สมพงษ์ ชี้ปัญหาข้าวอยู่ที่การตลาด ยันต้องเร่งแก้ร้อยปัญหา

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๔ · ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙

สมพงษ์ สระกวี หารือปัญหาข้าวของประเทศที่เรื้อรังมานาน โดยเน้นว่าปัญหาหลักอยู่ที่การตลาดและขาดเจตจำนงในการแก้ไขอย่างจริงจัง พร้อมเสนอให้มีการจัดตั้งไซโลร่วมกับโรงสีเพื่อยกระดับคุณภาพและระบบการจัดการข้าวอย่างเป็นรูปธรรม

นายสมพงษ์ สระกวี

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมรู้สึกว่าได้อภิปราย ในประเด็นปัญหาที่มีคุณค่าต่อชาติบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่งจากผลงานอย่างตั้งใจของกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ซึ่งก็เป็นหัวข้อที่ท้าทายว่าจากการพูดคุยกัน ในวันนี้ จากการศึกษากันในวันนี้เผื่อว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้าเราจะได้มาทบทวนกันว่าเรื่องที่คุยกัน วันนี้มันไปถึงไหน แท้ที่จริงท่านประธานครับ ในวันที่เกิดปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำอย่างน่าใจหาย ผู้คนห่วงใยชาวนากันทั้งแผ่นดิน ชาวนาสีข้าวมาขายกันอยู่ริมถนนอย่างน่าอเนจอนาถ ผมก็คิดอยู่ว่าสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศพูดเรื่องใหญ่ ๆ ของประเทศ หลายเรื่องแล้วโดยเฉพาะกรรมาธิการเศรษฐกิจด้วยแล้วไฉนถึงไม่พูดเรื่องข้าวบ้าง แต่พอได้มาดูเรื่อง รายงานการจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์ในวันนี้ก็รู้สึกว่าต้องขอบคุณ กรรมาธิการเศรษฐกิจของ สปท. ทุกท่านที่ได้ช่วยกู้หน้า กู้จิตวิญญาณของความห่วงใยชาติ และประชาชนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้นมาเพราะท่านได้ศึกษาเรื่องข้าว มาก่อนที่ชาวนาจะมาขายข้าวกันอยู่ริมถนนแล้วก็ไม่ได้ทำแบบเชิงการเมืองว่าใครขายก่อน ขายหลัง ใครขายได้มากหรือใครขายได้น้อย อันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นเกียรติของ สปท. เราที่ทาง กรรมาธิการได้ช่วยกู้ให้ เรียกว่าอาจจะมาช้าไปหน่อยแต่ก็ดีกว่าไม่มา ท่านประธานครับ วันนี้คีย์เวิร์ด (Keyword) สำคัญของกรรมาธิการเศรษฐกิจที่ได้ศึกษาแล้วมาฝากไว้กับ พวกเราในการขับเคลื่อนนั้น แม้จะอยู่ในหัวข้อเรื่อง การจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์ก็ตาม แต่คีย์เวิร์ด (Keyword) สำคัญนั้นก็ยังอยู่ที่เรื่องปัญหาข้าวนั้นอยู่ที่การตลาด อันนี้ผมถือว่า เป็นคีย์เวิร์ด (Keyword) สำคัญ ท่านประธานครับ คีย์เวิร์ด (Keyword) สำคัญของชาวนา พูดกันมาด้วยน้ำตาปีแล้วปีเล่า ก็คือว่าปลูกข้าวนาปีมีแต่หนี้กับซัง ปลูกข้าวนาปรัง มีแต่ซังกับหนี้ ปัญหาเรื่องข้าวคู่มากับชาติบ้านเมืองเรายาวนานเหลือเกิน ชาวนารอความหวังที่จะเห็น รัฐบาลชุดแล้วชุดเล่าจะมาแก้ปัญหานี้ และปัญหาเรื่องข้าวก็เป็นปัญหาที่เรียกว่า ๑๐๐ ปัญหา รวมกันอยู่ในเรื่องเดียวคือเรื่องข้าว ซึ่งก็มีคำพูดอยู่เหมือนกันครับท่านประธานว่าจะสู้ศึกใหญ่ ต้องใช้ ๑๐๐ แผน เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดเรื่องข้าวนี้เราก็พูดได้เป็นร้อยเป็นพันแผนการ เป็นร้อยเป็นพันโครงการ เพราะฉะนั้นการที่กรรมาธิการได้คิด ได้ศึกษาเป็นแบบนำร่องขึ้นมา ๒ โครงการนั้นก็ชอบแล้ว ก็ถือว่าเป็นการคิดแบบมีเจตจำนงที่จะปฏิบัติให้ได้ในเฉพาะหน้า และในระยะยาว ผมชมเชยในการคิดและพยายามจะทำให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้แม้ว่า มันจะดูเป็นเรื่องเล็กไปหน่อยก็ตาม หรือจำกัดวงอยู่บางจังหวัดก็ตาม ซึ่งทางกรรมาธิการ ก็พูดชัดว่าเป็นเรื่องของการนำร่อง เป็นเรื่องของการที่จะให้จับต้องได้ เป็นเรื่องที่ลงมือ ปฏิบัติอย่างที่เป็นจริง อันนี้ผมต้องขอชมเชย แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เรื่องข้าว มันใช้ตั้ง ๑๐๐ แผนนะครับ มันศึกใหญ่ เรื่องข้าวหน่อมแน้มไม่ได้ เรื่องข้าวจะทำอย่าง ไร้เจตจำนงไม่ได้ คนที่มายุ่งเรื่องข้าว คนที่มาเกี่ยวข้องเรื่องข้าวหรือคนที่มานั่งอยู่ใน สปท. คนที่นั่งอยู่ใน สนช. และคนที่นั่งอยู่เป็นรัฐบาล จะมาพูดเล่น ๆ กับเรื่องข้าวไม่ได้ เป็นการดูถูก คนไทยที่ยากจนที่อยู่กับน้ำตามาจนชั่วชีวิตหรือถ้าพูดแบบโบราณก็เรียกว่าไปดูถูก พระแม่โพสพไม่ได้ ท่านประธานครับ เพราะถ้าพูดเรื่องข้าวนั้นเราจะมี ๒ ด้าน ด้านหนึ่งคิด และพูดแบบมีเจตจำนงที่จะจัดการปัญหาเรื่องข้าวให้สัมฤทธิผล กับ ๒. พูดและคิดแบบรู้ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หรือดีไม่ดีก็พูดแบบบุ้ยใบ้ ผมพูดแบบไม่เกรงใจเลยนะครับ ได้ฟังรายงานเรื่องว่าตลาดอนาคตข้าวไทยจะไปทางไหน ผมพูดแบบไม่เกรงใจกันนะครับ ขออภัยถ้าไปกระทบใครเป็นการพูดที่ได้ยินมาหลาย ๑๐ ปีเต็มที คือพูดบุ้ยใบ้พอแก้ปัญหา ไม่ได้ก็เอาเราผลิตเยอะไป ล้นตลาด เราแข่งขันตลาดโลกไม่ได้ ผลผลิตเราต่ำ ไม่ใช้ความรู้ คนผลิตแก่กันหมดแล้ว ใช้ปุ๋ยไม่เป็น คือถ้าบ่นกันอย่างนี้ท่านประธานครับ ไม่มีอนาคตหรอกครับ และผมอยากจะบอกว่าถ้าบ่นกันแบบนี้ ผมก็ต้องพูดบอกว่าอย่ามาคิดอยู่ในสภาแห่งนี้ หรืออย่าไปคิดไปเป็นรัฐบาลหรือไปเป็น สนช. ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องข้าวของบ้านเรา พูดแล้วเศร้าใจ เราปลูกข้าวกันมาขนาดนี้เรายังจะต้องมาพูดเรื่องว่าข้าวชื้น ผลิตออกมา และข้าวเสียหายเยอะหรือแม้กระทั่งตำตาเลยครับท่านประธาน เอาข้าวมากองอยู่บนถนน เพื่อจะตากข้าวให้มันหายชื้น อันนี้มันโบราณเต็มทีนะครับ ประเทศนี้เขาไม่เคยรู้กัน หรืออย่างไรว่าข้าวที่จะรักษาคุณภาพให้ได้นี้มันต้องใช้ไซโล (Silo) มันต้องอบไซโล (Silo) กระบวนการการทำไซโล (Silo) ควบคู่กับโรงสีกับข้าวมันอยู่ตรงไหน รัฐบาลลงทุนไปบ้าง ไหมหรือให้พริวิเลจ (Privilege) เขาเรียกอะไรนะ ให้สิทธิพิเศษในเรื่องภาษี หรือเรื่องนำเข้า อะไรก็ตามนี้ เพื่อให้ประเทศนี้มีไซโล (Silo) ให้พอกับข้าว ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวนา ตากข้าวอยู่บนถนนแล้วอย่างไรครับ ประเทศนี้บ่นอยู่แต่ชาวนา ผลิตข้าวคุณภาพต่ำ ปุ๋ยเป็น อย่างไรครับ พอยกเรื่องปุ๋ยขึ้นมาประเทศนี้ก็พูดเรื่องปุ๋ยปลอม พูดเรื่องปุ๋ยแพง พูดเรื่องปุ๋ย นำเข้าโน่นนี่นั่นแล้วอย่างไรครับ เป็นประเทศเกษตรกรรมผลิตปุ๋ยเองไม่ได้ต้องนำเข้าตลอด แล้วอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะพูดปัญหากันอยู่ไม่จบหรอกครับประเทศนี้ เพราะเรา เป็นประเทศเห็นปัญหา และแก้ก็ไม่ได้แล้วโบ้ยกันไปมา และในที่สุดเราก็จะได้ยินคำว่า อนาคตข้าวไทยจะอยู่ที่ไหน คำตอบคือเศร้าหมองครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะสรุป ในเวลาอันสั้น ๆ ซึ่งผมอึดอัดที่สุดขอท่านประธานถ้าเกินเลยนิดหน่อยผมต้องขออนุญาต สำหรับวันนี้ ต้องขออนุญาตกันเสียเลยสำหรับวันนี้ ที่จริงเพราะว่าผมชื่นชมกรรมาธิการชุดนี้ว่า ท่านได้เข้ามาถึงจุดสำคัญแล้วว่าในนานาปัญหา ใน ๑๐๐ แผนที่จะใช้กับศึกใหญ่ แผนหนึ่ง ที่ท่านได้วางไว้แล้วชี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญและผมสนับสนุนว่าถูกแล้วท่านครับ นั่นก็คือ เราจะต้องจัดการปัญหาเรื่องการตลาดข้าวต้องนำการผลิตข้าวถูกต้องนะครับ ถึงแม้ว่า ท่านจะเริ่มต้นจะให้มีการจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งก็ตาม ซึ่งดูแล้วยังจะ มีจุดอ่อนอยู่มากก็ตาม ท่านประธานครับ ผมถึงต้องขอเวลาไว้ตรงนี้ เอาเฉพาะคีย์เวิร์ด (Keyword) สำคัญนี้ว่าตลาดต้องนำการผลิตอันนี้ถูกต้อง แต่สำคัญว่าเมื่อท่านเห็นแล้ว ท่านจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสเจอผู้ใหญ่ของสถานทูตจีน เขาบอกรัฐบาลไทยนี่ดีนะ ใคร ๆ ไปเมืองจีนก็ขอให้เราซื้อข้าว ขนาดไปจับอุยกูร์ได้ยังไปแลก กับเรื่องข้าวเลย ก็แสดงว่ารัฐบาลก็สนใจจะขายข้าวให้จีน แต่ปรากฏว่าทางจีนเขาก็เล่าให้ฟัง บอกว่าพอเวลาเราติดต่อต้องไปติดต่อกับพ่อค้าไม่ได้ติดต่อกับรัฐบาล ตกลงพอรัฐบาล หลายทีก็ไม่จบ เพราะติดอยู่ที่พ่อค้า นั่นก็หมายถึงว่าประเทศนี้เรื่องข้าว ท่านประธาน กล้าเขียนไหมครับว่าปัญหาตลาดของข้าวนั้นมันอยู่ในมือ ๕ เสือของพ่อค้าข้าวส่งออก นอกจากนั้นกระทรวงพาณิชย์ยังไปจัดเรื่องโควตาให้กับพวก ๕ เสือ พวกพ่อค้าข้าวรุ่นใหม่ เกิดไม่ได้ ท่านประธานครับ มันเกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้ ทำไมเราไม่ตีให้ตรงจุดว่าปัญหา ตลาดข้าวปีหนึ่งกี่แสนกี่ล้านตันนี่มันมีอุปสรรคอยู่ที่ปลายทางตรงไหน ทำไมไทยจะไปขาย ข้าวจีน ในที่สุดพอกรรมวิธีการขายต้องไปผ่านพ่อค้าข้าวล่ะ อย่างนี้ก็แย่ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างเป็นงงยิ่งกว่างง เราก็เสนอกับรัฐบาลหลายรัฐบาลมาแล้วบอกว่ากระทรวงกลาโหม อย่าซื้ออาวุธ ซื้อเรือดำน้ำหลายหมื่นหลายพันล้านบาทเพื่อเห็นแก่เกษตรกรซึ่งต้องเอาข้าว มาขายอยู่ริมถนน ต่อไปนี้รัฐบาลจะขายข้าวโดยการบาร์เทอร์เทรด (Barter Trade) ให้กับ รัฐบาลจีนแลกกับเรือดำน้ำ เอาล่ะในปีหน้าปีโน้นเราจะได้มีเสถียรภาพเรื่องข้าว อย่างน้อย เราขายข้าวระหว่าง จีทูจี (G to G) ระหว่างไปแลกกับสินค้าบ้าง ไปแลกกับรถไฟ ไปแลกกับ เรือดำน้ำบ้าง ท่านประธานครับทำได้ไหมก็ทำไม่ได้หรอกครับ เพราะข้าวของชาวนานั้น มันจะต้องไปผ่านโรงสีจากโรงสีไปผ่านผู้ส่งออกอย่างท่านวิทยาว่าก็คือไม่สามารถนำเอา การตลาดมานำการผลิตได้ คีย์เวิร์ด (Keyword) ของกรรมาธิการซึ่งได้วางไว้อย่างเป็น ยุทธศาสตร์สำคัญนั้นทำไม่ได้ครับ ต่อให้พรุ่งนี้รัฐบาลนี้ไปบาร์เทอร์เทรด (Barter Trade) ขายข้าวในปีหน้าแลกกันระหว่างเรือดำน้ำกับข้าวจะขายข้าวลอต (Lot) ใหญ่ก็ไม่รู้ว่าชาวนา จะขายข้าวได้ดีไหมได้ราคาเท่าไร เพราะคนที่มากำหนดราคากลายเป็นพ่อค้าเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลเป็นคนขายข้าว ดังนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านพูดเรื่องตลาดนำการผลิตและท่านไม่แตะกระทรวงพาณิชย์ และไม่แตะ ๕ เสือข้าวของประเทศนี้ อย่างนี้ก็ไม่ได้ปฏิรูปหรอกครับ ได้รู้แต่ไม่ได้ทำ ได้ทำแต่ก็จะไม่สำเร็จ เพราะเราขาดเจตจำนงอันสำคัญไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน จะเจออุปสรรคแค่ไหน เราจะฝ่าฟันเพื่อชาวไร่ชาวนาที่พวกเขายากจน ให้คีย์เวิร์ด (Keyword) ของเราที่เคยพูดว่าปลูกข้าวนาปรังเหลือแต่ซังกับหนี้ ปลูกข้าวนาปีเหลือแต่หนี้กับซัง ได้หมดสิ้นเสียที หัวใจอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เวลา ก็หมดเกลี้ยงแล้ว แต่ผมอยากจะเรียนว่าอย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องข้าว เรื่องชาวนา เรื่องความยากจน เรื่องความเหลื่อมล้ำ ยังเผชิญปัญหาชาติบ้านเมืองเราอยู่ ชาติบ้านเมือง เรายังต้องการเจตจำนงของคนในชาติที่เป็นผู้นำของประเทศนี้ ไม่ว่าจะรัฐบาล คสช. สนช. และ สปท. เราเองที่จะกล้ายืนขึ้นเผชิญหน้ากับปัญหาที่หมักหมม ที่น้ำตาต้องไหลกันทุกปี ที่สะเทือนใจกับที่ชาวนาต้องมานั่งขายข้าวอยู่ริมถนน ปีนี้เกิดแล้วปีหน้าจะเกิดอีกไหม มีคำตอบไหม ท่านประธานที่เคารพครับ การตลาดนำการผลิตว่าด้วยเรื่องข้าวของแผ่นดินนี้ ผมหวังว่าคีย์เวิร์ด (Keyword) นี้จะนำไปสู่การปฏิบัติในทุกภาคส่วน ไม่เฉพาะแต่ที่ สปท. เราซึ่งได้ศึกษาเรื่องนี้และอย่างจริงจัง หวังว่าเจตจำนงของชาติ เจตจำนงของผู้นำประเทศนี้ ที่จะแก้ปัญหาเรื่องข้าว เรื่องความจนของชาวนาจะได้กระทำอย่างดุเด็ดอย่างจริงจัง อย่างมุ่งมั่น อนาคตของประเทศก็ฝากไว้กับเจตจำนงที่มุ่งมั่นแบบนี้แหละ ขอขอบคุณครับ