เสรี สุวรรณภานนท์ หารือการปฏิรูปการคุ้มครองผู้เสียหายในคดีอาญา โดยเน้นความจำเป็นในการคุ้มครองทั้งผู้ต้องหา ผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นธรรม พร้อมเสนอให้ทบทวนการออกใบพกพาอาวุธปืนและคุ้มครองผู้เสียหายชาวต่างชาติ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่มาพำนักในประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในฐานะที่เป็น นักกฎหมายคนหนึ่ง แล้วก็เคยเป็นประธานกรรมาธิการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ใน สปช. ก็เห็นว่าตามรายงานข้อเสนอของคณะกรรมาธิการที่รายงานต่อสภาในวันนี้ เป็นเรื่องที่ดีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการปฏิรูปแนวทางการคุ้มครองเหยื่อหรือ ผู้เสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิดในทางอาญา ซึ่งตามรายงานดังกล่าวนี้ผมว่า เป็นเรื่องถ้าเราให้ความจริงจังกับเรื่องเหล่านี้ มันก็จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในประเทศไทยว่า พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำความผิดทางอาญานั้น เราถูกละเลย เราถูกมองข้ามหรือให้ความสำคัญที่ผ่านมาน้อย โดยเราไปเน้นหนักในเรื่อง เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ต้องหา เพราะว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ต้องคดี ในช่วงยุคที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐเราที่สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแต่เพื่อให้ปิดสำนวน ปิดเรื่องโดยเร็วก็อาจจะเร่งรัดรวบรัด ในการที่จะหาผู้กระทำความผิด เราถึงได้พูดกันอยู่เสมอว่าเวลาจับใครมาดำเนินการคดี เป็นแพะหรือไม่ เป็นคนที่ถูกยัดเยียดข้อหาว่ากระทำความผิดหรือไม่ เพราะฉะนั้นเราก็เลย ให้ความสำคัญว่าต้องสันนิษฐานไว้ก่อนนะ ใครก็ตามที่ต้องถูกคดีความก็ต้องสันนิษฐานไว้ ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ในขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายเองได้รับความทุกข์ร้อน ทั้ง ๆ ที่บางทีก็เห็นว่า บุคคลดังกล่าวนั้นเป็นคนกระทำความผิดแต่ได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดี โดยข้อสันนิษฐาน ของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายว่าเป็นคนที่จะต้องได้รับการพิสูจน์ก่อน คนที่ได้รับความเดือดร้อน ก็ทุกข์ร้อนบาดเจ็บเสียชีวิต ญาติพี่น้องเขาก็ต้องสะเทือนใจครับว่าสิ่งที่เขาได้รับผลกระทบนั้น มันไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครอง ถ้าหากว่าบ้านเมืองยังให้ความเป็นธรรม หรือกฎหมายให้ความเป็นธรรมกับคนที่ได้รับผลกระทบทางอาญาเองไม่ได้ มันก็จะเกิด กระบวนการการล้างแค้น การที่กระทำความผิดเพื่อที่จะให้ตัวเองได้รับความเป็นธรรมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นกฎหมายที่จะออกมาหรือข้อเสนอดังกล่าวของกรรมาธิการต้องกราบเรียนว่า เป็นสิ่งที่กรรมาธิการทำมานั้นเป็นเรื่องที่ต้องคุ้มครองทั้งฝ่ายผู้ต้องหา ฝ่ายผู้เสียหาย และโดยเฉพาะต้องให้ความสำคัญคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย เพราะว่ามีหลาย ๆ ครั้ง ท่านประธานคนที่กระทำความผิดก็จะดิ้นรน ความดิ้นรนก็คือเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ทั้ง ๆ ที่ เขาเป็นคนผิด ความดิ้นรนตรงนี้บางทีก็เลยต้องไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ก็เป็นเรื่อง น่าแปลกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐพอเวลาถูกร้องเรียน ทั้ง ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ประพฤติดีประพฤติชอบ แต่ก็ถูกตั้งกรรมการสอบสวน โดยไม่มีมาตรการอะไรที่จะชี้ว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวนั้นได้กระทำ โดยสุจริตหรือโดยที่ไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา แต่เราก็ไปตั้งกรรมการตรวจสอบ เหมือนกับเป็นจำเลย เหมือนเป็นผู้ต้องหาเสียเอง ผมว่ามาตรฐานตรงนี้ก็ฝากกรรมาธิการช่วยพิจารณาให้สอดรับนะครับ ถ้าเราจะมองว่า คุ้มครองฝ่ายผู้ต้องหาจำเลยซึ่งมีเรื่องการชดเชยค่าเสียหายอะไรต่าง ๆ แล้ว คุ้มครอง ผู้เสียหายเราก็ต้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ในส่วนของกฎหมายเดิม จริง ๆ ผมก็ให้ ความสำคัญเรื่องนี้มาตลอดเหมือนกันก็มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ปี ๒๕๔๔ เรามี การแก้ไขไปแล้ว ปี ๒๕๕๙ ในกฎหมายฉบับนี้ในชั้นวุฒิสภาผมก็เป็นประธานกรรมาธิการ ในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ก็พยายามมองมติของผู้เสียหาย มองมติของจำเลย ผู้ต้องหา แล้วก็ยังเพิ่มในส่วนของการคุ้มครองผู้ต้องหาก่อนที่จะถูกฟ้องต่อศาล เราพยายามมองมิติ ให้สามารถที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่พอไป ๆ มา ๆ เอาเข้าจริง ๆ ฝ่ายผู้เสียหายเอง ก็ได้รับการกระทำประดุจหนึ่งว่าไม่ได้รับการคุ้มครองเท่าที่ควร ดังนั้นการเสนอรายงาน ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ผมยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ดี
อีกประเด็นหนึ่ง ท่านประธานครับ ฝากท่านกรรมาธิการว่าความเป็นผู้เสียหาย จากการกระทำความผิดทางอาญาโดยเฉพาะเป็นคนต่างชาติ เป็นนักท่องเที่ยวได้เข้ามา ในประเทศไทยแล้วมีคนบางคนได้ไปกระทำความผิดละเมิดอย่างที่เพิ่งเคยเป็นข่าวก็ละเมิด ทางเพศอย่างนี้นะครับ หรือฉกชิงวิ่งราวเกิดขึ้นอย่างนี้ ภาพลักษณ์ที่ออกมาถึงแม้ว่าจะดู เป็นรายบุคคลแต่ความเสียหายเกิดกับคนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านกรรมาธิการ จะกรุณาให้ความสำคัญเพิ่มเนื้อหาสาระให้เห็นว่าการคุ้มครองผู้เสียหายนั้น เราได้ให้ ความสำคัญเรื่องผู้เสียหายที่เป็นชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำงาน ทำธุรกิจ ทำการค้า หรือมา อยู่ในประเทศไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการมาดำรงชีวิตหรือใช้ชีวิตอยู่ ในประเทศไทยนั้น สามารถได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยนะครับ และอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไป มิฉะนั้นแล้วถ้าเกิดเราขาดความเชื่อมั่นในเรื่องเหล่านี้มันก็จะได้ ผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศโดยรวม ในเรื่องของการมาคบค้าทำธุรกิจการค้า ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้ที่เข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมาก คือต้องสร้างความเชื่อมั่นและ มีมาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นเคร่งครัดต่อการคุ้มครองดูแลฝ่ายผู้เสียหายเหล่านี้ สิ่งที่เรา จะป้องกันเรื่องเหล่านี้เราคงจะไปแก้ปัญหาในภายหลังมันก็เหมือนกับว่าเกิดเรื่องแล้ว เราแก้ปัญหา แต่ถ้าเป็นไปได้อีกท่านประธานครับ มาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดคดีอาญา เกิดขึ้น ถ้าจะปฏิรูปกันจริง ๆ ก็เสนอว่าเราสามารถที่จะศึกษาเรื่องการยกเลิกใบพกพาอาวุธปืน ได้ไหม หรือแม้กระทั่งมีอาวุธปืน อาวุธร้ายแรงก็ตามถ้าเกิดว่าเราสามารถที่จะลดอาวุธ ร้ายแรงเหล่านี้ได้ อาชญากรรมหรือคนได้รับความเสียหาย คนที่ได้รับความเดือดร้อน จากการประทุษร้ายก็จะลดลง ก็ฝากพิจารณาตรงนี้นะครับว่าถ้าหากเราสามารถที่จะยกเลิก ใบพกพาหรือการขออนุญาตอาวุธปืนที่จะไม่ออกเลย ยกเลิกหรือจะให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการป้องกันที่จะคุ้มครอง ดูแลคนที่ได้รับความเสียหายเดือดร้อนจากการกระทำความผิดทางอาญาก็เป็นอีกมาตรการหนึ่ง ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการเสนอเรื่องเหล่านี้มาเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็หวังว่าการปฏิรูปเรื่องเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนจากท่านสมาชิกแล้วก็จากรัฐบาล หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอบพระคุณครับ