อลงกรณ์ แจงความคืบหน้าปฏิรูปกฎหมาย-คุ้มครองเหยื่ออาชญากรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๔ · ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมาย โดยเสนอแนวทางปรับปรุงร่างเดิมให้มีประสิทธิภาพมากกว่าการร่างใหม่ พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายการคุ้มครองผู้เสียหายและพยานในคดีอาญาภายใต้กรอบกฎหมายเดิม เพื่อความรวดเร็วและประหยัดทรัพยากร ทั้งยังรายงานความก้าวหน้าการปฏิรูปเศรษฐกิจการเกษตร โดยเฉพาะการบริหารจัดการข้าวผ่านโมเดลนำร่องในระดับพื้นที่และระบบสหกรณ์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมให้ดำเนินการต่อไป

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านอธิบดีครับ ผมเรียนท่านสมาชิกว่ารายงานฉบับนี้พร้อมตัวอย่าง ร่างกฎหมายนี้ได้รับการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาหรือวิป (Whip) สปท. อย่างละเอียด แล้วก็มีความเห็นให้ปรับปรุงก่อนที่จะนำเสนอในวันนี้โดยที่ทางกรรมาธิการ ได้เสนอเป็น ๒ ทางด้วยกัน

ทางที่ ๑ ก็คือการแก้ไขตัวร่างกฎหมายที่มีอยู่แล้วเป็นทางหนึ่ง กับ

ทางที่ ๒ ก็คือการยกร่างกฎหมายใหม่ที่เป็นตัวอย่างในภาคผนวก ในส่วนนี้ ก็จะเป็นข้อพิจารณาต่อไปนะครับถ้าหากว่าเรามีมติเห็นชอบแล้วก็ไปยังรัฐบาล แต่ผม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมสักเล็กน้อยว่าในช่วงที่หลังการเปลี่ยนแปลงเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ รัฐบาลแล้วก็สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม ได้ทำงานอย่างใกล้ชิด ได้มีการตรากฎหมาย ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป กระบวนการกฎหมายและยุติธรรม ๒ ฉบับด้วยกัน

ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของ พ.ร.บ. กองทุนยุติธรรม อันนี้สำคัญมากเพราะว่า คนยากคนจนไม่ว่าจะเป็นจำเลย ผู้เสียหาย และอื่น ๆ นั้น จะมีภาระอย่างยิ่งต่อการที่เข้ามา สู่คดีก่อนที่จะถูกพิพากษาให้ถึงที่สุด อันนี้ก็เป็นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือการปฏิรูปแก้กฎหมายที่ใช้มา ๑๕ ปีเต็มครับ ก็คือในเรื่อง ของการคุ้มครอง การดูแลเยียวยา ชดเชย ทดแทน ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหาย จำเลยหรือ การคุ้มครองพยาน เกิดขึ้นหลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ วางรากฐานสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไว้เข้มแข็งทีเดียว หลังจากนั้นก็มีการยกร่างกฎหมายกว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ในชั้นนั้น จนกระทั่งเรามีกฎหมายฉบับแรกก็คือตัว พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญา พุทธศักราช ๒๕๔๔ ครับ หลังจากนั้นอีก ๒ ปี จึงมีกฎหมายคุ้มครองพยานก็คือมาครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีอาญา จากนั้นเป็นเวลา ๑๓ ปีครับ ๑๔ ปีที่มีการตรากฎหมายในเรื่องของกองทุนยุติธรรมและต่อด้วยการปฏิรูป ซึ่งความจริงในข้อเสนอข้อที่ ๑ ของผลการศึกษารายงานฉบับนี้ก็ได้รับการปฏิบัติ ในการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย พ.ร.บ. ค่าตอบแทน (ฉบับที่ ๒) แล้ว คือการแจ้งสิทธิ ผู้เสียหายหรือทายาท ซึ่งเผอิญท่านอธิบดีไม่ได้แจงตรงนี้ ที่กล่าวเช่นนี้เพื่อให้เห็นว่า กระบวนการปฏิรูปไม่ได้เริ่มต้นวันนี้ แต่ทำมาต่อเนื่องของแม่น้ำ ๕ สายรวมทั้ง สปช. หรือสภาปฏิรูปแห่งชาติส่งไม้ต่อ แล้วก็มาถึงตรงนี้ เพราะฉะนั้นการนำเสนอเป็น ๒ ทางนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าจะเหมาะสม เพราะในตัวร่างกฎหมาย ในชั้นประชุมวิป (Whip) สปท. นั้น ก็มีความเห็นประการหนึ่งว่าตัวโครงสร้างและระบบนี้เดิมนี้มีอยู่แล้วถ้าเราไปต่อแขนต่อขา จะง่ายกว่า ถ้าหากว่ายกร่างกฎหมายใหม่ให้มีกรรมการระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีจัดตั้งกองทุนขึ้นใหม่อีก แล้วก็มีกรรมการระดับจังหวัดอีก ในข้อเสนอในทางปฏิบัติแล้ว ในประสบการณ์เห็นว่าทางเลือกแรกน่าจะง่ายกว่า ขยายการคุ้มครองการชดเชย การดูแล เพราะโครงสร้างกฎหมายที่ได้เรียนแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ นี่มันเกี่ยวโยงกัน และเกี่ยวโยงถึง ป. วิ. อาญา ด้วย จากนั้นกฎหมาย ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๖ และมาแก้ไข ปี ๒๕๕๙ ก็จะเกี่ยวโยง กันหมด ดังนั้นการปฏิรูปก็เดินหน้าต่อมันจะง่ายขึ้นและเร็ว อาจจะเสร็จภายในปีหน้านะครับ แต่ถ้าไปยกร่างกฎหมายเลยในความเห็นผมนะครับที่ให้ความเห็นในชั้นวิป (Whip) ไปแล้ว โดยการตั้งกองทุนซึ่งยากที่สุดช่วงนี้ครับ ตั้งสำนักงานใหม่ขึ้น วันนี้กรมคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพดูแลอยู่แล้ว แล้วก็ไปมีสำนักงานย่อย สำนักงานคุ้มครองพยานก็ไปทำสำนักงาน คุ้มครองผู้เสียหายได้ บุคลากรก็แทบไม่ต้องเพิ่มอะไรเลย มองดูยุติธรรมก็ดูเรื่องงบประมาณ เพิ่มไปปรับปรุงขยายขอบเขตเสีย ออกระเบียบซึ่งปัจจุบันกระทรวงยุติธรรมก็ออกระเบียบ อยู่เยอะ และกรรมาธิการชุดเราทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงยุติธรรมมาก ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมท่านที่แล้วได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี ทางกรรมาธิการ ได้ไปประชุมและท่านเห็นด้วยในหลักการและเหตุผลตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๙ จนกระทั่งมาสู่รายงานฉบับนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติม แล้วก็ไม่มีข้อซักถาม อะไรเพิ่มเติมนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงาน เรื่อง การปฏิรูประบบ การคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิดทางอาญา (เหยื่อหรือผู้เสียหาย) แล้วนะครับ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุม ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขณะนี้สมาชิกกำลังเดินทางจาก ๓ อาคารของรัฐสภา วันนี้มีการประชุม คณะกรรมาธิการอยู่ในหลายห้องประชุม มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๑๕๓ ท่าน เป็นอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงาน เรื่อง การปฏิรูป ระบบการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิดทางอาญา (เหยื่อหรือผู้เสียหาย) หรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบคณะกรรมาธิการจะได้นำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ไปปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีและองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ต่อไปจะเป็นการลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธินะครับ ยังมีท่านใดที่ยังไม่ใช้สิทธิไหมครับ เมื่อใช้สิทธิ เรียบร้อยแล้วผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ขอทราบผลการลงคะแนนครับ ผลของ การลงคะแนนจากผู้เข้าประชุม ๑๕๕ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๑๕๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เรื่อง การปฏิรูประบบการคุ้มครอง ผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิดทางอาญา (เหยื่อหรือผู้เสียหาย) แล้วนะครับ จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการและผู้มาชี้แจงทุกท่านนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๓

๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ จำนวน ๒ เรื่อง

๑. การจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์

๒. นำร่องเมืองข้าว : จังหวัดกาฬสินธุ์ Rice City Pilot Project : Kalasin Province โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้าว ปัญหาเรื่องข้าวเป็นปัญหาที่สำคัญ ของทุกรัฐบาลที่ถึงขนาดกล่าวได้ว่าเป็นความคงอยู่หรือความล้มเหลวของรัฐบาลในบางช่วง ก็เป็นได้ การแก้ไขปัญหาในเรื่องข้าวที่ผ่านมาเนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่และเกี่ยวข้องกับคน จำนวนมาก และต้องการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว การแก้ปัญหาที่ผ่านมาส่วนใหญ่ จึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่มองในเชิงรัฐศาสตร์คือเป็นการแก้ไขปัญหาที่สร้างความพอใจ ให้กับทุกฝ่ายในระยะเวลาสั้น แม้จะได้มีการวางรากฐานของการแก้ไขปัญหาระยะยาวไว้บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้มีความเป็นระบบอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้เองสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จึงได้มีมติเห็นชอบให้มีคณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาข้าวอย่างเป็นระบบ ซึ่งขณะนี้ คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ได้เร่งทำงานเพื่อที่จะให้การแก้ไขปัญหาข้าวเป็นไปอย่างมีระบบ และเป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะควบคู่ไปกับหลักรัฐศาสตร์ที่ทำให้เกิด ความพอใจกับทุกฝ่ายก็ตาม ในระหว่างที่รอผลของคณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาข้าว อย่างเป็นระบบนั้นในวันนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ขออนุญาตนำเสนอต่อท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านในการปฏิรูป ๒ เรื่อง

เรื่องแรก การจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์

เรื่องที่ ๒ นำร่องเมืองข้าว : จังหวัดกาฬสินธุ์ Rice City Pilot Project : Kalasin Province

ทั้ง ๒ เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการแก้ไขปัญหาข้าวอย่างเป็นระบบ ของอนุกรรมาธิการที่สภาแห่งนี้ได้ตั้งขึ้น ปัญหาเรื่องของข้าวนั้นเริ่มต้นตั้งแต่การผลิต โดยชาวนาเริ่มต้น ถัดจากนั้นเป็นการรวบรวมข้าวเพื่อที่จะนำไปสู่ขั้นตอนต่อไปคือการสีข้าว และนำไปสู่ระบบการตลาดและการจำหน่าย ในวันนี้มีทั้งโมเดล (Model) นำร่องในเชิงพื้นที่ ก็คือเรื่องของนำร่องเมืองข้าวจังหวัดกาฬสินธุ์ มีทั้งเรื่องของการจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์ เพื่อที่จะทำให้การจัดการข้าวนั้นได้รับผลประโยชน์ที่ลงตัวกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับชาวนา ในการนำเสนอวันนี้เป็นการนำเสนอโดยคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป เศรษฐกิจด้านการเกษตร ซึ่งมีท่านเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ผมขออนุญาตท่านประธานอนุญาตให้ท่านเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ได้นำเสนอทั้ง ๒ เรื่อง โดยรวมและหลังจากนั้นท่านที่เกี่ยวข้องได้แก่ท่านอำนวย ปะติเส ท่านมรกต พิธรัตน์ ท่านธนิต โสรัตน์ จะได้นำเสนอในรายละเอียดต่อไป ขอบพระคุณครับ

ขอเชิญท่านเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป เศรษฐกิจด้านการเกษตร และเป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอรายงานครับ