ณรงค์ ใจหาญ หารือประเด็นการคุ้มครองและเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา โดยเน้นการปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับสิทธิของผู้ยากไร้และคนต่างด้าว พร้อมเสนอให้จัดตั้งกองทุนเยียวยาจากเงินค่าปรับหรือทรัพย์สินที่ถูกขายทอดตลาด และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้เสียหายในกระบวนการยุติธรรม ทั้งด้านจิตใจ กฎหมาย และการมีเสียงในเรื่องการปล่อยชั่วคราว การกำหนดโทษ และค่าเสียหาย โดยยกตัวอย่างแนวทางจากต่างประเทศเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของข้อเสนอ
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แล้วก็ท่านสมาชิกก่อนอื่นผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณที่ได้ให้การสนับสนุน แล้วก็ให้ข้อสังเกตที่ดีอย่างมากเลยสำหรับ การที่จะปรับปรุงหรือพัฒนาการช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา ผมขออนุญาตกราบเรียน ประเด็นคำถามบางประเด็นที่ทางท่านประธานอนุกรรมาธิการได้มอบหมายมานะครับ
ประการแรกที่มีประเด็นในเรื่องของการที่ว่าจะช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา ในการที่จะได้รับการเยียวยาความเสียหายในคดีอาญาอย่างไร ซึ่งอันนี้ในร่างพระราชบัญญัติ ที่เป็นตัวอย่างก็ได้มีมาตรการที่สำคัญอันหนึ่ง ซึ่งให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการก็คือว่า ในปัจจุบันกองทุนยุติธรรมอะไรต่าง ๆ เราให้ความช่วยเหลือทนายความกับผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีอาญา แต่ว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ขยายซึ่งจะสอดคล้องกับมาตรการ ในการช่วยเหลือทางกฎหมายในคดีอาญาก็คือให้ทั้งคำปรึกษา แล้วก็ให้ความช่วยเหลือ แก่ทนายความ แต่ว่าจำกัดเฉพาะผู้เสียหายที่ยากไร้ เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะกว้างเกินไป รวมถึงการให้คำแนะนำตั้งแต่ได้รับความเสียหายในเรื่องของสิทธิต่าง ๆ ในกฎหมายเอง หรือว่าสิทธิที่จะได้รับสวัสดิการหรือการเยียวยาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีสมาชิกบางท่าน ถามบอกว่าถ้าเป็นกรณีผู้เสียหายซึ่งเป็นคนต่างด้าว ความจริงถ้าเป็นนักท่องเที่ยวก็จะมีเงิน ที่ช่วยเหลืออยู่แล้วของกระทรวงการท่องเที่ยวกองทุนอยู่ แต่ว่าในกองทุนอื่น ๆ ก็ยังมีอยู่ ฉะนั้นในความช่วยเหลือตรงนี้ ถ้ามีการดำเนินการตามการปฏิรูปกฎหมายตรงนี้ ทางผู้เสียหายก็จะได้รับการคุ้มครองมากขึ้น แล้วก็จะมีหน่วยทั้งของกระทรวงยุติธรรมเอง หรือว่าอาสาสมัครเข้ามา
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการช่วยเหลือทางด้านจิตใจ อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าท่านสมาชิกบางท่านเน้นย้ำกับหลักการที่บอกว่าควรได้รับความช่วยเหลือ ทางด้านจิตใจ ในบางประเทศเราให้ความช่วยเหลือโดยใช้อาสาสมัครหรือว่าญาติของเหยื่อ ในคดีอาญา เช่นอาจจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วก็ญาติเข้ามาช่วย ญาติพวกนี้จะรู้ดีว่า เหยื่อได้รับผลกระทบต่อจิตใจอย่างไร อย่างเช่นญี่ปุ่นเขาก็จะมีอาสาสมัครเข้ามาช่วย ประสานงานโดยที่ตำรวจเป็นคนประสาน ถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาก็จะดีไซน์ (Design) คล้าย ๆ กันว่าจะมีการช่วยเหลือตรงนี้ รวมถึงในเรื่องของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อในคดี ความผิดเกี่ยวกับเพศ อันนี้ก็จะมีคนที่มาช่วยเหลือดูแลว่าสภาพจิตใจเป็นอย่างไร แล้วก็ดำเนินการอย่างไร อันนี้ก็เป็นประเด็นในเรื่องการช่วยเหลือ ส่วนในเรื่องที่ว่าเมื่อได้รับ ความช่วยเหลือทางด้านทนายความแล้วการเข้าเป็นโจทก์ร่วมก็ดี หรือว่าการอุทธรณ์อะไรก็ดี ก็จะได้รับการดูแล เพราะแต่เดิมมาเราไม่มีการช่วยเหลือทนายความให้กับผู้เสียหาย ฉะนั้นสิทธิที่จะเข้าไปร่วมกับคดีอาญาก็เช่นกัน
ประเด็นถัดมาที่ท่านสมาชิกได้สอบถามว่าการมีส่วนร่วมรวมถึงการที่จะ เข้าไปแสดงความเห็นในเรื่องการปล่อยชั่วคราวหรือเปล่า อันนี้ตรงเลยเพราะว่าความตั้งใจ ของการมีส่วนร่วมก็คือว่านอกจากการที่จะเข้าไปแถลงในฐานะที่เป็นผู้เสียหายได้รับ ความเสียหายอย่างไรแล้ว ผู้เสียหายก็น่าจะมีสิทธิที่จะเข้าไปแถลงว่าเขาอาจจะได้รับ ผลกระทบในเรื่องของความปลอดภัย โดยแถลงต่อศาลหรือว่าพนักงานสอบสวนในการ ปล่อยชั่วคราว นอกจากนั้นแล้วในบางประเทศก็จะให้ผู้เสียหายได้แถลงในเรื่องของ ผลกระทบแล้วก็แนวทางที่ศาลควรจะลงโทษด้วย ฉะนั้นศาลอาจจะฟังความเห็น ของผู้เสียหายแล้วก็กำหนดโทษเพื่อให้เหมาะสม หรือว่ากำหนดค่าเสียหายให้เหมาะสม อันนี้ก็เป็นประเด็นในเรื่องของการช่วยเหลือทางด้านคดีแล้วก็การมีส่วนร่วม ในส่วนของ ท่านนิกรที่ได้สอบถาม อันนี้ทางอนุกรรมาธิการรับไปเลย ส่วนที่เป็นเรื่องของความคืบหน้า ของการสอบสวน อันนี้เราขาดไปจริง ๆ ขอกราบขอบพระคุณตรงนี้ ในส่วนที่เป็นเรื่องของการคุ้มครองผู้เสียหาย อันนี้ก็ยังตีความในลักษณะที่ต้องได้รับ ผลกระทบจากคดีอาญาแล้วก็เป็นความเสียหายในเรื่องของผู้เสียหายที่เป็นประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความ ฉะนั้นถ้าเป็นเรื่องของการที่ได้รับความเสียหายทางด้านรถยนต์แล้วก็ ไปเชื่อมโยงกับในเรื่องของยาเสพติดอันนี้ก็อาจจะไปไม่ถึง แต่ว่าในเรื่องของการที่ถ้าเกิดว่า เสียชีวิตแล้วแต่ไม่ถึงขั้นถูกประทุษร้ายเราก็ครอบคลุมถึงผู้เสียหายที่เป็นทายาทด้วย อันนี้ ก็ขอกราบเรียนในเรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของพนักงานสอบสวนก็เป็นคำกว้างครับก็อาจจะรวมถึง พนักงานสอบสวนในคดีความผิดที่เกี่ยวกับทุจริตด้วยนะครับ ขอกราบเรียนตรงนี้
ในส่วนสุดท้ายที่เรื่องเกี่ยวกับถ้าเป็นมาตรการของการจัดตั้งกองทุนหรือว่างบประมาณ อันนี้ก็คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะต้องไปหารือกับกระทรวงการคลัง เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่าถ้าได้มีกองทุนตามที่กำหนดเอาไว้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าปรับหรือว่าเงินที่ได้ จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ถูกริบจะตรงกับหลักการของกฎหมายที่ว่าอันนี้ไม่ใช่ เป็นงบประมาณของประเทศแต่ว่าเป็นเรื่องของเงินที่ได้มาจากผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งควรจะเอามา เพื่อใช้ในการเยียวยาผู้เสียหายนะครับ แต่อันนี้ก็คงต้องไปตกลงกับกระทรวงการคลังว่า ท่านจะตัดเปอร์เซ็นต์อะไรให้เท่าไร แต่ว่าการที่มีกองทุนอันนี้จะช่วยให้การบริหารจัดการหรือ การช่วยเหลือเหยื่อ ซึ่งถ้าเทียบกับปริมาณของผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วทางอนุกรรมาธิการ เห็นว่าผู้เสียหายในคดีอาญามีจำนวนมาก แล้วก็มีกลไกที่ได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่ต้นจนจบ มากกว่า ฉะนั้นหากไม่มีงบประมาณที่เข้ามาซัปพอร์ต (Support) การช่วยเหลือก็อาจจะ เป็นไปไม่ได้และอาจจะขาดตกบกพร่อง อันนี้ก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นความจำเป็นระดับหนึ่ง ซึ่งก็คงจะให้ทางกระทรวงยุติธรรมได้ไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่อไปนะครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนประเด็นที่ตอบคำถามเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ