วิทยา ชี้ระบบข้าวพิกลพิการ ยันต้องปฏิรูปถึงมือผู้บริโภค

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖๔ · ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙

วิทยา แก้วภราดัย หารือถึงปัญหาระบบการผลิตและการตลาดข้าวที่พิกลพิการ ซึ่งทำให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์น้อย พร้อมเสนอให้ใช้ระบบสหกรณ์จัดการข้าวอย่างจริงจังควบคู่กับการฟื้นโครงสร้างการผลิตของชาวนาเพื่อรองรับระบบดังกล่าวอย่างยั่งยืน

นายวิทยา แก้วภราดัย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายพร้อมกับที่คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงคิดว่าเป็นเรื่องราว ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง ก่อนหน้านี้เมื่อสักเดือนที่แล้ววันที่ราคาข้าวตกต่ำมาก เราก็เห็นกระแสของประชาชนทั้งหมดออกมาขานรับในการที่จะให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะ ถึงผู้บริโภคโดยตรง แล้วก็เห็นประชาชนเขาออกมาเยอะมากครับ กลุ่มต่าง ๆ ก็อุตส่าห์ ไปรับข้าวจากชาวนามาขายกันโดยไม่เอากำไร เพราะรู้ว่าระบบกลไกของการค้าข้าว อย่างที่ ท่านคณะกรรมาธิการรายงาน คือจากชาวนา โรงสี แล้วก็ผู้ส่งออก ทั้ง ๓ บริบทที่พูดมา ชาวนา โรงสี ผู้ส่งออก เราก็เห็นระบบมันกลไกพิกลพิการ ชาวนาคือภาพของความยากจน โรงสีคือเถ้าแก่ โรงสีที่สนุกสนานมากับจำนำข้าว และพฤติกรรมทุกอย่างที่รัฐเข้าทำเกี่ยวกับ เรื่องข้าว ยิ่งผู้ส่งออกก็หมายถึงพ่อค้าส่งออกที่เอาส่วนต่างระหว่างชาวนากับผู้บริโภคมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ผมยืนยันเลยว่าท่านคิดได้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง ในยุคปัจจุบันครับ การจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์ต้องบอกว่าพูดมาถึงใช่เลยครับ การจัดการข้าวกับระบบสหกรณ์ใช่เลยครับ เรากำลังจะพาประเทศไปที่ ๔.๐ แต่โดยสภาพ ความเป็นจริงครับ ชาวนา ถ้าพูดผมว่ามาถึง ๒.๐ ได้กระมังครับ ขนาดมาถึง ๒.๐ เมื่อราคา ข้าวตกต่ำ รัฐบาลประกาศรับจำนำในยุ้งฉางของชาวนา มีเสียงสะท้อนทั่วประเทศครับ ชาวนาปัจจุบันไม่มียุ้งฉางแล้ว ชาวนาไม่ได้อยู่ที่ ๑.๐ แล้วครับ ไม่ใช่ชาวนาที่มียุ้งฉางตัวเอง เกี่ยวข้าวได้ ขึ้นยุ้งฉางได้ จำเป็นเมื่อไรเอาข้าวจากยุ้งฉางไปสีโรงสี ไปขายตามตลาดนัด แล้วเอามาใช้จ่าย ชาวนาพ้นยุคนั้นไปแล้ว ที่กรรมาธิการพูดถูกครับ เดี๋ยวนี้คนประกอบ อาชีพทำนาเป็นผู้สูงอายุที่ส่วนใหญ่ วัยแรงงานทั้งหมดไหลออกจากทุ่งนาไปครับ พร้อมกับ ทิศทางการพัฒนาประเทศไปสู่ระบบอุตสาหกรรม หนุ่มสาวไปอยู่ในอุตสาหกรรมหมดแล้ว คนที่อยู่กับวิถีทำนากลายเป็นผู้สูงอายุ และเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาก็ถูกพัฒนาเข้าไปอยู่ไร่นา แทนแรงงานทั้งหมด เดี๋ยวนี้ชาวนารถไถแล้วครับ วัว ควายเกือบหาไม่เจอแล้ว รถไถนา เดี๋ยวนี้ก็รับจ้างไถนาไม่ใช่รถเล็ก ไม่ใช่รถไถเดินตามหรือควายเหล็กแล้ว รถไถนาขนาดใหญ่ ลงในทุ่งนา แล้วก็รับไถ ตั้งแต่ไถพรวน ไถคราด ไถทุกอย่าง ตกไร่ละเท่าไร เก็บสตางค์กัน ตรงนั้นจบ เดี๋ยวนี้นาเขาไม่ได้ดำ เขาเริ่มหว่านแล้ว หว่านจากใช้มือหว่านจนใช้เครื่องพ่นหว่าน เดี๋ยวนี้ข้าวไม่ได้เก็บกับเคียวแล้ว เครื่องตัดข้าวลงไปสู่ท้องนาทั้งหมด เดี๋ยวนี้วิถีชาวนา ไม่ได้ปลูกข้าวไว้เผื่อกินเองแล้วครับ ชาวนาปลูกข้าวไว้ขายหรือเพื่อจำนำรัฐบาล วันที่รถไถนา รถเกี่ยวข้าวลงไปสู่ท้องทุ่งนา วันนี้มันเก็บข้าวทั้งหมดทุกเม็ดจากทุ่งนาไปโรงสีแล้ว ผมเคย ลองทำนาดู ตรงแถวนี้นนทบุรี ปทุมธานี ที่นั่นเขาปลูกข้าวเพื่อให้รถสีเข้ามาเก็บแล้วเอาไปขาย ผมไปปลูกข้าวหอมปทุม ๑ เป็นข้าวหอมปทุม หวังว่าปลูกแล้วเผื่อได้กินเอง ปรากฏยุ่งที่สุด ปกติเวลารถมาเกี่ยวข้าวนาชาวบ้านเขาคิดไร่ละ ๒๕๐ บาท ของผมเขาคิดไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เพราะว่าผมต้องเอาข้าวเก็บไว้เอง ของชาวนาเก็บเข้าโรงสีเขาคิด ๒๕๐ บาท ใส่กระสอบเสร็จ พาขึ้นรถเสร็จไปส่งโรงสีเสร็จ ของผมเก็บเกี่ยวข้าวหอมปทุม ๑ เพื่อเก็บไว้กินเอง เขาคิดเป็น ๑,๐๐๐ บาท เพราะว่าผมไม่อยู่ในวิถีการผลิตของเขา ไม่อยู่ในระบบของเขา เพราะฉะนั้น ผมต้องจ่ายราคาพิเศษไป เพราะฉะนั้นวันนี้ชาวนามาถึง ๒.๐ แล้วครับ ไม่มียุ้งฉางเอง รัฐบาลประกาศจำนำในยุ้งฉางเมื่อไรชาวนาเดือดร้อนหมด ไม่รู้จะเก็บข้าวไว้ที่ไหน เพราะวันที่เกี่ยวข้าวมันไปโรงสีหมดแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็เลยบอกว่าท่านมาทันกับสถานการณ์ ท่านมีการจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์ บอกเลยครับว่าทันกับสถานการณ์ สหกรณ์ประเทศไทย เกิดมา ผมจำ พ.ศ. ไม่ได้ แต่ถ้านับอายุผมก็ก่อนอายุผมเกิด ก่อนอายุท่านประธาน กรรมาธิการด้วย ก่อนกรรมาธิการทุกท่าน แต่พอพูดถึงสหกรณ์แล้วก็เสียวหลังทุกที สหกรณ์ เครดิตยูเนียนหายไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ไม่ระแคะระคายเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาการจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์ผมก็คิดว่ามันต้องทำทั้ง ๒ ด้าน พร้อมกันครับ คนที่ปลูกข้าวก็ต้องจัดการครับ ทำอย่างไรให้เกษตรกรมีโอกาสกลับไปรองรับ วิถีสหกรณ์ให้ได้ ไม่ใช่เกษตรกรวันนี้ขายข้าวในนาหมด และสหกรณ์ตั้งมาก็ไม่สามารถยืนติดได้ เพราะข้าวไปโรงสีตั้งแต่เกี่ยวในนาแล้ว ข้าวจะเข้าระบบสหกรณ์ได้ถูกเก็บค่าเกี่ยวข้าว แพงกว่าข้าวที่ไปโรงสี ยุ้งฉางชาวนาที่ไว้เก็บข้าวเพื่อเตรียมเข้าสหกรณ์ไม่มีแล้วครับ ธ.ก.ส. ช่วยไม่ได้นะครับ ถ้าจะฟื้นกลับชาวนาเพื่อรองรับระบบสหกรณ์ มันต้องทำ ๒ อย่างพร้อมกัน แต่ท่านมาถูกทางครับ การจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์คือวิถีที่ประเทศไทยต้องเป็นอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นแล้วถ้าข้ามไปเรื่องที่ ๒ เมื่อไรผิดแนวเลยครับ ท่านพูดเรื่องสหกรณ์กับชาวนา พอเรื่องที่ ๒ ท่านไปเมืองข้าว ไปตั้งอยู่กลางโรงสีใหญ่ ๑,๓๐๐ ล้านบาท คำตอบมันขัดกัน โดยสิ้นเชิงครับ แต่เริ่มต้นผมคิดว่าเริ่มต้นถูกทาง แต่เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าเป็นคนละเรื่อง เดียวกันไปกันไม่ได้เลย ขณะที่เราจะนำชาวนาเข้าสู่ระบบสหกรณ์ ผมคิดว่าระบบราชการเรา ยังอยู่ที่ ๑.๐ ชาวนาเขาไป ๒.๐ แล้วครับ วันนี้ไปดูกรมตรวจบัญชีสหกรณ์สิครับว่ามันอยู่ที่ ๒ เท่าชาวนาแล้วหรือยัง ตราบใดที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทำงานแย่ยิ่งกว่าธนาคารออมสิน เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ผมเด็ก ๆ ไปฝากเงินธนาคารออมสินนึกถึงโรงเตี๊ยมครับที่มีเคาน์เตอร์แล้วก็ มีเก้าอี้ไม้นั่ง และเราก็ฝากสตางค์กันอย่างนั้น ท่านประธานกรรมาธิการกับผมก็ไปฝากอย่างนั้น ฝากทีละ ๕ บาท ๑๐ บาท จบ ป. ๔ ออกมาเหลือสตางค์ในธนาคารออมสินคนละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท จนจบปริญญาตรีสตางค์หายไปหมด ธนาคารออมสินอมสตางค์พวกท่าน กับรุ่นผมไปคนละ ๑๐๐-๒๐๐ บาทมาตลอด วันนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ถามว่าอยู่ตรงจุดไหน ก็ยกเครดิตยูเนียนหายไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังอื้ออ้าอยู่ เพราะฉะนั้นระบบสหกรณ์ไทยจึงล้มลุกคลุกคลานตลอด เพราะระบบสหกรณ์ของไทยก็อยู่ เท่ากับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ คือ ๑.๐ สหกรณ์ล้มเพราะเกิดการทุจริตในระบบสหกรณ์ สหกรณ์ทำธุรกิจไม่เป็น รายงานของท่านก็ชัดครับว่าสหกรณ์ที่ยืนได้ ๖ เปอร์เซ็นต์ อีก ๖ เปอร์เซ็นต์ยืนไม่ได้ต้องเสริมเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานด้วยระบบการจัดการ เพราะฉะนั้นถ้าจะเกิดสหกรณ์ได้ต้องเสริมสร้างระบบการจัดการ และคนที่ต้องจัดการ คนแรกครับ หน่วยราชการต้องจัดการเสียก่อน ถ้าไม่จัดการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ อย่าคิดเลยครับว่าสหกรณ์จะเกิดได้ วันนี้ขณะที่ชาวบ้าน เขารณรงค์กันทั่วครับไปซื้อข้าวจากชาวนามาขายถึงผู้บริโภค ถามว่าหน่วยงานของรัฐเราเต้น อยู่ตรงไหนบ้างครับ ธ.ก.ส. เคยคิดไหมครับ ธ.ก.ส. ซึ่งมีสาขาอยู่ทุกอำเภอทั่วประเทศเคยคิด จะเอาข้าวมาขายโดยตรงบ้างไหม วันนี้เซเว่นอีเลฟเว่น (7-Eleven) ก็จะทำนะครับ ธ.ก.ส. เรามีอยู่ทั่วประเทศคิดจะทำอย่างนั้นก่อนไหมครับ เอา ธ.ก.ส. ให้พ้นจาก ๑.๐ มา ๒.๐ มา ๓.๐ สิครับ และค่อยพาชาวนากลับไปที่ ๑.๐ เพื่อพาไป ๔.๐ พร้อมกับสหกรณ์ แต่ถ้าระบบราชการเป็นอย่างนี้ครับ ผมเชื่อได้เลยครับว่าเป็นความฝันครับ เป็นจริงได้ต้อง ปฏิรูประบบราชการครับเราฝันหลายเรื่องแต่ไม่กล้าแตะเรื่องใหญ่เรื่องเดียว คือเรื่องระบบ ราชการที่มันฝังรากลึกจนไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ ผมยืนยันครับเห็นด้วยกับแนวทางการจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์แต่สิ่งที่ต้องศึกษาต่อยอด ไปจัดการกับวิถีคนทำนาเสียก่อน และที่ ๒ ก็คือไปจัดการกับวิธีสหกรณ์เสียก่อนโดยระบบราชการ ทั้งหมด ถ้า ธ.ก.ส. พัฒนามา ๔.๐ ได้เมื่อไร ผมเชื่อว่า ธ.ก.ส. จะเป็นที่ระบายสินค้าโดยตรง ให้กับประชาชนทั่วประเทศได้มากที่สุด แต่เราพัฒนา ธ.ก.ส. ไม่ได้ ขณะเดียวกันผมก็มีความเห็น เหมือนเพื่อนสมาชิก ๒ ท่านที่พูดมาก็คือโครงการ เรื่อง นำร่องเมืองข้าวที่กาฬสินธุ์นี้ ผมคิดว่า มันไปไม่ได้กับรายงานชิ้นแรก นำร่องเมืองข้าวจะเอาเป็นเมืองยางหรืออะไรว่าไป แต่เมื่อจะ พัฒนาระบบสหกรณ์ขึ้นมาให้ชาวนามีโอกาสที่จะแบ่งปันผลกำไรกันอย่างเป็นธรรม ๒ เรื่องนี้ ต้องแยกจากกันครับ แล้วก็ยืนยันครับ เห็นด้วยในการที่จะจัดการข้าวด้วยระบบสหกรณ์ แต่ฝากท่านกรรมาธิการไปศึกษาระบบปฏิรูปส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์และชาวนา ทั้งหมดพร้อม ๆ กันไปด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ