อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ กล่าวถึงความเหมาะสมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกับบริบทของประเทศไทย โดยเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญในอดีตและเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญฉบับนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งว่าที่ขอไป ๖ ท่านนั้น คงจะเหลือ ๕ ท่านนะครับ ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ท่านไม่สมบูรณ์ ขอถอนตัวนะครับ เพราะฉะนั้นอีก ๔ ท่านก็จะบริหารเวลาให้อยู่ภายในเวลา ๑ ชั่วโมงนะครับ ขอเรียนท่านประธาน ให้ทราบ ท่านประธานครับ ผมฟังการอภิปรายมา ๒ วันเต็ม ๆ แล้วก็ฟังจากทุกภาคส่วน ของสังคม เพราะเราเป็นกรรมาธิการด้านสังคม ฟังจากสื่อมวลชนก็มีความรู้สึกว่า เกือบจะทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นข้อซึ่งสมควรจะแก้ไขเราพอจะทราบกันดีอยู่ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมจะพูดในภาพรวมทั่วไปว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันหรือฉบับที่ ๒๐ มีความเหมาะสมกับสังคมของประเทศไทยหรือไม่ โดยส่วนตัว ผมคิดว่าในบริบทขณะนี้ของประเทศไทย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเหมาะสม ผมจะเปรียบเทียบว่ารัฐธรรมนูญในอดีตที่ผ่านมานั้นเราก็มีการแก้ไขกันมาอยู่ มีการร่าง และมีการยุบ ฉบับนี้ถ้าสําเร็จก็จะเป็นฉบับที่ ๒๐ ของประเทศ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นฉบับที่ ๑๙ มีการแก้ไขเพิ่มเติม ๑ ครั้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ ๑๙ มีการแก้ไข มาตรา ๓๕ ระบุว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ต้องปฏิบัติตั้งแต่ (๑) ถึง (๑๐) (๒) นั้น เป็นอนุมาตราที่มีความสําคัญมาก ระบุว่าต้องบริหารประเทศในการปกครองด้วยระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และมีความเหมาะสมกับประเทศไทย ถ้าผมจําไม่ผิดคิดว่าข้อจํากัดนี้ไม่น่าจะเคยมีอยู่ในประวัติศาสตร์ชาติไทยว่าต้องให้เหมาะสม กับประเทศไทย ก็เป็นข้อจํากัดที่ทําให้ร่างรัฐธรรมนูญปัจจุบันต้องร่างออกมาให้เหมาะสมกับ ประเทศไทย ก็ต้องย้อนไปถึงตั้งแต่หลัง ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ว่าเกิดเหตุการณ์ ปัญหาอะไรกันเอามาเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๑๐) นั้นก็กําหนดไว้ชัดเจนว่าต้องมีการปฏิรูปที่ชัดเจน ซึ่งเมื่อวานนี้ ผมได้ฟังเสียงสัมภาษณ์จากท่านประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ผมก็มีความสบายใจ ว่าท่านไม่ขัดข้องที่จะตั้งหมวดเพิ่มขึ้นมาเป็นหมวด ๑๖ เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งจะทําให้มีการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง เพราะการปฏิรูปนี้ไม่ใช่ทําเพียง ๑ ปี หรือ ๒ ปีจะสําเร็จ เพราะ ๗๕ ปีที่ผ่านมานั้นเราไม่เคยมีการปฏิรูปอย่างจริงจังเลย มาครั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ทาง คสช. ทางคณะรัฐมนตรี แม่น้ําทุกสายเห็นพ้องต้องกันว่าประเทศไทยสมควรจะมีการปฏิรูป ต้องมีการขับเคลื่อนมีการผลักดันโดยสภาแห่งนี้ละครับ ย้อนกลับไปถึงผมอยากจะให้ดู รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาสมัยปี ๒๕๑๖ นั้น ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญค่อนข้างที่จะเผด็จการ เราเคย มีนักการเมือง ๓ ท่านที่ฟ้องร้องผู้นําประเทศ แต่ในขณะเดียวกันนักการเมือง ๓ ท่านนั้นกลับถูก สั่งติดคุก ถ้าผมจําไม่ผิดมีท่านอนันต์ ภักดิ์ประไพ จังหวัดพิษณุโลก มีท่านบุญเกิด หิรัญคํา จังหวัดชัยภูมิ แล้วก็มีอดีตประธานรัฐสภาไทยยังมีชีวิตอยู่ท่านเดียวคือท่านประธานอุทัย พิมพ์ใจชน ซึ่งขณะนั้นเป็นดาวรุ่ง ส.ส. หนุ่มที่สุดของประเทศไทยจากจังหวัดชลบุรี ได้ปี ๒๕๑๒ พร้อมกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ขออภัยที่ได้เอ่ยนามของทั้ง ๒ ท่าน ก็เข้าไป ติดคุกอยู่ ๓ ท่านแล้วก็ออกมา เพราะว่าเกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ นํามาสู่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ ที่ดีมาก แต่ใช้เพียง ๒ ปีก็เกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๑๙ ก็ทําให้มีการปฏิวัติ รัฐประหาร เกิดขึ้น ก็มีการร่างรัฐธรรมนูญต่อมา จนกระทั่งมีการปฏิวัติ รัฐประหารอีกจนเป็นครั้งที่ ๑๓ ของรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๒๑ และเป็นที่มาของกําเนิดนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดของประเทศไทย นั่นคือท่านประธานองคมนตรีท่านปัจจุบัน ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีมา ๕ สมัย ตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ ถึงปี ๒๕๓๑ เป็นเวลา ๘ ปี ซึ่งท่านประธาน สปท. ท่านประธานทินพันธุ์ก็เป็นที่ปรึกษา มาตลอดเป็นเวลา ๘ ปีเศษ ๆ นั่นจะเห็นว่าผมกําลังเปรียบเทียบว่าไม่ว่าที่มาจะเป็นอย่างไร ไม่สําคัญหรอกว่าจะบริหารประเทศได้แล้วจะเกิดผลเป็นอย่างไร ตัวอย่างที่เห็นกันชัด ๆ ว่าทําไมช่วงปี ๒๕๒๓ ถึงปี ๒๕๓๑ นั้น เราได้นายกรัฐมนตรีที่น่าจะดีที่สุดของประเทศไทย ทําความเจริญรุ่งเรือง ทําให้ประเทศชาติมีความมั่นคงทั้งการเงินการคลังอย่างยิ่ง ซึ่งจะเห็นว่า ที่มานั้นไม่มีความสําคัญใด ๆ เลย จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้เราก็กําลังเป็นช่วงระยะเวลา เปลี่ยนผ่าน ถ้าพวกเราลองคิดดูสิว่าเหตุการณ์ก่อน ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ถ้าไม่มี เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ถอยหลังกลับไปนิดหนึ่ง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ค่อนข้างดีมาก ให้อํานาจ สิทธิ เสรีภาพ มีองค์กรอิสระ มีสภา มีวุฒิสภา มีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งให้คําปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี มีองค์กรอิสระซึ่งคานอํานาจกันมากมาย มีศาลรัฐธรรมนูญ มี ป.ป.ช. มี กกต. แต่ในที่สุดแล้ว ด้วยพฤติกรรมของนักการเมืองไทยก็เป็นที่ทราบกันอยู่ว่ามีการควบรวมองค์กรอิสระ มีการครอบงํา สมาชิกวุฒิสภาก็เกิด ทําให้มีเหตุการณ์ ๑๙ กันยา ๔๙ เกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ ๑๙ กันยา ๔๙ ก็นํามาสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีฉบับหนึ่ง เพราะมีการลง ประชามติครั้งแรกในประเทศไทย ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีการลงประชามติ ปี ๒๕๕๐ ใช้มา ได้ประมาณไม่กี่ปีซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีแต่ก็ถูกพฤติกรรมของนักการเมืองที่อ้างประชาธิปไตย เป็นตัวตั้ง ต้องทําความเข้าใจกันเสียใหม่ว่าประชาธิปไตยตามคํานิยามของแต่ละท่านนั้นตรงกันหรือไม่ การซื้อเสียงด้วยเงินเพียง ๑๐๐ บาทนั้นผมคิดว่าไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว ที่ผ่านมาการซื้อเสียง เลือกตั้งไม่ว่าระดับ ส.ส. ส.ว. เลือกตั้งก็เป็นประชาธิปไตย แล้วก็อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถามว่าความพร้อมอะไรต่าง ๆ ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม เพียงใดที่จะเป็นประชาธิปไตยทุกรูปแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างประเทศที่เจริญแล้ว อย่างเช่นประเทศจีนอย่างนี้ ประชากร ๑,๕๐๐ ล้านคน ถ้าเขาปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตลอดปีที่ผ่านมาผมคิดว่าประเทศชาติเขาคงไม่อยู่แบบนี้ ผมกําลังจะพูดว่ารัฐธรรมนูญนั้น ก็ต้องมีทั้งข้อดีและข้อซึ่งสมควรจะแก้ไข ถ้าเอาประชาธิปไตยเป็นตัวตั้งกางออกมาให้เป็น ประชาธิปไตยนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเกิดผลดีกับประเทศชาติทั้งหมด มาขณะนี้เราก็เป็น ช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งกําลังทําให้ประเทศชาติเดินไปด้วยปราศจากความขัดแย้ง เราเคยเรียกร้อง กันเรื่องความปรองดอง เราเคยเรียกร้องกันเรื่องกระบวนการอะไรต่าง ๆ ซึ่งเราก็ทราบอยู่ว่า ตั้งแต่ปีที่ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภาระบบสรรหา ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๗ มีความวุ่นวายทางการเมือง เกิดขึ้น ผมเป็นประธานสอบสวนกรณีแดงบุกถล่มพัทยาในการประชุมอาเซียน (ASEAN) เกิดอะไรขึ้น เกิดความเสียหายกับประเทศไทย นั่นหรือคือประชาธิปไตย เพราะในขณะนี้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าโดยเฉพาะภาคสังคมนี้จะต้องมีความเข้มแข็งครับ ในฐานะที่พวกกระผม กรรมาธิการผมอยู่ภาคสังคมแล้วก็คงจะไปลงพื้นที่ทําความพบปะ สร้างชุมชนเข้มแข็ง ดูผู้สูงวัย ดูสถานสงเคราะห์อะไรต่าง ๆ ในขณะเดียวกันเราก็คงถือโอกาสนี้ไปทําความเข้าใจ ในภาครัฐธรรมนูญที่จําเป็นกับประเทศไทย ที่เหมาะสมกับประเทศไทยไปในตัวด้วย อันนี้ ผมเรียนเลยว่าทางคณะเรานี้มีความเห็นพ้องต้องกันว่าต้องทําให้สังคมเข้มแข็ง ในบริบทของประเทศไทยขณะนี้ เพราะฉะนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเรามาพูดกันถึงจุดนี้ พูดกัน ๓ วัน ๘ คืนก็พูดไม่จบ ผมพูดถึงภาพรวมว่าเราควรเห็นว่าสมควรดีหรือไม่ เพียงใด เพราะรัฐธรรมนูญไทยถ้าผมเปรียบเปรยไปแล้วผมว่าเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่มีคุณค่าพอสมควร ในมุมมองของนักสังคมนะครับ ประเด็นต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าในรายละเอียดต่าง ๆ ของคณะ ในมาตราต่าง ๆ นี้ผมให้เพื่อนกรรมาธิการของผมได้พูด แล้วก็อาจจะเผื่อเหลือเผื่อขาด เพราะว่าเวลาผมพูดคงไม่ถึงท่านประธาน คงมีหลายท่านที่ต้องลงลึกกันในหลายสิ่งหลายอย่าง ที่คณะเรากําลังจะทําอยู่ ขอกราบขอบพระคุณมากท่านประธานครับ