สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๔ · ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙

กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศและกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงสิทธิมนุษยชนและความไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปเพื่อขับเคลื่อนการยุติธรรมอย่างจริงจัง และสนับสนุนการป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การลดความรู้สึกเสียหายต่อเหยื่อ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปอย่างยุติธรรมและเสมอภาค

พลโท กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ผมขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนข้อสังเกตที่ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาให้กับคณะกรรมาธิการในวันนี้ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญทำให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ ครบถ้วนยิ่งขึ้น ผมขอเรียนว่าในเรื่องรายงานฉบับนี้ก็อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มเล็ก ๆ หรือถ้าจะใช้ก็คือเป็นสารตั้งต้น ปกติท่านจะได้ยินสารตั้งต้นเป็นในสิ่งที่ไม่ดีคือยาเสพติด แต่ในเรื่องนี้จะเป็นสารตั้งต้นในเรื่องที่จะให้มีการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อให้ กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเป็นที่เชื่อมั่นยิ่งขึ้น รายงานฉบับนี้ก็เป็นไปอย่างที่ ท่านสมาชิกหลายท่านได้กล่าว จะเสริมสร้างหลักสิทธิมนุษยชนคือการไม่เลือกปฏิบัติ ที่ได้กราบเรียนไปข้างต้นว่าสังคมไปสนใจให้ความสำคัญกับจำเลยผู้ต้องหาแต่ละเลย หลงลืมเหยื่อหรือผู้เสียหาย อันนี้ก็ให้เห็นว่าเราไม่เลือกปฏิบัติ แล้วก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ทั้งประชาชนคนไทยและชาวต่างประเทศที่มาอยู่ ในดินแดนประเทศไทยไม่ว่าจะในฐานะนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจมาลงทุน และส่วนสำคัญ ที่มีผลต่อเนื่องในทางที่ดีก็คือว่าหากมีการขับเคลื่อนปฏิรูปในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในรายงาน ของประเทศไทยที่จะต้องยื่นต่อหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาติในส่วนที่ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรมก็จะมีการกล่าวถึงเรื่องนี้ ซึ่งจะเป็นการเสริม หรือเพิ่มภาพพจน์หรือภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศว่าเราให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม ในการคุ้มครองสิทธิ ไม่เลือกปฏิบัติ ผมขอสรุปครับ มีสมาชิกของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แล้วก็มีคำถามรวมทั้งสิ้น ๗ ท่าน สำหรับบางคำถามนั้น ถ้าผมตอบได้เองก็จะตอบ ถ้าไม่ได้ก็จะให้อนุกรรมาธิการท่านอื่นได้ตอบชี้แจงต่อไปนะครับ

ผู้ที่อภิปรายท่านแรกท่านปานเทพท่านก็ได้ให้ข้อสังเกตว่าจะต้องมีองค์กร หรือหน่วยงานโดยเฉพาะเข้ามารับผิดชอบดูแลเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะ ท่านเน้นว่าการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายรับทราบสิทธิต่าง ๆ และต้องมีการสื่อสาร กลุ่มเป้าหมายให้รับทราบอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ก็ได้กรุณา อภิปรายว่าในเรื่องนี้จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในประเทศไทยซึ่งที่ผ่านมาได้ละเลยมองข้ามไป แต่ท่านเห็นว่าจะต้องมีการคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐในการดำเนินการเรื่องนี้ด้วย และท่านเน้น ในเรื่องผู้เสียหายที่เป็นชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวโดยที่มาเจอกรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือประทุษร้ายต่อทรัพย์ที่จะต้องทำให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจมีความเชื่อมั่นว่าเมื่อมาอยู่ ในประเทศไทยต้องได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับคนไทยหรือมากกว่าคนไทย และท่านก็ได้ กรุณาให้ข้อคิดเห็นในเรื่องมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิก ใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน การอนุญาตให้มีอาวุธปืนร้ายแรงเพื่อที่จะทำให้การประทุษร้าย ลดลง สำหรับท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านก็ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นและข้อสังเกตว่าเป็นเรื่อง ที่จะต้องได้รับการชดเชยจากทั้ง ๒ ฝ่ายคือผู้กระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบในการชดใช้ และรัฐ ในฐานะที่รับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยก็ต้องมีส่วนในการดำเนินการ โดยท่านได้กรุณา เสนอว่าควรจะให้รัฐมีหน้าที่ทวงถาม ติดตาม เอาคืน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เสียหายหรือเหยื่อ เป็นผู้ดำเนินการเอง และท่านได้พูดถึงเรื่องการถูกข่มขืนซ้ำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ต่อมาท่านวันชัย สอนศิริ ท่านก็ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นโดยท่านเน้นเรื่องทำอย่างไร จะให้เหยื่อหรือผู้เสียหายซึ่งเสียความรู้สึก เนื่องจากถูกกระทำความผิดทางอาญาแล้ว เมื่อมาเข้าถึงขั้นตอนในส่วนนี้จะมาเสียความรู้สึกซ้ำ ก็จะต้องลดในการเสียความรู้สึกที่จะ เกิดขึ้นซ้ำซ้อนนะครับ โดยจะต้องให้มีโอกาส มีส่วนร่วมในคดีอาญา ท่านก็เสนอว่ารัฐจะต้อง จัดหาตัวแทนหรือทนายให้มาเป็นโจทก์ร่วมให้กับเหยื่อหรือผู้เสียหาย แล้วก็รวมทั้ง การเยียวยาจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วนะครับ สำหรับท่านนิกร จำนง ท่านก็มีประเด็นเล็ก ๆ ข้อสังเกต ๓ ประการ ซึ่งในบางประเด็น บางประการก็ขออนุญาตให้ศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ ได้ตอบคำถามของท่านนิกรนะครับ ท่านได้พูดถึงคำนิยามผู้เสียหายหรือคำนิยาม ผู้เสียหายและทายาทนะครับ รวมทั้งท่านก็ได้พูดถึงพนักงานสอบสวนในมาตรา ๒ ของ ร่างพระราชบัญญัติที่เป็นตุ๊กตาหรือเป็นตัวอย่างจะครอบคลุมถึงกรรมการหรืออนุกรรมการ ป.ป.ช. หรือไม่นะครับ แล้วก็ประเด็นสุดท้ายที่ท่านนิกรได้กรุณาให้ข้อสังเกตก็คือเรื่อง การแจ้งความคืบหน้าควรจะต้องมีการสลับก่อนหลัง อันนี้ก็รับไว้จะไปดำเนินการนะครับ

ส่วน พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน ก็ขอบพระคุณที่ท่านได้กรุณามาเติม ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะท่านก็ให้ข้อมูลแก่ที่ประชุมนี้ว่าคดีอาญาทางเพศเกิดขึ้นมากมาย แต่มาร้องทุกข์ไม่ถึงครึ่ง เพราะเหยื่ออับอายที่จะต้องถูกข่มขืนซ้ำจาก ๑. ถูกข่มขืนจริง บางครั้ง ๒. ต่อมาถูกข่มขืนโดยสื่อมวลชน ๓. พนักงานสอบสวน ๔. อัยการ และในชั้น การดำเนินคดีนะครับ

ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านคำนูณ สิทธิสมาน ท่านก็ได้กรุณากล่าวว่า ในรายงานฉบับนี้จะเป็นการตอบคำถามของสังคมในประเทศไทยว่าในเรื่องการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมนั้นที่เป็นเรื่องใหญ่ ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพมีเรื่องใดบ้าง ท่านก็บอกว่า เรื่องนี้เป็นคำตอบต่อคำถามข้างต้นนะครับ แล้วก็เรื่องนี้จะเป็นการขยายสิทธิเสรีภาพ ที่สำคัญที่เป็นรูปธรรมอันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ่ ของประเทศ แล้วก็ท่านได้กรุณากล่าวถึงรายละเอียดในคำนิยาม ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหาย หรือค่าคุ้มครอง การเข้าร่วมในคดีทุกระดับ ซึ่งอันนี้ก็ต้องขอให้ท่านศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ ได้กรุณาชี้แจงต่อในประเด็นหรือเพิ่มเติมที่ท่านคำนูณได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ และท่านได้พูดถึงเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเงินก็เลยมีกองทุนขึ้นมา ซึ่งจะต้องให้กระทรวงการคลัง หรือสำนักงบประมาณพิจารณาให้ความเห็นนะครับ แล้วก็มีพูดถึงเรื่องทนายและ เรื่องกองทุนยุติธรรม ผมก็จะขออนุญาตให้ท่านปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมได้ตอบหรือชี้แจงแก่ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ได้ตั้งคำถาม

ในประเด็นสุดท้ายที่ท่านบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำคัญและจำเป็น ผมก็ขอเรียนว่าแม้ว่าต่อไปไม่ทราบในอนาคตอันใกล้หรืออันไกลที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จะสิ้นสุดลง แต่แม้เมื่อผมไม่มีสถานะดังกล่าว ในเมื่อเป็นประธานอนุกรรมาธิการรับผิดชอบ เรื่องนี้ก็จะติดตามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม และอย่างแท้จริงโดยเร็วต่อไปนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตให้ ๒ ท่านในคณะอนุกรรมาธิการ ได้ตอบคำถามต่อไปครับ