ชาญวิทย์ เสนอเพิ่มบทบาทท้องถิ่นส่งเสริมกีฬาและยกระดับสถาบันพลศึกษา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ชาญวิทย์ ผลชีวิน เสนอปรับปรุงรัฐธรรมนูญโดยการเพิ่มคำว่า "การกีฬา" ลงในมาตรา 247 เพื่อเสริมบทบาทองค์กรท้องถิ่นในการส่งเสริมกีฬาและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งผลักดันการปฏิรูปกีฬาในสามด้านหลัก ได้แก่ การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ การจัดทำแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติฉบับที่ 6 ให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ และการบูรณาการสถาบันการพลศึกษา 17 วิทยาเขตให้เป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 4 แห่งใน 4 ภูมิภาค โดยใช้งบประมาณเดิม เพื่อผลิตบุคลากร นวัตกรรม และงานวิจัยที่รองรับอุตสาหกรรมกีฬาทั้งในและต่างประเทศ

นายชาญวิทย์ ผลชีวิน

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ทุกท่าน ผม ชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๓๗ นะครับ ก่อนอื่นเช่นเดียวกันกับท่าน พลเอก จิระ โกมุทพงศ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม กระผม ใคร่ขอขอบพระคุณคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านที่ให้ความสําคัญกับการกีฬา ของประเทศโดยบรรจุถ้อยคําไว้ในมาตรา ๖๘ นับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยเลย ก็ว่าได้ที่คนในวงการกีฬานั้นรู้สึกมีความอบอุ่น มีความภาคภูมิใจที่รัฐบาลได้เห็นความสําคัญ แล้วคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้เห็นความสําคัญของทางด้านการกีฬาที่บรรจุไว้ใน มาตรา ๖๘ แต่อย่างไรก็ตามผมใคร่ขอเสนอให้ท่านได้พิจารณาว่าควรมีการบรรจุถ้อยคําคําว่า การกีฬา ไว้ในหมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ในมาตรา ๒๔๗ วรรคสี่ หลังคําว่า การศึกษา เพิ่มเติมคําว่า การกีฬา ลงในบรรทัดนั้นด้วยนะครับ เป็นผลอันสืบเนื่องมาจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการสาธารณะ แล้วก็ เสริมสร้างความมั่นคง เสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิด ประโยชน์ของเยาวชน ประชาชนในท้องถิ่น แล้วก็ย่อมมีอํานาจหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะ โดยอย่างน้อยถ้ามีคําว่า การกีฬา เข้าไปจะช่วยให้เกิดการสนับสนุนการกีฬาในอันที่จะนําไปสู่ การพัฒนาสุขภาพ พลานามัย คุณภาพชีวิตของเยาวชน ประชาชนในท้องถิ่น เป็นการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ แล้วก็ส่งเสริม สนับสนุนให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ได้ดูแลรักษาสุขภาพ พัฒนาเศรษฐกิจกีฬาพื้นฐาน แล้วก็จะก่อให้เกิดการบริหารจัดการ และการพัฒนากีฬา ของประเทศอย่างมากในอนาคต ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะเพิ่มบทบาท และภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ในอดีตหลายปีที่ผ่านมาเราพบปัญหาและอุปสรรค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาอย่างมากในการใช้จ่ายเงินงบประมาณเพื่อการเบิกจ่าย ทางด้านการกีฬาที่ปรากฏมาแล้วตามสาธารณะในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาคือเบิกจ่าย กิจกรรมบางอย่างทางด้านการกีฬาไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ ในหมวด ๑๔ การปกครอง ส่วนท้องถิ่น มาตรา ๒๔๗ วรรคสี่ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมคําว่า การกีฬา ลงในบรรทัดนั้นด้วย ก็จะเป็นคุโณปการ คุณาประโยชน์แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็เป็นประโยชน์ แก่ประชาชน ประเทศชาติ เยาวชน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมาก

อีกมาตราหนึ่งได้แก่มาตรา ๒๖๙ ในบทเฉพาะกาล กระผมขอใคร่เสนอ ให้บรรจุประเด็นเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกีฬา ๓ เรื่อง เพื่อให้เกิดสัมฤทธิผล และเป็นผลงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและรัฐบาลชุดนี้นะครับ ซึ่งได้แก่

เรื่องที่ ๑ การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ หรือซูเปอร์บอร์ด (Super board) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกํากับดูแล ควบคุมแนวทางการพัฒนากีฬา ของชาติ เพราะการพัฒนากีฬาของชาติที่ผ่านมามีลักษณะที่หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติงาน โดยขาดการร่วมมือร่วมใจกัน บางครั้งต่างคนต่างทํานะครับ อาทิ เช่น กรมพลศึกษาดูแล กีฬาขั้นพื้นฐานและกีฬามวลชน ในขณะที่การกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นดูแลกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ แล้วก็กีฬาเพื่อการอาชีพ แล้วก็ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ อีกที่ดูแลทางด้านการกีฬา จึงทําให้ งานเกิดการซ้ําซ้อน แล้วมีบางเรื่องก็คือต่างคนต่างทํา การมีคณะกรรมการนโยบาย การกีฬาแห่งชาติ จะทําให้เกิดความเป็นเอกภาพในการกํากับดูแลการทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมี ประสิทธิผล ดูแลกองทุนพัฒนากีฬาของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้วก็มีประสิทธิภาพ ในการใช้งบประมาณ ติดตามการทํางานให้เป็นไปตามแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ เพราะฉะนั้น นี่คือเรื่องเร่งด่วนที่ ๑ ในการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายกีฬาแห่งชาติหรือว่าซูเปอร์บอร์ด (Super board)

เรื่องที่ ๒ การจัดทําแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) ตามแนวทางของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้วางไว้นะครับ โดยแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ซึ่งกําลังใช้อยู่ปัจจุบันนี้ก็คือปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ กําลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนนี้ เพราะฉะนั้นจึงจําเป็นต้องจัดทําแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๖๐- ๒๕๖๔) ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปที่ ๑๙ ด้านการกีฬา เพื่อจะเป็นแผนแม่บทหรือมาสเตอร์แพลน (Masterplan) ของประเทศในการพัฒนากีฬา แล้วก็เป็นแนวทางในการส่งเสริม กําหนดทิศทาง การทํางานด้านการกีฬาของหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตามแผนแม่บทต่อไปในระยะยาวนะครับ

เรื่องที่ ๓ ก็คือการบูรณาการหลอมรวมยกวิทยฐานะสถาบันการพลศึกษา ทั้ง ๑๗ วิทยาเขตเป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ๔ แห่งใน ๔ ภูมิภาคของประเทศ ล่าสุดเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ท่านนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าครั้งที่ ๒ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านได้เร่งรัดในการทํางานให้ทันกับกรอบเวลาที่เหลืออยู่ ทั้ง ๑ ปี ๖ เดือน โดยเร่งให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยท่านปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้เปิดเผยนโยบายด้านการกีฬาที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงคือ การตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติไม่ควรตั้งขึ้นใหม่ แต่ให้ปรับปรุงจากสถาบันการพลศึกษา ทั้ง ๑๗ วิทยาเขต และเน้นความเป็นเลิศทางด้านวิชาการให้มากขึ้นด้วย ไม่ใช่เน้นแต่ เรื่องปฏิบัตินักกีฬาอย่างเดียวนะครับ ให้เน้นทางด้านวิชาการให้มากขึ้นด้วยฉะนั้นการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติจึงเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางโดยการบูรณาการยกฐานะ สถาบันการพลศึกษา มิใช่เป็นการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่นะครับซึ่งมีงบประมาณเดิม ที่ใช้ดําเนินการอยู่แล้ว ในการขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นสิ่งที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้นําเสนอ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบผ่านมาเรียบร้อยแล้ว และกระผมได้เข้าชี้แจงกับคณะอนุกรรมาธิการ การกีฬาของคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้วนะครับ ในการนี้ได้จัดตั้งคณะทํางานร่วมกันระหว่างสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดดังต่อไปนี้ ถ้าเราจัดตั้งมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติได้ เราจะผลิตบุคลากรเฉพาะทาง โดยเฉพาะด้านการกีฬา ด้านวิทยาศาสตร์ การกีฬา อุตสาหกรรมทางการกีฬา และเทคโนโลยีทางการกีฬา รวมถึงนักบริหารจัดการกีฬา และบัณฑิตในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป สร้างและพัฒนานวัตกรรมองค์ความรู้ใหม่ ๆ พร้อมทั้งงานวิจัยทางด้านการกีฬา เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของการกีฬาในระดับภูมิภาค ระดับชาติ และระดับนานาชาติต่อไป อันนี้จะเห็นได้ว่าเป็นความสอดคล้องกับนโยบาย ของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ท่านอยากจะเห็นมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ท้ายที่สุดกระผมใคร่ขอขอบคุณท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ให้กระผมได้มีโอกาส ให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไปในอนาคต ขอบคุณมากครับ