คณิต สุวรรณเนตร แสดงความชื่นชมต่อประธานและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำความเชื่อมั่นในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มุ่งแก้ไขปัญหาประเทศอย่างรอบด้าน โดยสนับสนุนให้มีบทบัญญัติที่เข้มแข็งเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านข้อมูลส่วนบุคคล เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และสื่อมวลชน รวมถึงการปรับปรุงการจัดการคลื่นความถี่และวงโคจรดาวเทียมอย่างชัดเจน พร้อมเน้นความรับผิดชอบตามจรรยาบรรณวิชาชีพและระบบนโยบายแห่งรัฐเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ท่านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพทุกท่าน กระผม พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๐๑๘ ในลําดับแรกของกระผมนั้นกระผมขออนุญาตคารวะชื่นชมและแสดงความยินดี ต่อท่านประธาน กรธ. และกรรมการทุกท่านที่ได้กรุณาเสียสละเวลา ทุ่มเททั้งกําลังกาย กําลังใจ กําลังความคิด ร่วมกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องจนทําให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เสร็จตามระยะเวลาที่กําหนด และสภาแห่งนี้ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะกันอย่างกว้างขวาง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจบจากโรงเรียนวัด กระผมเป็นอดีตทหารอากาศ กระผม เป็นนักบินขับไล่ กระผมเป็นนักบินเอฟ-๕ (F-5) เป็นนักบินเอฟ-๑๖ (F-16) ในอดีต ที่เป็นนักบินในตอนหนุ่ม ๆ ประมาณสักยศเรืออากาศเอกหรือนาวาอากาศตรีนั้น กระผมมักจะถูกเลือกแล้วก็ถูกสั่งให้ไปทํางานทิ้งระเบิดทั้งบริเวณในประเทศและบริเวณชายแดน ผู้บังคับฝูงบินและผู้บังคับการกองบินก็มักจะมอบหมายงานซึ่งเสี่ยงต่ออันตรายถึงชีวิต เพื่อปฏิบัติภารกิจที่สําคัญ ซึ่งกระผมและนักบินขับไล่หมู่บิน ๔ เครื่องบ้าง ๘ เครื่องบ้าง ก็ได้ทํางานทิ้งระเบิดด้วยความเรียบร้อยระเบิดลงเป้าหมาย นักบินทั้ง ๔ เครื่องหรือ ๘ เครื่อง ก็กลับมาลงสนามบินอย่างปลอดภัย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมถืออยู่ ทางมือขวาผมนี้คือประวัติของท่านประธาน กรธ. ผมขออนุญาตสรุปนําเรียนสั้น ๆ นะครับ ท่านจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น ประเทศสหรัฐอเมริกา ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยอดัมสัน ประเทศฟิลิปปินส์ ประสบการณ์ในการทํางาน ปี ๒๕๑๖ ท่านเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๒๓ เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๓๒ เป็นสมาชิกวุฒิสภา ปี ๒๕๓๔ ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๕ ท่านเป็นประธานรัฐสภา และในปีเดียวกันท่านเป็นประธานวุฒิสภา และจากปี ๒๕๔๓ ท่านเป็นกรรมการกฤษฎีกา ปัจจุบันท่านดํารงตําแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ท่านประธานครับ จากประวัติการศึกษา จากตําแหน่งการทํางานของท่าน ประสบการณ์ ในอดีตของท่านจนท่านอายุ ๗๘ ปีในปัจจุบัน สรุปได้ว่าท่านมีความสามารถเพียบพร้อม ด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิ ท่านเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าท่านไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธ ตําแหน่งประธาน กรธ. ท่านต้องทํางานให้กับประเทศชาติเพื่อทดแทนบุญคุณแผ่นดิน ดังนั้นกระผมจึงมีความศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวท่านประธาน กรธ. และกรรมการทุก ๆ ท่าน ที่ต้องการจะทํางานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด เป็นเกียรติยศที่น่าสรรเสริญทุก ๆ ท่าน ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากสิ่งแวดล้อมทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เรามีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เรามีที่ตั้งของประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งดินและน้ํา เราเป็นคลังอาหารของโลก เรามีตํานานวัฒนธรรมอันเก่าแก่และยาวนานที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นักท่องเที่ยว ก็เข้ามาจนเต็มประเทศอย่างที่ท่านเห็น เรามีทรัพยากรมนุษย์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส โอบอ้อมอารี ต่างชาติชื่นชมคนไทยว่ามีความเป็นมิตร เราหยิบยื่นน้ําใจให้กับทุกคนที่พบเห็นอยู่เสมอ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีดี ๆ เยอะ แต่เราก็ยังคงมีปัญหาอยู่แยะ เช่น เรามีปัญหา เรื่องการค้ามนุษย์ เรามีปัญหาเรื่องยาเสพติด เรามีปัญหาเรื่องไอยูยู (IUU) เรื่องการประมง เรามีปัญหาเรื่องมาตรฐานการบินไม่สอดคล้องกับที่ไอเคโอ (ICAO) กํากับ เรามีปัญหาเรื่อง ราคาสินค้าตกต่ําและล้นตลาด เรามีปัญหาเรื่องสมาคมกีฬาฟุตบอล เรามีปัญหาการเปลี่ยน รัฐบาลบ่อย เปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อย ต่างกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเสถียรนะครับ ทั้งเช่น ประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ เรามีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาเรื่องการศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐาน ปัญหาเรื่องรวยกระจุกและจนกระจาย และปัญหาอื่น อีกมาก ดังนั้นกระผมจึงเชื่อว่าทุกภาคส่วนได้เสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นต่าง ๆ ไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาในอดีต ดังนั้นจึงทําให้ดูเสมือนกับว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากําลังอภิปรายกันอยู่นี้มีความเข้ม ให้ยาแรงบ้าง เพราะฉะนั้น ผู้ที่เสียประโยชน์อาจจะโต้แย้งว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ส่วนตัวกระผมแล้วกระผมสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอกราบเรียนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาขาสื่อสารมวลชนและสารสนเทศดังนี้ครับ
หมวด ๓ เรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๒๕ ๖ บรรทัด มาตรา ๒๖ ๗ บรรทัด กระผมสนับสนุนและเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับนี้ที่บัญญัติหลักการให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพ แม้จะไม่ได้เขียนบัญญัติไว้ อย่างชัดเจน แต่การใช้สิทธิและเสรีภาพดังกล่าวจะต้องไม่กระทบกับสิทธิของผู้อื่น และไม่กระทบต่อความมั่นคง และหากจะจํากัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจะต้องตรา เป็นกฎหมายเท่านั้น ซึ่งถือว่าให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอย่างกว้างขวางมากกว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ เพราะยึดหลักการที่ว่าอะไรที่ไม่ได้เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับความคุ้มครอง
มาตรา ๓๒ ๖ บรรทัด มาตรา ๓๖ อีก ๕ บรรทัดนะครับ กระผมขอชื่นชม ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ได้เพิ่มเติมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องของสิทธิ ความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว เสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร ในทุก ๆ สื่อ ทุก ๆ มีเดีย (Media) การตรวจ การกัก การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทําไม่ได้ ซึ่งเป็นไปและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลของทั่วโลก
มาตรา ๓๔ เขียนไว้ ๘ บรรทัดนะครับ เรื่องของเสรีภาพในการแสดงความ คิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมาย ด้วยวิธีอื่น ๆ กระผมเห็นด้วยกับการเพิ่มเติมเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดการแตกแยก หรือการเกลียดชังกันในสังคม หรือที่เรียกว่าเฮตสปีช (Hate speech) ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ความขัดแย้งในสังคมไทย ที่มีการใช้สิทธิและเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นกันเกินควรนะครับ
มาตรา ๓๕ เรื่องเสรีภาพของสื่อมวลชน กระผมเห็นด้วยกับหลักการที่ว่า การประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนต้องเป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพหรือที่เรียกว่า เอททิกส์ (Ethics) แต่หลักการว่าเมื่อสื่อมวลชนตรวจสอบคนอื่นได้ สื่อเองก็ควรถูกตรวจสอบ ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นไปตามหลักความรับผิดชอบของวิชาชีพสื่อเรียกว่าเรสปอนซิบิลิตี (Responsibility)
มาตรา ๕๖ เขียนไว้ ๑๖ บรรทัดนะครับ ในเรื่องของการบริหารคลื่นความถี่ กระผมเห็นด้วยในการจัดหมวด รัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ที่ผ่านมานั้นจะบรรจุไว้ในหมวด ๓ คือสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย แต่ในร่างฉบับนี้ได้บรรจุไว้ในหมวด ๕ คือหน้าที่ของรัฐ และได้เพิ่มเติมเรื่องของสิทธิในวงโคจรดาวเทียม เพื่อให้เกิดความชัดเจนจากเดิม ที่หน่วยงานหนึ่งดูแลในเรื่องของวงโคจรที่ขอสิทธิไปยังไอทียู (ITU) คืออินเตอร์เนชันนัล เทเลคอมมูนิเคชัน ยูเนียน (International Telecommunication Union) ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อได้วงโคจรแล้วอีกหน่วยงานหนึ่งบริหารในเรื่องของคลื่นความถี่ ที่ใช้ในการอัปลิงก์ (Up link) แล้วก็ดาวน์ลิงก์ (Down link) ระหว่างตัวดาวเทียม กับสถานีรับสัญญาณภาคพื้น ดังนั้นการปรับแก้หลักการในการบริหารและกํากับ การดําเนินงานที่เกี่ยวกับคลื่นความถี่เพราะมีความชัดเจนขึ้น และสอดคล้องกับบริบท ของสังคมไทยอย่างแท้จริง
สุดท้ายครับ หมวด ๖ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๖๑ จํานวน ๘ บรรทัด เป็นการวางหลักการและแนวนโยบายแห่งรัฐใหม่ที่เป็นกรอบในการจัดทําแผน ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน มีสาระสําคัญว่าจะทําอะไร มีการกําหนดเป้าหมายที่ชัดเจน มีการกําหนดระยะเวลา อันจะทําให้การพัฒนาประเทศชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ผมขอนําเสนอข้อมูลและสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างเต็มที่ครับ กราบขอบพระคุณครับ