บวรเวท เสนอเพิ่มบทรัฐธรรมนูญ คุ้มครองวัฒนธรรม-ภูมิปัญญา-สิ่งแวดล้อม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

บวรเวท รุ่งรุจี อภิปรายเสนอให้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและภาระผูกพันในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญมีความครอบคลุมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเน้นการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง โดยเสนอส่งเสริมวัฒนธรรม คุณธรรม จริยธรรม และการคุ้มครองพระพุทธศาสนาในหลักการรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม

นายบวรเวท รุ่งรุจี

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ เพื่อนสมาชิก และผู้แทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญครับ ก่อนอื่นก็คงจะต้อง ขอขอบพระคุณที่ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้คํานึงถึงความสําคัญของงาน ทางด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม โดยบรรจุเรื่องราวที่เกี่ยวข้องไว้ในหมวด ๓ หมวด ๔ หมวด ๕ และหมวด ๖ และเพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความสมบูรณ์ ในวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม

ผมคงมีหัวข้อที่จะอภิปรายในแต่ละหมวด โดยเริ่มจากหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ในมาตรา ๔๓ ซึ่งพูดถึงบุคคลและชุมชนมีสิทธิร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐ ผมขออนุญาตเพิ่มคําว่า หรือภาคเอกชนในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู เพราะในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วการอนุรักษ์มรดกทางด้านวัฒนธรรมของชาตินั้น เราได้มีการร่วมทํางานกับภาคเอกชนในการสนับสนุนงบประมาณในการทํางานให้กับเรา เพราะฉะนั้นในหมวดว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพก็น่าที่จะกําหนดเอาไว้เช่นเดียวกัน ซึ่งมีการกําหนดเรื่องของภาคเอกชนไว้ในมาตรา ๕๐ ของหมวด ๕ สําหรับในหมวด ๔ ซึ่งพูดถึงหน้าที่ของปวงชนชาวไทย เพื่อให้เป็นการสอดรับกัน

ในหมวด ๔ มาตรา ๔๗ ทั้ง ๑๐ อนุมาตราไม่มีคําใดที่พูดถึงเรื่องการอนุรักษ์มรดก ทางด้านวัฒนธรรมของชาติ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเพิ่มเติมในมาตรา ๔๗ (๘) คือการร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์ ขอเพิ่มคําว่า มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือถ้าท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เห็นควรตั้งเป็นอนุมาตราใหม่ก็แล้วแต่นะครับ แต่ขออนุญาตเพิ่มในคํานี้

ส่วนในหมวด ๕ เรื่องหน้าที่ของรัฐ มาตรา ๕๐ วรรคสี่ ซึ่งพูดถึงการศึกษา ทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี จริง ๆ แล้วผมอยากจะเพิ่มอีกคําหนึ่งคือให้เห็นคนเก่ง เพราะว่าเมื่อเช้าหนังสือพิมพ์เพิ่งลงผลการสอบแกท/แพท (GAT/PAT) ใน ๘ หมวดวิชาหลัก นักเรียนที่สอบมีผ่านแค่หมวดเดียวคือหมวดวิชาภาษาไทย นอกนั้นนักเรียนของเราต้องบอกว่า สอบตกในคะแนนเฉลี่ยต่ํากว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในอีก ๗ หมวดวิชา มีหมวดวิชาภาษาไทย วิชาเดียวที่สอบผ่าน เพราะฉะนั้นอยากจะให้เพิ่มคํานี้ว่า นอกจากเป็นคนดีแล้วขอให้เป็น คนเก่งด้วยเพื่อจะช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองต่อไป แล้วก็จะตามด้วยว่า มีวินัย ผมขออนุญาต เพิ่มคําว่ามีวัฒนธรรม คุณธรรมและจริยธรรม ต่อจากคําว่า มีวินัย เพราะว่าถ้าเรามีวินัย โดยที่เราไม่รู้เรื่องของวัฒนธรรม ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรม ก็เหมือนกับสภาพสังคมที่เป็นอยู่ ในปัจจุบันนี้เราไม่รู้เรื่องของวัฒนธรรม เรารู้แต่เปลือกนอก แต่ไม่รู้ถึงเนื้อแท้ของวัฒนธรรม เรายังเข้าใจอะไรผิด ๆ เหมือนผมเคยฟังข่าวตอนเช้า ๗ โมงพูดถึงเรื่องประเพณีผีตาโขน ซึ่งผมว่าทุกท่านคงเคยได้ยิน เพราะว่าประเพณีผีตาโขนจัดที่อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย แต่จริง ๆ แล้วต้องเรียนว่าประเพณีผีตาโขนไม่มี จริง ๆ แล้วกิจกรรมผีตาโขนหรือการละเล่น ผีตาโขนนั้นเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งในประเพณีงานบุญหลวงในฮีตสิบสองของคนอีสาน เพียงแต่ว่าการที่แต่งตัวแปลก ๆ ออกมาเต้นในท่าแปลก ๆ กลายเป็นจุดเรียกความสนใจ เราก็เลยไปหยิบเอาเปลือกนอกมาใช้เป็นแกนหลัก เพราะฉะนั้นเรื่องของวัฒนธรรมเป็นเรื่อง ที่เราจะต้องมีการศึกษาแล้วก็ต้องช่วยกัน เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเราก็ได้แต่เปลือก เราไม่ได้แก่น แล้วท้ายที่สุดก็จะเป็นสิ่งที่เราพบเห็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตเพิ่มคําว่า มีวัฒนธรรม ซึ่งในที่นี้จะหมายรวมไปถึงงานทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ จารีตประเพณี ขนบธรรมเนียมประเพณีอะไรต่าง ๆ ทั้งหลายจะอยู่ในนี้ เพื่อให้ความภูมิใจในชาติซึ่งเป็น คําต่อไปที่จะเกิดนั้นเกิดได้อย่างแท้จริง อีกมาตราหนึ่งที่ผมขออนุญาตเพิ่มเติม คือในมาตรา ๕๓ รัฐต้องอนุรักษ์ คุ้มครอง บํารุง รักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และใช้ หรือจัดให้มี การใช้ประโยชน์จาก จากนี่แต่เดิมมีแค่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาต เพิ่มตรงนี้ว่า จัดให้มีการใช้ประโยชน์จากมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้มีการสอดคล้องกันว่าในมาตรา ๕๐ ว่าถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษา เพราะฉะนั้น ในมาตรา ๕๓ เมื่อปฏิรูปแล้ว การคุ้มครอง การอนุรักษ์อะไรต่าง ๆ นั้นน่าที่จะมีเรื่องของ วัฒนธรรมรวมอยู่ด้วย

ส่วนในหมวด ๖ ว่าด้วยเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๖๓ ขออนุญาต เพิ่มเติมว่า ในการอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่อยู่คู่ชาติไทยมาแต่ดั้งเดิม และประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือ รัฐต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มี การบ่อนทําลายพระพุทธศาสนาไม่ว่ารูปแบบใด ขอเพิ่มเติมดังต่อไปนี้นะครับ และส่งเสริมศาสนิกชนให้ศึกษาเข้าถึงหัวใจของศาสนาของตนเองอย่างแท้จริง สามารถนํา หลักธรรมมาใช้ในชีวิต และเคารพในหลักการข้อปฏิบัติของศาสนาอื่นด้วย เพราะว่าถ้าเรา ไม่มุ่งเน้นถึงการศึกษาให้เข้าใจถึงเรื่องของพระพุทธศาสนาที่แท้จริง เราก็จะได้มีประมาณ ตุ๊กตาลูกเทพ หรือจะมีหลานเทพ หรือมีอะไรต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นเรื่องของพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่ต้องมีการศึกษาให้เข้าใจถึงหลักแท้ว่าใน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ที่พระพุทธเจ้า ได้ทรงสั่งสอนเอาไว้นั้น จุดเน้นที่สําคัญจริง ๆ แล้วคือการมีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ทั้งกาย วาจา และใจ นั่นคือเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาในการที่จะทําให้เราเข้าใจ ถึงเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะเพิ่มเติมคําต่าง ๆ เหล่านี้เข้าไปเพื่อให้สอดคล้องกับ การปฏิรูปที่จะได้มีการดําเนินการในห้วงอีก ๑ ปี ๖ เดือนที่ทางสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนาจะได้ดําเนินการในเรื่องนี้นะครับ ส่วนในมาตราอื่น ๆ นั้นก็มีการพูดถึง เรื่องของการอนุรักษ์ส่งเสริมวัฒนธรรมในมาตรา ๖๖ ในมาตรา ๖๗ พูดถึงเรื่องการส่งเสริม คุ้มครองชาติพันธุ์ต่าง ๆ แล้วก็มาตรา ๗๒ วรรคสาม ที่พูดถึงเรื่องการจะมีมาตรฐาน ของจริยธรรม ในเรื่องของจริยธรรมนั้นเป็นเรื่องของการปฏิบัติ แต่ที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ก่อนที่จะมีจริยธรรมซึ่งเป็นเรื่องการปฏิบัติ น่าที่จะมีคุณธรรมซึ่งเป็นเรื่องของจิตใจ ควบคู่กันไปด้วย ถ้าเราพูดกันก็คือเราต้องมีคุณธรรม คือมีเรื่องของจิตใจที่เป็นธรรม และมีจริยธรรม คือมีการปฏิบัติที่เป็นธรรม อันนี้ผมก็คงจะขอฝากคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญช่วยพิจารณาในส่วนที่ทางคณะของผมได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ ขอบพระคุณครับ