี๋กันได้ ทําให้การคานอํานาจไม่ดี ผมฝากประเด็นนี้ด้วย แล้วก็ผมจะวนไปหาเรื่องบทเฉพาะกาล อันนี้ ก็จะเกี่ยวกับเรื่องการสร้างความสะอาดให้กับบ้านเมืองนั่นคือการปฏิรูปตํารวจ ผมต้องชมว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้มีความกล้าหาญเพราะตํารวจก่อปัญหานิดหนึ่ง ก็เป็นปัญหาใหญ่เพราะใกล้ชาวบ้าน ตํารวจเคยปฏิรูปครั้งหนึ่งจากกรมเป็นสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ปฏิรูปแล้วเละเลย เดิมอํานาจจะอยู่ที่ผู้บัญชาการภาค ไปบอกฝ่ายการเมือง อย่างนี้ ๆ พอทําเสร็จไม่ใช่ครับ ยิ่งทํายิ่งโต ย้ายสารวัตรเดี๋ยวนี้ยังต้องไปที่กรมเลยแทนที่ จะให้ผู้บัญชาการภาคเขาจัดการ สิ่งเหล่านี้ท่านก็บอกว่าจะต้องปฏิรูปตํารวจอะไรสารพัด แต่ว่าที่จริงต้องปฏิรูปสํานึกก่อนนะครับ วันก่อนไปจับไพ่ครับ ไพ่บริดจ์ (Bridge) ไม่รู้หรือครับว่า มันเป็นกีฬา บอกว่าเป็นพนัน ถ้าเกิดว่าท่านยุทธศักดิ์อยู่ที่นี่นะครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ผมจะเรียกตํารวจมาจับท่านด้วย ท่านไปเปิดงานแข่งบริดจ์ (Bridge) เมื่อ ๒ เดือนก่อน เท่ากับว่าท่านไปส่งเสริมเขาเล่นการพนันหรือครับ มันไม่ใช่ มันเป็นกีฬา ตํารวจไม่รู้ไปจับวันนี้ นักบริดจ์ (Bridge) ระดับโลกจะมา ๓๐๐ คน ยกเลิกแล้ว อีก ๑-๒ ปีเขาแข่งโอลิมปิก (Olympic) ทุกมหาวิทยาลัยมีหมดไปจับได้อย่างไร ปฏิรูปต้องปฏิรูปตํารวจให้รู้ทันด้วย ที่สําคัญอันนี้ โดนกับตัวผมเอง ที่จริงก็ไม่อยากจะพูดแต่ต้องพูด ตํารวจเมืองนนทบุรี จราจรเมืองนนทบุรี ยิงเรดาร์ (Radar) ผม ถนน ๑๐ เลน (Lane) ผมวิ่ง ๙๒ กิโลเมตรบอกว่าเร็วกว่ากฎหมายกําหนด เอาอะไรคิดครับ หิวหรือครับ หิวมากหรือครับ ผมถาม คุณจับปั๊บคุณได้เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ปรับผม ๘๐๐ บาท คุณได้ ๖๐๐ บาท รู้ไหมครับว่าชาวบ้านเขาด่า ๘๑ กิโลเมตรก็จับ มีคนโทรศัพท์มาบอกผมแล้วจับไปทําไมถนนมัน ๑๐ เลน (Lane) นะครับ อ้างว่าอยู่ในเขต เทศบาลโทลล์เวย์ (Tollway) ก็อยู่ในเขตเทศบาลครับ กรุงเทพมหานครจับสิครับ ป้ายเขียนไว้ ๘๐ กิโลเมตรทําไมไม่จับครับ คุณเอาอะไรมาคิด สิ่งเหล่านี้ผมว่าตํารวจต้องปฏิรูปมาก แล้วปฏิรูปตํารวจใช้กลไกธรรมดาไม่ได้ ผมว่าจะให้ สปท. อยู่อีก ๑ ปีไม่มีประโยชน์หรอกครับ ผมพูดอย่างนี้เดี๋ยวท่านอาจจะโกรธ ตํารวจนี้ปฏิรูปจะต้องต่อเนื่องเป็น ๑๐ ปี ๕ ปี ๑๐ ปี ไม่จบแค่นี้หรอกครับ ควรจะมอบ ภารกิจนี้ให้กับ ส.ว. หรือวุฒิสมาชิกรับไปเลย ส.ส. เขาจะยุ่งการเมือง ส.ว. ไม่เกี่ยวกับ การเมืองมาทํา แต่ ส.ว. อย่างที่ท่านเสนอมามันทําไม่ได้หรอกครับ กลุ่ม ๒๐ อาชีพมาแล้ว มาเลือก ๆ ตามอาชีพ พอมาปั๊บมีโหวตเตอร์ (Voter) ปุ๊บ ผมซื้อครับ หัวละแสน ผมซื้อ คะแนนสัก ๑๐๐ คะแนนเดี๋ยวผมก็ได้แล้ว ๑๐ ล้านบาท ไปเป็น ส.ว. เลือกตั้ง ๓๐ ล้านบาท เอาไม่อยู่นะครับ ฉะนั้นไหน ๆ ส.ว. จะมาทําแล้วไม่มีอํานาจถอดถอนอะไรสรรหาไปเถอะครับ จะได้รู้พ่อแม่เป็นใคร ใครเป็นคนสรรหาคนนั้นก็เป็นพ่อแม่ ลูกไม่ดีจะได้ว่าพ่อว่าแม่เขาได้ แต่เป็น ส.ว. จากสาขาอาชีพ ไม่รู้ว่าใครเป็นใครหรอกครับ คุมกันไม่ได้ครับ ขอบพระคุณครับ